บุรุษที่ได้พบ
วันใดที่รู้สึกไม่ดีว่านซินหรงจะปลีกตัวมาไหว้พระที่วัดก่านเยว่เสมอ ครั้งนี้เช่นกันนางออกจากจวนมาเงียบ ๆ ดังเคยข้างกายมีเพียงสาวใช้คนสนิท
“คุณหนู ท่านรู้สึกไม่สบายใจหรือเจ้าคะถึงได้มาที่วัด”
“ข้าแค่อยากหาที่เงียบ ๆ สงบจิตใจที่ฟุ้งซ่านก็เท่านั้น ขอข้าอยู่คนเดียวได้รึไม่”
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะไปรอท่านที่รถม้า”
เมื่อได้อยู่คนเดียวตามลำพังนางจึงได้ขอพรต่อหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่
“จากนี้ไปขอให้ข้ามีแต่ความสุขด้วยเถิด” ขอพรเสร็จก็เดินออกมาชมทิวทัศน์อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
“โอ๊ย!” นางร้องเสียงดังด้วยความเจ็บเมื่อบุรุษผู้หนึ่งเดินชนนางจนเกือบล้มลงไปกับพื้น ขณะเดียวกันกับผ้าปิดหน้าร่วงโรยไปเผยให้เห็นรอยพิษขนาดใหญ่บนใบหน้า ว่านซินหรงหันหลังขวับให้บุรุษผู้นั้นทันที ทว่าคงสายไปเสียแล้วเพราะเขาดันเห็นเข้าเต็ม ๆ แต่ที่หน้าแปลกใจที่เขาไม่แสดงท่าทีรังเกียจตนดั่งผู้อื่นที่เพียงได้ยืนชื่อก็พากันถอยหนี
“หนะ...หน้าเจ้า”
“ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
“เดี๋ยวสิอย่าเพิ่งไป” เขาว่าพร้อมกับคว้าข้อมือของนางเอาไว้
“คุณชาย ท่านมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือ” ว่านซินหรงถามทั้ง ๆ ที่ยืนหันหลังให้
“แม่นางยืนหันหลังคุยกับข้าเช่นนี้เห็นทีคงรังเกียจข้ากระมัง” เฟิ่งหวงกระแอมหนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจ
“ไม่ใช่เช่นนั้นนะเจ้าคะ”
“หากไม่ใช่ก็หันหน้ามาเถิด”
“ข้ากลัวว่าท่านจะหวาดกลัวใบหน้าของข้า” นางบอกเขาเสียงสั่น
“ไม่เลยสักนิด”
“จริงหรือ” เป็นครั้งแรกที่ว่านซินหรงได้ยินเช่นนี้ นางจึงถามย้ำด้วยความดีใจ
“จริงสิ” ได้ยินคำตอบยืนยันจากปากบุรุษแปลกหน้า นางค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาสบตาคนตรงหน้าอย่างรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนัก
“เหตุใดใบหน้าของเจ้าถึงได้เป็นเช่นนี้”
“ไม่รู้สิเจ้าคะ ท่านแม่บอกข้าว่ารอยแดงนี้ติดตัวข้ามาตั้งแต่เกิด เพียงแต่มันจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุของข้า”
“ข้าว่าแม่นางคงเข้าใจผิดไปแล้วกระมัง รอยที่ใบหน้าเจ้าข้าดูอย่างไรก็ไม่ใช่รอยที่เกิดตามธรรมชาติแน่”
“คุณชายหมายว่าเช่นไร”
“เจ้าถูกวางยาพิษแน่ ข้าเคยพบเห็นสตรีนางหนึ่งถูกพิษเช่นนี้”
“แล้วมีทางรักษาหรือไม่”
“มีแน่นอน ใต้หล้ามีพิษแปลกประหลาดนับพันมีพืชสมุนไพรนับหมื่น ฟังจากที่เจ้าพูดเมื่อครู่คงเป็นพิษไม่ร้ายแรง คนทำคงหวังเพียงให้เสียโฉมไม่ได้หวังเอาชีวิต”
“เช่นนั้นท่านพอจะแนะนำท่านหมอรักษาข้าได้รึไม่”
“ได้สิ”
“คุณชาย!” เสียงบุรุษอีกคนร้องขัดจังหวะเข้าเสียก่อน
“แม่นางข้าคงต้องไปแล้ว”
“อย่าเพิ่งเจ้าค่ะ ที่แขนท่านมีเลือดออก” ว่านซินหรงเอ่ยอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นรอยเลือดสีแดงสดที่แขนของเขา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองมามัดที่แขนเพื่อหยุดเลือด โดยที่ไม่รู้เลยว่ารอยเลือดนั้นไม่ใช่ของเขาแต่เป็นของผู้อื่นต่างหาก
“ขอบคุณแม่นาง ข้าขอถามชื่อของเจ้าได้รึไม่”
“ข้าชื่อว่านซินหรงเจ้าค่ะ แล้ว…”
“เรียกข้าว่าเฟิ่งหวง”
“คุณชาย ท่านต้องรีบกลับจวนนะขอรับ”
“ข้ารู้แล้ว! เจ้าจะเร่งข้าทำไม”
“คุณชายเชิญท่านไปเถิด ข้าไม่รบกวนเวลาของท่านแล้ว”
“พบกันครั้งหน้าข้าจะพาเจ้าไปพบท่านหมอ”
“ขอบคุณคุณชายที่มีน้ำใจ”
หลังกลับจากวัดว่านซินหรงไม่ได้นิ่งนอนใจยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องที่ตนถูกวางยาพิษจนกว่าจะแน่ใจว่าสิ่งที่คุณชายผู้นั้นพูดเป็นความจริง
“มู่หลัน เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปทำเป็นอย่างไรบ้าง”
“วางใจเถิดเจ้าค่ะ บ่าวพอจะรู้จักท่านหมอที่เชี่ยวชาญด้านพิษ เพียงแต่...”
“แต่อะไรรึ”
“เพียงแต่หมอท่านนี้ช่างลึกลับนัก เขาจะไม่ยอมพบผู้ใดหากไม่ได้รับค่าตอบแทนมากพอ”
“เช่นนั้นเจ้าก็เอาเครื่องประดับในหีบไปขายเถิด”
