จำต้องขายออกไป
“ไม่ได้นะเจ้าคะ! ท่านมีเครื่องประดับอยู่ไม่กี่ชิ้นถ้าขายไป” ไม่รอให้สาวใช้พูดจนจบนางแทรกขึ้นทันควัน
“เจ้าพูดอย่างกับว่าข้ามีที่ให้โชว์ของพวกนั้น ที่ผ่านมาข้าไม่เคยได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่ใด แม้แต่งานเลี้ยงที่จัดในจวนของตัวเองก็ไม่เคยถูกเชิญด้วยซ้ำ” พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้ายามนึกถึงเรื่องในอดีต
“คุณหนู...” มู่หลันเข้าไปสวมกอดเจ้านายของตัวเองเพื่อปลอบประโลม
“ขายไปเถิด ข้าขอร้อง”
“เจ้าค่ะ พรุ่งนี้บ่าวจะไปดำเนินการทันที”
“เจ้าทำอะไรอยู่รึ” แม่เลี้ยงของนางถามขึ้น เมื่อเห็นนางให้สาวใช้นำเครื่องประดับออกมา
“เอาไปขายน่ะเจ้าค่ะ”
“ขายงั้นรึ”
“เจ้าค่ะ”
“เจ้าจะขายเครื่องประดับพวกนี้ไปทำไมกัน”
“อีกไม่นานข้าจะออกเรือนแล้ว หากมีสินเดิมติดตัวไปมากหน่อยก็เป็นเรื่องดีมิใช่หรือ อีกอย่างข้าแต่งไปไกลถึงหางโจวที่นั่นไม่มีที่ให้อวดของพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรึ” ซ่งอี้เซียวได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจโล่งอก เพราะนึกว่าลูกเลี้ยงจะหนีงานแต่งเสียอีก
จวนเยว่อ๋อง
“ท่านอ๋อง ข้าไปสืบมาแล้วขอรับผู้ที่ปล่อยข่าวคือฮูหยินว่าน”
“ตระกูลว่านงั้นรึ แล้วว่านซูหลงรู้เรื่องนี้รึไม่”
“บ่าวคิดว่าไม่รู้ แม่ทัพว่านตรากตรำออกรบอยู่ชายแดนหลายปีแล้วและที่ผ่านมาเขาไม่เคยกลับเข้าเมืองหลวง”
“หึ มีเรื่องอื่นอีกรึไม่”
“มีขอรับ บ่าวได้ยินมาว่าฮูหยินว่านจะให้แม่นางว่านซินหรงแต่งไปเมืองหางโจว”
“เหตุใดนางถึงให้บุตรสาวคนโตแต่งออกไปไกลเช่นนั้นกัน”
“ท่านอ๋อง ท่านคงไม่รู้ว่าแม่นางว่านซินหรงเป็นเพียงลูกเลี้ยง ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฮูหยินว่าน”
“แต่ถึงอย่างไรเสียนางก็เป็นถึงลูกอดีตฮูหยินของใต้เท้าว่าน ให้นางแต่งไปเมืองยากจนข้นแค้นเช่นนั้นมันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่รึ”
“ท่านหมายถึงอะไรหรือ”
“เรื่องแค่นี้เจ้ายังไม่รู้อีกรึ ว่าฮูหยินว่านผู้นั้นจงใจไล่ให้นางไปตาย”
“แล้วท่านจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือขอรับ”
“หึ รอดูไปก่อนเถิด”
“เห็นทีคงจะรอได้อีกไม่นานนะขอรับ”
“ทำไมรึ”
“เห็นว่าเหลือเวลาไม่ถึงเดือนคุณหนูใหญ่ตระกูลว่าน อย่างแม่นางว่านซินหรงจะต้องแต่งออกไปแล้ว”
“เจ้าว่ายังไงนะ!”
“ส่วนเรื่องที่ให้ไปตามท่านหมอไป๋กลับมาเมืองหลวง ตอนนี้เขาออกเดินทางแล้วขอรับอีกหกวันคงถึง”
“หลี่จื๊อ เจ้าให้ม้าเร็วส่งจดหมายไปให้แม่ทัพว่านให้เขาตอบกลับมาโดยเร็วที่สุด” ว่าแล้วก็ลงมือเขียนจดหมายด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะยื่นให้บ่าวคนสนิท
ในเวลานี้ฮูหยินว่านเริ่มจัดเตรียมสินเดิมบุตรสาวคนโตของตระกูล แม้มิได้มากมายนักแต่กระนั้นหากทำแบบขอไปทีเห็นทีคนที่ถูกตราหน้าคงเป็นตนเอง ด้วยเหตุนี้นางจำต้องมาตรวจความเรียบร้อยเสียหน่อย
“แล้วของที่ข้าให้ไปเตรียมเล่า”
“นี่เจ้าค่ะ” สาวใช้เรือนคุณหนูใหญ่ว่าพร้อมกับยกถุงยาให้เจ้านายของตนดู
“อย่าลืมล่ะว่าเจ้าจะต้องผสมใส่น้ำที่นางใช้ล้างหน้า”
“บ่าวไม่กล้าลืมหรอกเจ้าค่ะ”
“แล้วรอยแผลที่หน้านางเป็นอย่างไรบ้าง”
“ใหญ่ขึ้นเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรึ โธ่ ช่างน่าสงสารจริง ๆ” ปากบอกว่าน่าสงสารทว่าใบหน้ากลับยิ้มกว้างพอใจ ตั้งแต่ลูกเลี้ยงคนนี้อายุสามขวบซ่งอี้เซียวก็วางแผนไว้แล้วว่าจะกำจัดว่านซินหรงให้พ้นทาง
มู่หลันบังเอิญไปเห็นเห็นสาวใช้ที่จัดเตรียมน้ำล้างหน้าให้คุณหนูของตัวเองใส่บางอย่างลงไปในน้ำ นางจึงทำทีท่าว่าไม่เห็นอันใด
“เจ้าเตรียมน้ำล้างหน้าให้คุณหนูของข้าเสร็จรึยัง”
“สะ...เสร็จแล้ว ข้ากำลังจะนำไปให้ที่เรือน”
“ข้าได้ยินว่าน้องชายของเจ้ามารอที่หน้าจวนนานแล้ว เจ้ารีบไปเถิดเดี๋ยวข้าจะเอาน้ำไปให้คุณหนูเอง” บอกกับนาง
“ขอบใจเจ้ามาก เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”
