ถูกกักขัง
ว่านซินหรงได้ฟังเรื่องราวจากสาวใช้คนสนิทนางเอาแต่นิ่งเงียบไม่มีแม้แต่แสดงความรู้สึกโกรธหรือเสียใจที่ถูกคนที่ตัวเองรักเหมือนแม่แท้ ๆ ทำร้าย
“คุณหนู ท่านอย่าเอาแต่เงียบสิเจ้าคะบ่าวใจคอไม่ดี” มู่หลันพูดอย่างเป็นกังวล
“พรุ่งนี้ท่านแม่กับน้องซูเจินไปงานเลี้ยงตระกูลซ่งใช่หรือไม่”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“ก็ดี เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าให้คนไปลักพาตัวสาวใช้ผู้นั้นมาแล้วพาไปที่เรือนร้างท้ายจวน”
“คุณหนูท่านจะทำเช่นนี้จริงหรือ บ่าวเกรงว่าหากฮูหยินรู้เข้าคงไม่ปล่อยท่านไว้แน่”
“ก็อย่าให้นางรู้สิ จำไว้ให้ทำการอย่างเงียบ ๆ”
“เจ้าค่ะ”
ว่านซินหรงนอนเหยียดกายอยู่บนเตียงพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผากอย่างครุ่นคิด หากคนที่นางรักเหมือนแม่แท้ ๆ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังรอบพิษบนหน้านางจริงล่ะก็นางควรทำเช่นไรดี พลันคิดถึงตอนที่ตัวเองถูกบังคับให้อยู่ในจวนราวกับเป็นอากาศธาตุตั้งแต่จำความได้ ไร้ซึ่งญาติมิตรสหายตรงข้ามกับว่านซูเจินผู้เป็นน้องสาวต่างมารดาที่มักถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนอยู่เสมอ คิดแล้วน้ำตาก็ไหลอาบสองแก้ม เสียงร่ำไห้ดังเบา ๆ ท่ามกลางความโดดเดี่ยว
รุ่งขึ้นนางกับมู่หลันเดินทางไปยังเรือนร้างท้ายจวนเพื่อถามความจริงกับสาวใช้ผู้นั้น
“เจ้าใส่อะไรลงไปในน้ำล้างหน้าของข้า”
“ข้าไม่ได้ใส่อะไรลงไปทั้งนั้น คุณหนูท่านจับข้ามาที่นี่ทำไมหรือเจ้าคะ”
“อย่ามาพูดปดข้าเห็นเองกับสองตา” มู่หลันตอบกลับทันควัน
“เจ้าเลือกมาเถิดว่าจะบอกความจริงข้ามาดี ๆ หรือจะตายเป็นผีอยู่ที่นี่”
“ข้าไม่ได้ใส่อะไรลงไปในนั้นจริง ๆ นะเจ้าคะ”
“มู่หลัน ฆ่านางเสีย”
“ขะ...ข้ายอมบอกแล้ว”
“ว่ามา”
“ฮูหยินสั่งให้ข้านำยาพิษใส่ลงไปในน้ำให้ท่านล้างหน้า”
“เจ้าใส่พิษนั่นมานานแค่ไหนแล้ว”
“ตั้งแต่คุณหนูอายุสามขวบเจ้าค่ะ”
“แล้วเหตุใดท่านแม่จึงต้องทำเช่นนี้ มิใช่ว่าใบหน้าข้ามีรอยพิษนี้ตั้งแต่เกิดหรอกรึ”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ตั้งแต่ฮูหยินคลอดคุณหนูรองนางก็วางแผนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้คุณหนูเสียโฉม นายท่านจะได้สนใจลูกสาวของนางคนเดียว”
“ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงรึ”
ยังไม่ทันที่สาวใช้ตรงหน้าจะได้ตอบอันใด จู่ ๆ ลูกธนูจากที่ใดไม่รู้พุ่งตรงปักเข้าตรงคอของนางทำให้นางตายในทันที
“ใครกัน!”
“แม้เจ้ารู้ความจริงแล้วแต่ก็ไม่มีอันใดเปลี่ยน อีกไม่กี่วันเจ้าจะต้องแต่งออกไปแล้ว” ซ่งอี้เซียวบอกเสียงเรียบไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านสักนิด
“ท่านทำเช่นนี้ทำไมกัน ทั้ง ๆ ที่ข้ารักท่านเหมือนมารดาแท้ ๆ”
“ข้ามีลูกคนเดียวคือว่านซูเจิน ส่วนเจ้าเป็นเพียงกาฝาก”
“ท่านแน่ใจแล้วหรือถึงได้พูดเช่นนี้ออกมา”
“ว่านซินหรง เจ้าอย่าได้สำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลยที่จวนนี้ข้ามีอำนาจสูงสุดดีแค่ไหนแล้วที่ข้าให้เจ้าได้อยู่อย่างสุขสบาย”
“สุขสบายงั้นรึ หึ แต่ละปีข้าได้ตัดชุดใหม่เพียงสามชุด เครื่องประดับเหรออย่าได้หวัง ข้าได้แต่ของที่ว่านซูเจินไม่ใช้แล้ว ส่วนของกินนานทีปีหนข้าถึงจะได้กินของดี ๆ สักมื้อ นี่น่ะหรือความสุขสบายน่าขันนัก”
“ข้าไม่ยักรู้ว่าคนอ่อนแอเช่นเจ้าจะปากคอเราะร้ายเช่นนี้ เห็นทีข้าคงใจดีมากเกินไปแล้วกระมัง”
“กลับเรือนกันเถิด” ว่านซินหรงบอกสาวใช้คนสนิท
“กลับถึงเรือนแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้ออกมา นับตั้งแต่นี้จนถึงวันที่เจ้าจะต้องออกเดินทางไปหางโจวผู้ใดกล้าให้นางเสนอหน้าออกมาจากเรือน ข้าจะฆ่ามันผู้นั้นซะ!” ซ่งอี้เซียวตะโกนเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน
นับตั้งแต่วันนั้นมานางก็ไม่ได้ออกจากเรือนของตัวเองแม้แต่ก้าวเดียว กระทั่งได้ยินบรรดาสาวใช้พูดคุยกันเรื่องพระราชโองการ
“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าฮ่องเต้จะมีพระราชโองการลงมาเช่นนี้”
“นั่นน่ะสิ คุณหนูรองออกจะงดงามเพียบพร้อมแต่ฝ่าบาทกลับเลือกคนอัปลักษณ์อย่างคุณหนูใหญ่เสียนี่”
