คนที่บิดาหมายหมั้นให้แต่งออกไป
“หากท่านเห็นว่าเขาเหมาะสมกับข้า ข้าก็ไม่ขัดเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็เอาตามนี้ ปลายเดือนหน้าเจ้าจะต้องแต่งไปจวนตระกูลสวี่ที่เมืองหางโจว”
“เหตุใดถึงได้เร็วเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ” นางถามด้วยความสงสัย
“ไม่เร็วไปหรอก ซินหรงเจ้าก็รู้แม้ข้าจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเจ้า แต่ข้าก็รักเจ้าดั่งลูกในไส้”
“ข้ารู้เจ้าค่ะ”
“ไหน ขยับเข้ามาใกล้ ๆ ข้าซิ” ได้ยินดังนั้นนางค่อย ๆ ขยับเข้าไปตามคำสั่ง มือเรียวของซ่งอี้เซียวเปิดผ้าที่ปิดบังใบหน้าของนางออกเผยให้เห็นรอยพิษสีแดงขนาดใหญ่กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งใบหน้า แม้สีหน้าจะแสดงออกว่าเห็นอกเห็นใจแลสงสาร ทว่าในใจกลับมีความสุขยิ่งนักที่เห็นใบหน้าว่านซินหรงเป็นเช่นนี้
“เจ้าอย่าได้น้อยใจเลย แม้ใบหน้าเจ้าจะเป็นเช่นนี้ก็มิมีอะไรเปลี่ยน เจ้ายังคงเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลว่าน”
“ข้าชินกับรอยพิษนี้แล้วล่ะเจ้าค่ะ มันอยู่กับข้ามาตั้งแต่เกิด”
“ข้าจะหาท่านหมอฝีมือดี ๆ มารักษาเจ้าก่อนที่เจ้าจะออกเรือน เจ้าว่าดีรึไม่”
“ซินหรงขอบคุณท่านแม่”
เยว่อ๋องที่เพิ่งกลับเข้าเมืองหลวงได้ยินข่าวกระทบหูว่าตนกับแม่นางซูเจินจากตระกูลว่านจะมีข่าวดีในไม่ช้าก็ถึงกับขมวดคิ้วยุ่ง ใครกันที่มันบังอาจปล่อยข่าวโคมลอยเช่นนี้
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยขอแสดงความยินดีด้วย”
“มีเรื่องอะไรน่ายินดีงั้นรึ”
“ก็ท่านจะแต่งบุตรสาวของใต้เท้าว่านเป็นพระชายาไม่ใช่หรือ”
“ใครบอกท่านกันว่าข้าจะแต่งงาน”
“ทุกคนในเมืองหลวงต่างได้ยินมาเช่นนี้ กระหม่อมเองก็ไม่ทราบต้นตอของข่าว”
“เช่นนั้นเจ้าก็อย่าคิดไปเอง คงมีพวกหวังมักใหญ่ใฝ่สูงคิดใช้ข้าเพื่อไต่เต้าให้ตัวเองมีอำนาจในราชสำนักถึงได้ปล่อยข่าวลือเหลวไหลเช่นนี้ออกมา ข้าวานใต้เท้าหลิวไปกระจ่ายข่าวด้วยได้รึไม่”
“ขอรับ”
“เช่นนั้นเชิญท่านกลับไปได้แล้ว”
คล้อยหลังหลิวมู่ซือเขาก็เรียกบ่าวคนสนิทเข้ามาด้านในทันทีด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ท่านอ๋องทรงเป็นอะไรไปหรือขอรับ” หลี่จื๊อถามขึ้นยามมองใบหน้าเจ้านายของตน
“ไปสืบมาว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือเพื่อบีบบังคับข้าให้แต่งกับตระกูลว่าน”
“ขอรับ บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็เตรียมพร้อมเดินออกจากห้อง ทว่าเยว่อ๋องกลับเรียกไว้เสียก่อน
“อย่าเพิ่งไป”
“มีเรื่องอันใดจะสั่งเพิ่มหรือขอรับ”
“ไปสืบเรื่องแม่นางตระกูลว่านด้วย ข้าได้ยินมาว่าว่านซู่หลงมีบุตรสาวสองคน”
“ขอรับ”
“เจ้าไปเถิด”
ทางด้านฮูหยินว่านยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าข่าวลือที่ตนให้คนแพร่ออกไปเหล่าบรรดาชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงได้ทราบกันถ้วนทั่ว
“ท่านแม่ ท่านยิ้มทำไมหรือเจ้าคะ” ว่านซูเจินเอ่ยถามมารดาของตน
“ลูกแม่ เจ้าจงเตรียมตัวไว้เถิดอีกไม่นานเยว่อ๋องจะต้องให้คนมาสู่ขอเจ้าแน่”
“เหตุใดท่านถึงมั่นใจเช่นนี้”
“ข้าให้คนปล่อยข่าวลือออกไปว่าเยว่อ๋องจะแต่งบุตรสาวจากตระกูลว่านไปเป็นพระชายา ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้วแม้เขาอยากจะปฏิเสธเห็นทีคงยากแล้ว”
“เจ้าค่ะ ลูกจะเตรียมตัวอย่างดีเพื่อเป็นพระชายาของท่านอ๋อง”
“อีกไม่นานพ่อของเจ้าก็จะกลับมาเมืองหลวง ข้าจะคุยกับเขาเองว่าให้ขอพระราชโองการองค์ฮ่องเต้ให้เจ้าแต่งงานงานกับเยว่อ๋อง”
“แต่ว่าท่านแม่ ฝ่าบาทจะยอมหรือ”
“เหตุใดจะไม่ยอม หลายปีผ่านมาพ่อเจ้าตรากตรำร่วมรบกับข้าศึกที่ชายแดน บัดนี้ชนะศึกกลับมาพระองค์ย่อมพระราชทานรางวัลให้พ่อเจ้า”
“ลูกค่อยวางใจ แล้วท่านจะให้ว่านซินหรงแต่งกับตระกูลสวี่เมื่อใด หากท่านพ่อรู้เรื่องเข้าลูกเกรงว่าท่านอาจไม่ยอม”
“แล้วใครบอกว่าข้าจะให้พ่อของเจ้ารู้”
“ท่านหมายความว่า”
“ข้าจะให้ว่านซินหรงแต่งออกไปก่อนที่พ่อของเจ้าจะกลับมาเมืองหลวง”
“ท่านแม่ ท่านช่างรอบคอบยิ่งนัก” สองแม่ลูกมองหน้ากันราวกับผู้ชนะ เมื่อคิดว่าแผนของตนจะสำเร็จอย่างที่หวังเอาไว้อย่างแน่นอน
