บท
ตั้งค่า

บทนำ

ครั้นถึงเวลาฤดูหนาวผ่านพ้นพร้อมกับว่านซินหรงอายุเลยวัยออกเรือนมาหนึ่งขวบปีตระกูลว่านก็ยังหาบุรุษที่เต็มใจอยากแต่งนางเป็นฮูหยินไม่ได้ เหตุเพราะทั้งแคว้นต่างรู้ดีว่านางอัปลักษณ์ ด้วยเหตุนี้นางจึงถูกทุกคนหมางเมินเรื่อยมา...ไม่เว้นแม้แต่คนในตระกูล

“ลูกแม่ หากเจ้าอยากแต่งงานกับผู้ใดแม่ย่อมส่งเสริม เจ้างดงามถึงเพียงนี้บุรุษทั่วทั้งเมืองต่างอยากได้เจ้าไปเป็นภรรยา” ซ่งอี้เซียวบอกลูกสาวของตนด้วยความภูมิใจเต็มอก

“ลูกอยากแต่งงานกับบุรุษที่มีอำนาจ”

“ใต้หล้านี้เห็นทีคงมีแต่ฮ่องเต้ที่มีอำนาจเหนือคนทั้งปวง เจ้าอยากเป็นสนมงั้นหรือ”

“ฮ่องเต้อายุปูนนั้นแล้ว ลูกคงไม่ฝืนใจแต่งกับคนอายุมากเช่นนั้น” ว่านซูเจินบอกอย่างถือดี

“แล้วองค์รัชทายาทเป็นอย่างไรเล่า”

“แม้องค์รัชทายาทจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ในอนาคต แต่พระองค์ก็ทรงมีพระชายาอยู่แล้ว เกิดมาชาตินี้ลูกไม่ขอเป็นอนุของชายใด”

“เช่นนั้นก็เหลือเพียงเยว่อ๋องผู้เดียวที่ยังไม่ได้แต่งงาน”

“ท่านแม่ ท่านช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก ข้าได้ยินมาว่าเยว่อ๋องฉลาดเก่งทั้งบุ๋นบู๊ รูปโฉมยังงดงามสตรีใดที่ได้เห็นต่างอยากได้เขามาครอบครอง ข้าจะต้องได้เป็นชายาของเขาเจ้าค่ะ”

“แต่ก่อนจะทำเช่นนั้นได้ พวกเราจะต้องกำจัดนางอัปลักษณ์ผู้นั้นออกไปจากจวนเสียก่อน”

“ท่านหมายถึง...”

“ข้าจะให้นางแต่งออกไปให้เร็วที่สุด เจ้าก็รู้ดีว่าบิดาของเจ้าเคร่งครัดเรื่องธรรมเนียมมากขนาดไหน หากว่านซินหรงยังมิได้ออกเรือนเห็นทีพ่อของเจ้าคงไม่มีวันยอมให้เจ้าแต่งก่อนนางเป็นแน่”

“เช่นนั้น พวกเราจะทำอย่างไรดี”

“เรื่องนี้ไม่ยาก ข้าจะให้นางแต่งกับลูกขุนนางบ้านนอกให้นางแต่งไปไกลเท่าไหร่ยิ่งดี มีนางอยู่ช่างขัดหูขัดตาข้ายิ่งนัก” ยามเอ่ยถึงว่านซินหรงน้ำเสียงที่นางเอื้อนเอ่ยเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แม้นางจะได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของสตรีผู้นี้แต่ก็มิได้รู้สึกรักใคร่ผูกพันธ์อันใด กลับมีแต่ความเกลียดชังอยู่ในอกนานวันเข้ายิ่งทวีคูณ

ว่านซินหรงนั่งปลงตกอยู่ริมน้ำท้ายจวน นัยน์ตาของนางเศร้าสลดยามคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ผิดหรือที่นางมิได้มีหน้าตางดงามเหมือนคนอื่น หากบิดาของนางอยู่เคียงข้างยามนี้ก็คงดี...นี่ก็สามปีแล้วที่ว่านซู่หลงจากเมืองหลวงจับดาบออกรบอยู่ชายแดนทิ้งให้บุตรสาวคนโตอย่างว่านซินหรงต้องทนทุกข์อยู่ตามลำพังไร้ผู้คนเหลียวแล

“คุณหนู กลับเรือนเถิดเจ้าค่ะ” มู่หลันเอ่ยเรียก เมื่อเห็นตะวันใกล้ลับขอบฟ้า

“มู่หลัน เจ้าว่าชาตินี้ข้าจะยังมีโอกาสได้เจอหน้าท่านพ่อไหม”

“เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ อีกไม่นานนายท่านก็จะกลับมา” ว่าแล้วก็ยื่นมือของตนเข้ากุมมือคุณหนูของตนไว้

“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

เมื่อทั้งสองเดินมาถึงเรือนสาวใช้คนหนึ่งก็โพล่งขึ้นว่า

“คุณหนู ฮูหยินเรียกท่านไปพบเจ้าค่ะ” สิ้นคำ นางก็เดินตามสาวใช้คนนี้ไปในทันที

“ฮูหยิน ข้าพาคุณหนูซินหรงมาแล้วเจ้าค่ะ”

“ให้นางเข้ามา”

“ท่านแม่ ท่านเรียกข้ามามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ” นางถามอย่างนอบน้อม อย่างน้อยในจวนอันอ้างว้างนี้นางก็ยังมีแม่เลี้ยงที่เอ็นดูนาง

“มานั่งนี่สิ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า” ซ่งอี้เซียวบอก พร้อมกับบอกให้ว่านซินหรงมานั่งข้างตัวเอง

“ตอนนี้อายุของเจ้าก็เลยวัยออกเรือนไปแล้ว แม่อย่างข้ากังวลใจยิ่งนัก เรื่องแต่งงานของเจ้าจะรอนานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว”

“ท่านคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ”

“ข้าหาบุรุษที่เต็มใจอยากแต่งงานกับเจ้าได้แล้ว เขาเป็นคุณชายจากตระกูลสวี่ แม้เขาจะเป็นคุณชายจากบ้านนอกแต่บิดาเขาเป็นถึงรองเจ้าเมืองหางโจวยศศักดิ์มิได้ด้อยไปกว่าตระกูลว่านของเรา ข้าจึงอยากถามเจ้าก่อนว่าเจ้ายินดีแต่งกับเขารึไม่ หากเจ้าไม่ยินดีข้าย่อมไม่บังคับ” ซ่งอี้เซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel