11
“รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุก
ผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง
“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”
“คุณหนูเฉินข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้วนะเจ้าคะ ท่านมิรู้เรื่องนี้หรือ คู่หมั้นของข้าคือหยางซื่อจื่อ มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องชอบพี่ชายท่านด้วยเล่า” หลี่ซูซินเอ่ยอธิบาย ใบหน้างดงามฉายแววจริงจังถึงสิ่งที่เอ่ยไปว่ามิได้มีความล้อเล่นแม้แต่เศษเสี้ยว
“ใช่พี่สาวข้ากับคู่หมั้นรักใคร่ชอบพอกันมาตั้งแต่เด็ก” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดและหลี่ฝูหมิงพยักหน้ายืนยัน
เริ่มแรกหลี่ซูซินอยากปรบมือให้กับหลี่ซูเจินที่รู้จังหวะช่วยเหลือนางรวดเร็วนัก แต่บัดนี้นางกลับอยากตีหลี่ซูเจินยิ่งนัก
“แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่ผ่านมาอย่างไร ผู้คนต่างก็รู้ว่าเจ้าตามติดพี่ชายข้าเสียยิ่งกว่าอะไรหากไม่ใช่เพราะเจ้ามีใจให้พี่ชายข้า”
“คุณหนูเฉินไม่เคยได้ยินหรือว่าอาหารยังกินมั่วได้ แต่คำพูดท่านจะพูดมั่ว ๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ข้าไม่ได้พูดมั่วนะ”
“ดูเหมือนว่าหากข้าไม่พูดให้กระจ่างแจ้งตรงนี้ ท่านคงจะยืนยันที่จะเชื่อเช่นนั้นต่อไป”
“...”
หลี่ซูซินหันไปประจันหน้ากับร่างสูงใหญ่ของเฉินอี้หานก่อนจะเริ่มเอ่ยคำถามออกไป
“แม่ทัพเฉินข้าขอถามท่าน ข้าเคยบอกหรือไม่ว่าข้าชอบท่าน” เพียงคำถามแรกที่หลี่ซูซินเอ่ยถามออกไปนั้นเรียกเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนรอบด้านออกมาได้
สายตาของผู้คนล้วนจับจ้องไปที่เฉินอี้หานอย่างอยากรู้คำตอบ ชายหนุ่มส่ายหน้าแทนคำตอบ
“หากผู้ที่รู้จักข้า ล้วนรู้ว่าข้านั้นคิดสิ่งใด พูดสิ่งนั้น ต้องการสิ่งใดทำสิ่งนั้น หากข้าจะชอบพอผู้ใดข้าล้วนแต่จะประกาศออกไป”
“แล้วคุณหนูใหญ่หลี่จะอธิบายเรื่องที่คอยตามติดแม่ทัพเฉินว่าอย่างไร” เสียงของคุณหนูสักคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา
หลี่ซูซินหันไปถามเฉินอี้หานอีกครั้ง
“แล้วข้าเคยเอ่ยกับท่านหรือไม่ว่าข้าต้องการให้ท่านสั่งสอนวิชาให้น้องชายข้า”
หลี่ฝูหมิงที่ยืนคุมสถานการณ์เผื่ออีกฝ่ายลงมือกับพี่สาวคนโตหันขวับไปมองอีกฝ่ายทันที เขาอยากเป็นทหารตั้งแต่เมื่อใดกัน เขาอยากเป็นขุนนางตามท่านพ่อต่างหากเล่า
ฝ่ายของเฉินอี้หานนั้นเขาไม่สามารถเอ่ยสิ่งที่ไม่เป็นความจริงออกไปได้ เพราะเรื่องที่หลี่ซูซินพูดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจึงพยักหน้ารับ
หลี่ซูซินกู่ร้องตะโกนในใจ ถือว่ามีทางแก้ต่างล้างมลทินให้ตนเอง ใครใช้ให้นางหน้าด้านหน้าทนแม้จะชังน้ำหน้าน้องชายแต่ก็เอาเรื่องน้องชายมาเป็นข้ออ้างในการเข้าหาบุรุษ แล้วยังได้แกล้งน้องชายไปในตัวด้วยหากเฉินอี้หานตอบรับ
ช่างดีเสียจริง บัดนี้ชีวิตนางมีหนทางล้างมลทินแล้ว
“ข้าเพียรตามแม่ทัพเฉินเพราะต้องการให้ช่วยสั่งสอนน้องชายข้า สาเหตุที่ข้าต้องออกตัวด้วยตนเองพวกท่านน่าจะทราบกระมังบิดาข้าไม่สนับสนุนน้องชายข้าในด้านการทหาร”
ผู้คนรอบข้างต่างพยักหน้ายอมรับกับเหตุผลของหลี่ซูซิน
“ข้าเองก็เป็นพี่สาวที่หวังดีต่อน้องชายของข้า การที่ชื่อเสียงของข้าต้องมัวหมองเพราะเรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องที่ข้าเสียใจจริง ๆ ผู้อื่นเข้าใจผิดข้ายังไม่เสียใจที่พวกท่านเองก็เข้าใจเช่นนั้น” ตลอดเวลาที่หลี่ซูซินเอ่ยพูดคุยกับพวกเขานางมิได้วางท่าทางราวกับเอาแต่ใจตนเองเช่นเคย
“จริงขอรับเป็นข้าที่อยากฝึกทหาร ข้าไม่คิดว่าจะทำให้เรื่องราวบานปลายเช่นนี้ เป็นความผิดข้าเอง” หลี่ฝูหมิงเอ่ยยืนยันเต็มเสียงแววตาซื่อตรง สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคำพูดของหลี่ซูซินเป็นอย่างยิ่ง
