12
ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง
“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏร่องรอยหนักใจออกมาให้เห็นราง ๆ
“ข้าหวังว่าจากนี้ไปทุกคนจะไม่เชื่อข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง” ใบหน้างดงามบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความไม่สบายใจขณะหันไปเอ่ยกับบรรดาผู้คน
เสียงของผู้คนรอบข้างดังเข้ามาให้คนที่กำลังประจันหน้ากันได้ยิน
“ข้าเคยได้ยินคุณหนูใหญ่หลี่เอ่ยขอให้แม่ทัพเฉินสั่งสอนน้องชายนางอยู่หลายครั้งทีเดียว”
“จริงหรือ แสดงว่าข่าวลือนั่นก็เชื่อถือไม่ได้น่ะสิ”
“ข้าว่านะคุณหนูใหญ่หลี่จะชอบแม่ทัพเฉินได้อย่างไร ดูนางสินางไม่มีท่าทางชื่นชอบเลยสักนิด”
“เช่นนี้คุณหนูใหญ่หลี่ก็น่าสงสารนัก ที่ต้องพบเจอกับข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง ชื่อเสียงหญิงสาวได้รับผลกระทบไปไม่น้อย”
“ที่ผ่านมาหากทำให้แม่ทัพเฉินและคุณหนูเฉินต้องเข้าใจผิดข้าขออภัยด้วย ข้าขอยืนยันว่ามิได้ชื่นชอบท่านแม่ทัพเฉินแม้แต่น้อย ข้าหวังว่าต่อจากนี้ไปพวกท่านจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ผิดอีก”
“ส่วนเรื่องน้องชายข้า แม่ทัพเฉินไม่ต้องลำบากใจข้ามิคิดฝืนใจให้ท่านตอบรับคำขออีกต่อไป” นางมิคิดจะกลั่นแกล้งหลี่ฝูหมิงอีก จึงเอ่ยออกไปเช่นนั้น หากเขาตอบรับคำในตอนนี้น้องชายจากที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กันคงจะถือดาบไล่ฆ่านางแทน
“ข้าขอยืนยันต่อทุกคนในที่นี้ ตัวข้าหลี่ซูซินรู้ดีแก่ใจว่ากำลังทำสิ่งใด ข้าไม่ทำเรื่องที่ผิดต่อฟ้าดินไม่ผิดต่อใครทั้งสิ้น”
หลี่ซูซินพูดออกมาได้อย่างหน้าตาย นางสามารถพูดโกหกได้อย่างลื่นไหลเพราะเอ่ยพูดประโยคที่เอาไว้แก้ตัวไว้ล่วงหน้า นางจินตนาการเกือบทุกสถานการณ์ที่จะพบเจอว่าต้องแก้ตัวเช่นไรให้ตนเองหลุดพ้นจากข่าวลือพวกนี้ แม้ว่าจะพยายามเช็ดเหงื่อที่ฝ่ามืออยู่หลายครั้งเพราะความตื่นเต้นกลัวตนเองหลุดทำเรื่องโง่งมเพิ่มไปอีก
“เจ้า พวกเจ้าหน้าไม่อาย ”
หลี่ซูซินคิดในใจว่าหากมัวแต่อาย ไม่กล้าโกหก ชื่อเสียงของนางจะกลับมาได้หรือ ในโลกนี้มิได้มีเพียงคนดีกับไม่ดี แต่มีผู้ชนะกับผู้แพ้ต่างหากเล่า
หากชนะจะกลับดำเป็นขาวนั่นก็เป็นเรื่องที่ง่ายไม่ใช่หรือ อย่างที่นางกำลังกระทำอยู่ตอนนี้
ผู้ชนะมีสิทธิ์ที่จะแก้ต่าง ขีดเขียนเรื่องราวของตนให้ผู้ชมรู้สึกดีกับผู้ชนะที่สุด
นางจะเป็นนางร้ายในสายตาผู้คนอีกไปเพื่ออะไรกัน มีโอกาสให้แก้ต่างให้ตัวเองนางจะไม่ทำได้หรือ
แม่ทัพเฉินเห็นว่าน้องสาวของตนเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของตระกูลเฉินจึงดึงรั้งน้องสาวที่กำลังจะกระโจนใส่หลี่ซูซินออกมา
ตั้งแต่เข้ามาในร้านน้ำชาแห่งนี้มา เขามาเพราะน้องสาวรบเร้าให้พามาแม้รู้ว่าห้องที่ชมการแสดงนั้นเต็มแล้ว ไม่รู้ว่าน้องสาวไปได้ยินข่าวมาจากที่ใดว่าหลี่ซูซินหญิงนางนั้นจองห้องใหญ่ไว้
แม้เขาจะไม่อยากเอ่ยขอร่วมห้องกับหญิงผู้นั้นเพียงใด แต่ทนความรบเร้าของน้องสาวไม่ได้จึงจำยอม แต่ไม่คาดคิดว่าหญิงร้ายกาจที่ตามติดเขามาในช่วงหลายเดือนมานี้กลับตอบปฏิเสธ
สร้างความไม่เข้าใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
เขามองพิจารณาอีกฝ่ายเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายได้ชัดเจน แววตาที่อีกฝ่ายใช้มองมาที่เขาไม่ได้เต็มไปด้วยความหลงเช่นเคย เขามองเห็นเพียงแววตาที่นางเคยใช้มองผู้อื่นที่ต่ำกว่า
นางมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงผู้นี้จึงเปลี่ยนไปอย่างไม่เหลือเค้าเดิม
“น้องสาวข้าเข้าใจผิดไปทำให้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่หลี่ต้องมัวหมองแล้ว ต้องขออภัยคุณหนูหลี่แล้ว”
หลี่ซูซินมองเฉินอี้หานเอ่ยขออภัยตนเอง ภายในใจนางยามนี้ราวกับยกหินที่ทับอยู่ในอกออกไปได้ นางมิอยากมองใบหน้านั้นนานจึงตัดสินใจหันหลังเดินขึ้นบันไดชั้นสองโดยที่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งอย่างที่นางใช้เป็นประจำ
“ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือโทษ หากมีครั้งหน้าอีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกท่าน”
