บท
ตั้งค่า

10

ช่วงเวลาที่หลี่ซูซินพักรักษาฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไปด้วย จากเดิมที่หลี่ซูซินปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมมื้ออาหารเย็นของครอบครัวมาตลอดจนมิมีผู้ใดมาเอ่ยชวนแล้ว

กลับกลายเป็นหลังจากที่นางหายไข้ และได้รับอนุญาตให้ออกนอกเรือนได้ มีสาวใช้มาถามว่านางจะรับมื้อเย็นที่เรือนใหญ่หรือไม่

หลี่ซูซินมิได้ตอบปฏิเสธไปเช่นเคย หญิงสาวลองเปิดใจก้าวข้ามความกลัวในใจ เพราะเคยเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์แล้วรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นคนนอก ทั้งที่คนในครอบครัวต่างปฏิบัติต่อนางอย่างดี

เพียงแต่นางปล่อยให้อคติบดบังสายตา มองเห็นเพียงบิดาเอาใจใส่บุตรคนอื่นและละเลยตัวนาง จนนางเริ่มต่อต้าน ไม่อยากพบเจอกันในยามกินข้าว จึงใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อเลี่ยงไปแม้ในครั้งแรกจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง แต่เมื่อลองเปิดใจ ลองก้าวข้ามผ่านความกลัว นางกลับพบว่าสิ่งที่รอนางอยู่นั้นล้วนเติมเต็มดวงใจที่ว่างเปล่าของตน

เรียกได้ว่าหลี่ซูซินใช้ชีวิตใหม่ในครั้งนี้อย่างมีความสุข

เมื่อมีความสุข ไม่นานย่อมมีเรื่องน่ารำคาญผ่านเข้ามาในชีวิตที่มีความสุขเกินไปของหญิงสาว

เฉกเช่นวันนี้ที่หลี่ซูซินออกมาเที่ยวนอกจวนโดยมาพร้อมกับหลี่ซูเจินน้องสาวคนรอง และมีหลี่ฝูหมิงน้องชายคนที่สาม

โดยที่ไม่ทันคาดคิดว่าตนจะมาพบกับเฉินอี้หาน ณ ที่ร้านน้ำชาที่มีคณะนักดนตรีชื่อดังมาบรรเลงในเที่ยงวันนี้ ช่างเป็นความบังเอิญเสียจริง

“ข้าต้องขอปฏิเสธเจ้าค่ะ พวกข้าสามพี่น้องต้องการความเป็นส่วนตัว”

หลี่ซูซินมิอยากมองใบหน้าที่ครั้งหนึ่งตนเคยตามติด แม้ว่ายามนี้นางจะสามารถตัดใจจากเขาได้ แต่ยามมองเห็นเขานางรู้สึกถึงความโง่งมที่ตนเคยกระทำ ยิ่งมองเห็นยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ

บัดนี้ความรักผันแปรเป็นความชังเสียแล้ว

การที่นางเอ่ยปฏิเสธมิต้องการแบ่งปันห้องส่วนตัวให้เขาและน้องสาวที่มาเอ่ยขอเป็นสิ่งที่นางมิต้องใช้หัวในการคิดเลยเสียด้วยซ้ำ

นางไม่จำเป็นต้องอดทนกับเรื่องที่จะทำให้ตนเองไม่มีความสุข นางไม่อยากใช้เวลาแม้แต่สักเสี้ยวร่วมกับพวกตระกูลเฉิน กับคนที่ไม่ให้ค่านาง นางเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจพวกเขา

การปฏิเสธของหลี่ซูซินเรียกความสนใจของบรรดาผู้คนที่ยังอยู่บริเวณชั้นล่างของโรงน้ำชาแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ใครบ้างในชนชั้นสูงที่ไม่รู้จักคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่ คุณหนูสาวที่ได้ชื่อว่ากำลังเป็นดอกซิ่งยื่นออกนอกกำแพง

“เหตุใดวันนี้คุณหนูใหญ่หลี่จึงปฏิเสธหรือเจ้าคะ พวกเราก็คนกันเองมิใช่หรือ”

“ข้าบอกเหตุผลไปชัดเจนแล้วมิใช่หรือคุณหนูเฉิน ห้องนี้ข้าจองมันด้วยตนเองข้าย่อมมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจมิใช่หรือ วันนี้ข้าออกมากับน้อง ๆ จึงอยากนั่งกันเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น” หลี่ซูซินเอ่ยตอบน้องสาวของเฉินอี้หานไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยกไม้ที่สลักเลขห้องชูไปตรงหน้าอีกฝ่าย

ท่าทางเช่นนี้สามารถทำให้คุณหนูสกุลเฉินสาวหลุดแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกมาได้

“มิใช่ว่าท่านชอบพี่ข้าหรือ ที่ผ่านมาเป็นท่านที่ตามติดพี่ชายข้ายิ่งกว่าเงาเสียอีก เหตุใดวันนี้จึงได้เสียมารยาทเช่นนี้กัน”

“น้องสาวอย่าเอ่ยเช่นนั้น”

แม้ว่าเฉินอี้หานจะพูดเบาเพียงใด ผู้อื่นอาจจะได้ยิน แต่กับคนที่อยู่ใกล้และเฝ้ามองกิริยาของสองพี่น้องอยู่อย่างหลี่ซูซินนั้นกลับได้ยินแจ่มชัด ต่อให้เฉินอี้หานจะพยายามห้ามน้องสาวเช่นไร แต่บัดนี้ความโมโหของคุณหนูสกุลเฉินมิได้สนใจจะฟังพี่ชายตนเองอีกแล้ว

หลี่ซูซินปั้นสีหน้าเคร่งเครียดไม่สบายใจ นางหันหน้าไปมองเฉินอี้หาน ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยออกไปเสียงไม่เบานักเพื่อให้ผู้คนที่พยายามฟังทุกคนได้ยินกันอย่างครบถ้วน

“เพราะอะไรที่ทำให้ท่านคิดเช่นนั้นกัน ข้าตามติดแม่ทัพเฉินก็จริง แต่ว่านั่นย่อมมีสาเหตุนี่นา เหตุใดจึงกล้าคิดกันนะว่าข้าทำไปเพราะชอบแม่ทัพเฉิน” ประโยคแรกเอ่ยออกไปเสียงดัง ประโยคต่อมาหลี่ซูซินลดเสียงเบาลงราวกับพูดกับตนเองแต่ก็ดังพอให้ผู้คนสามารถจับใจความได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel