9
“แต่ท่านพ่อก็มิได้รักข้าผู้เดียวนี่”
“ซินซินพวกเขาก็เป็นลูกพ่อเช่นกัน เจ้าลองคิดกลับกันหากเป็นพ่อที่รักแต่พวกเขามิสนใจเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าไม่ต้องตอบพ่อเพียงลองคิดตามที่พ่อเอ่ยไป”
“.....” ข้าก็คงเสียใจ
“แล้วหากข้ารักเพียงแต่บุตรคนโตเช่นเจ้า แล้วบุตรคนอื่น ๆ เล่า พวกเขาต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ของบิดา เจ้าว่าข้าต้องทำเช่นไรในฐานะบิดา”
“....” ควรรักให้เท่าเทียม หรือรักข้ามากกว่าก็ได้ข้าไม่ถือ
“ข้าตอบได้ว่ามิได้รักเจ้าน้อยกว่าพวกเขาหรอก ต่อไปอย่าได้คิดว่าพ่อไม่รักเจ้าอีกเลย”
“....”
“ที่ผ่านมาอาจจะเป็นพ่อที่ใส่ใจเจ้าไม่มากพอจนทำให้เจ้าต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อภัยให้พ่อได้หรือไม่ซินซิน” หลี่มู่ตงเองเขารู้สึกว่าปมในใจของบุตรสาวเกิดจากเขา เป็นความผิดในฐานะบิดาที่ใส่ใจบุตรไม่มากพอทั้งที่นางมีเขาเป็นบิดา มิได้สนิทกับฮูหยินคนใหม่ เขาควรใส่ใจความรู้สึกนางมากกว่านี้
ดีที่วันนี้บุตรสาวคนโตดูเหมือนจะรู้ความขึ้น ใช้เหตุผลและยอมรับฟังเหตุผลของผู้อื่น
ส่วนหลี่ซูซินนั้นราวกับปลดผนึกในใจของตนเองออกไปได้ ใบหน้างามที่บัดนี้น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ปรากฏรอยยิ้มยินดีออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดบิดาอย่างที่เคยอยากทำมาตลอด อ้อมแขนบิดาช่างอบอุ่นไม่น้อย ดียิ่งที่นางมีโอกาสได้กลับมาแก้ไขความเข้าใจผิดของตนเอง
ด้วยเพราะบุตรสาวมิเคยยอมให้เขากอดมาตั้งแต่เยาว์วัย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีซึ่งสร้างความประหลาดใจอย่างมากแก่ผู้เป็นบิดา หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจของจวนบัดนี้กลับกลายเป็นเด็กน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น เขาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“ข้ามิเคยโกรธท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ จากนี้ข้าจะไม่คิดเหลวไหลอีกแล้ว” หลี่ซูซินพูดเสียอู้อี้เนื่องจากนางกอดบิดาเสียแน่น
“เจ้าว่าอย่างนั้น พ่อก็ดีใจ”
“ข้าจะไม่รังแกน้องอีกแล้วท่านพ่อ”
“อย่างนั้นหรือ” ที่ผ่านมาเขาปิดตาข้างหนึ่งยามที่บุตรสาวคนโตสร้างเรื่องรังแกบุตรอื่น เพราะไม่อยากให้นางเตลิดไปมากกว่านี้
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องหลังบ้านอีกแล้ว ข้าเป็นพี่ใหญ่ไม่ปกป้องน้องไม่ว่า แต่ไม่รังแกพวกเขาอีกแล้ว”
“ซินซิน จะไม่ปกป้องพวกเขาสักหน่อยหรือ”
“อืมมม หากพวกเขามีคนมารังแก ข้าจะยอมช่วยก็ได้เจ้าค่ะ”
ตะกอนที่เคยอยู่ในใจบัดนี้ราวกับได้ถูกชะล้างออกไปเสียจนสิ้น นางสามารถพูดเรื่องบุตรคนอื่นกับบิดาได้ด้วยรอยยิ้ม มิได้รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสียอย่างที่แล้วมาอีกแล้ว
เมื่อไถ่ถามอาการ พูดคุยกันกระจ่างหลี่ซูซินคิดว่าบิดาจะกลับเรือนไปพักผ่อน ไม่คิดว่าจะโดนอีกฝ่ายเรียกไปนั่งคุยที่โต๊ะ หญิงสาวมองใบหน้าที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นเคร่งขรึมจริงจังของผู้เป็นบิดา มือบอบบางลูบขนที่แขนที่ลุกชันขึ้นอย่างรวดเร็ว
ท่าทางบิดายามนี้คือท่าทางของเสนาบดีหลี่ที่อยู่ต่อหน้าขุนนางผู้อื่นที่พร้อมจะไล่ต้อนผู้คนให้เข้าสู่แผนการชัด ๆ
“มีสิ่งใดอยากบอกข้าหรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ” หลี่ซูซินเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประหม่าเมื่อสายตาคมกริบของบิดาจับจ้องมองนางอยู่ตรงหน้า
“ไม่มีแน่หรือ”
“เอ่อ ท่านพ่อหมายถึงเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ”
“เจ้าอยากถอนหมั้นเพียงเพราะไม่ชอบหยางซื่อจื่อ หรือเพราะแม่ทัพเฉินผู้นั้น”
เพียงประโยคแรกที่หลี่มู่ตงเอ่ยออกมาทำให้สีหน้าของผู้เป็นบุตรสาวซีดเผือดลงทันที
“ท่าน ท่านพ่อ เหตุใดจึงเอ่ยเช่นนั้นกัน” น้ำเสียงตะกุกตะกักเปล่งออกไปอย่างยากลำบาก เมื่อมองเห็นสายตาบิดาที่มองมาราวกับทะลุไปถึงใจ
"เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือซินซิน เจ้าเป็นบุตรสาวของข้าความคิดเจ้าเหตุใดข้าจะดูไม่ออก"
เพียงประโยคนี้ประโยคเดียว หลี่ซูซินหมดคำพูดที่จะเอ่ยแก้ตัวแล้ว
“ท่านพ่อข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่คิดจะถอนหมั้นแล้วเจ้าค่ะ”
“ซินซิน หากเจ้าไม่อยากหมั้นหมายกับหยางซื่อจื่อต่อ ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง แต่บิดาเตือนเจ้าสักคำ”
“...”
“อย่าได้คิดทำเรื่องใดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเจ้าในภายหลัง คิดตริตรองถึงผลได้ผลเสียให้ดี”
“...”
“แม้ว่าข้าจะไม่อยากให้การหมั้นหมายของเจ้าล้มเลิก แต่หากเจ้าไม่มีความสุขใช่ว่าข้าจะบังคับให้เจ้าต้องจำยอมแต่ง เพียงแต่อย่าได้ทำเช่นนั้นอีก วิธีการที่ถูกต้องมีมากมาย เหตุใดจึงไม่ใช้”
“ท่านพ่อวางใจ ข้าไม่คิดเรื่องถอนหมั้นกับหยางซื่อจื่ออีกแล้ว ที่ผ่านมาข้ารู้ตัวดีว่ากระทำเรื่องที่ผิด ต่อจากนี้ข้าจะทำตัวดี ๆ ไม่หาเรื่องขายขี้หน้ามาให้ท่านอีกแล้ว”
กลับกลายเป็นว่าแผนการของนางมีผู้รับรู้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน หรือว่าเป็นเพราะเป็นแผนการที่โง่งมเหลือจะทนจึงทำให้ผู้อื่นมองออกได้ง่ายเช่นนี้
ที่ผ่านมาเรื่องที่นางตามติดตอแยเฉินอี้หานมีสายตามากมายที่มองเห็น ทำให้ชื่อเสียงของนางล้วนมิได้ดีงามลามมาถึงตระกูลหลี่
“ไม่คิดเรื่องถอนหมั้นแล้วพ่อก็ไม่ว่า แต่เรื่องที่กระทำตนไม่เห็นแก่หน้าจวนชินอ๋องนั้น เจ้าควรรู้ว่าต้องทำเช่นไรต่อไป” เขาเอ่ยเพื่อให้บุตรสาวได้ฉุกคิด ส่วนเรื่องที่แผนการกระโดดลงน้ำแล้วบุตรสาวคนรองไปตามหยางซื่อจื่อนั้น ไม่ต้องคาดเดาเลยคาดว่าฝ่ายนั้นเองก็รู้ถึงแผนการ
ไม่รู้ว่าบุตรสาวผู้นี้จะคิดได้จริงหรือไม่ แต่เขาหวังเพียงอย่าใช้วิธีการที่โง่งมจนคนอื่นดูแผนการออกอีกเช่นนี้อีก
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ส่วนเรื่องแม่ทัพเฉิน”
ไม่ทันที่บิดาจะเอ่ยจบประโยค หลี่ซูซินเอ่ยขัดออกไปทันทีแม้จะเสียมารยาทก็ตาม นางมิอยากให้บิดาเอ่ยถึงเรื่องของบุรุษผู้นั้นอีก
“ข้าเกลียดเขาท่านพ่อ ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว!”