บทที่ 1.4
คัมภีร์แห่งปรมาจารย์ของตระกูลเสิ่น เพลงกระบี่คู่เลื่องชื่อ บิดาของนางได้รับมาจากปรมาจารย์ในยุคที่เทียนซานมั่งคงเป็นหนึ่งเดียว บิดาของนางฝึกฝนจนแตกฉานและยังคงมองหาผู้ที่เหมาะสมเพื่อสืบทอด ทว่าเขากลับมีบุตรสาวที่เกิดจากอนุเพียงคนเดียว
พี่ชายคนโตของนาง...เสิ่นเจี้ยน อายุได้เพียงยี่สิบก็ล้มป่วยหนักและสิ้นใจ ฐานะของเขาเองก็ไม่ได้รับการยอมรับ เนื่องจากความชอบส่วนตัวที่ไม่อาจเปิดเผย
พี่ชายคนรอง...เสิ่นอวี๋ ปีนี้อายุได้เพียงสิบแปด บัดนี้ออกท่องยุทธภพเพราะทนรำคาญต่อสายตากดขี่ไม่ไหว เขาเป็นบุตรชายที่เกิดจากนางคณิกา มารดาฆ่าตัวตายหลังบิดารับเข้าป้อมตระกูลเสิ่นได้ไม่นาน ต้นเหตุก็เพราะคนตระกูลเสิ่นล้วนรังเกียจนางทั้งสิ้น
พี่ชายคนที่สามอายุเท่ากันกับนาง เสิ่นฉยง ปีนี้อายุย่างเข้าสิบเจ็ดปี อยู่ๆ ก็หนีไปโกนผมออกบวช ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมสืบทอดฐานะผู้นำตระกูล
คนสุดท้าย...เสิ่นหมิงเล่อเองก็ไม่รู้ว่าควรเรียกเขาเป็นพี่ชายหรือน้องชายดี อายุของเขาเท่ากันกับนางและเสิ่นฉยง เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก เป็นคนที่บิดาพากลับเข้าป้อมมาโดยบอกว่าเป็นเด็กกำพร้า และนับจากนั้นเขาก็กลายมาเป็นบุตรชายบุญธรรมของบิดา เป็นคุณชายของป้อมตระกูลเสิ่น...เสิ่นจิ่ว
ฐานะของเสิ่นจิ่วในป้อมตระกูลเสิ่น แม้บิดาเอ็นดูรักใคร่เห็นเป็นบุตรแท้ๆ ถึงอย่างนั้นคนตระกูลเสิ่นก็ยังไม่ยอมรับเขา นอกจากแซ่เสิ่น ตัวเขาในป้อมก็มีฐานะเหนือบ่าวไพร่ขั้นหนึ่ง ทว่าก็ยังต่ำต้อยกว่าคนตระกูลเสิ่นคนอื่นๆ ขั้นหนึ่งอยู่ดี
ในห้องหนังสือของเสิ่นชิวน้อยคนที่จะได้รับอนุญาติให้เข้าไป เสิ่นหมิงเล่อคือหนึ่งเดียวที่เข้าๆ ออกๆ ทว่าก่อนหน้านี้ให้อย่างไรนางก็ไม่เคยให้ความสนใจคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ แม้จะรู้ว่ามันเก็บเอาไว้ที่ใด แต่นางกลับไม่เคยคิดที่จะนำออกมาดูสักครา
กล่องพันสลัก...ในช่องลับของห้องหนังสือ
เสิ่นหมิงเล่อล่วงรู้วิธีเปิดกล่อง มารดาของนางเป็นคนทำกล่องนี้ขึ้น เคยสอนนางถึงวิธีเปิดตั้งแต่จำความได้ เรื่องนี้แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่เคยล่วงรู้
ตอนออกมาจากห้องหนังสือของบิดา นางจงใจกอดรองเท้าของบิดาเอาไว้กับอก กระซิบบอกคนเฝ้าหน้าห้องหนังสือว่าห้ามบอกบิดา เพราะนางอยากเย็บร้องเท้าให้เป็นของขวัญอีกฝ่าย หากล่วงรู้ก่อนบิดาอาจไม่ประหลาดใจ คนเฝ้าประตูมองนางด้วยสายตาเอ็นดู เขาหัวเราะจากนั้นรับปากโดยไม่สงสัย
แน่นอน...ผู้ใดจะกล้าสงสัยเล่าว่าผู้ที่ขโมยคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ไปจะเป็นคุณหนูของตระกูลเสิ่นเอง!!!
เพิ่งออกมาจากเรือนบิดาก็มองเห็นเงาร่างสูงของเสิ่นจิ่ว เขาเดินอยู่อีกฟากของโถงทางเดิน ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นนางหยุดยืนมองเขานิ่ง เขาเป็นเพียงบุตรบุญธรรม นางเป็นบุตรสาวสุดรักสุดหวงของผู้นำตระกูล ดังนั้นแม้ไม่อยากทำก็ต้องจำใจเดินเข้ามาประสานมือทักทาย
เสิ่นหมิงเล่อเพิ่งเคยสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายจริงจัง ด้วยก่อนหน้านี้นางเองก็ไม่ได้สนใจเขานัก ไม่สิ...ต้องบอกว่าไม่ว่าก่อนหรือหลังแต่งงาน นางกลับไม่เคยเลยที่จะใสใจคนรอบข้าง!!!
เสิ่นจิ่ว...เป็นคนตระกูลเสิ่นเพียงคนเดียวที่ไม่ทอดทิ้งที่นี่ไป เป็นเพียงคนเดียวที่จัดการทุกๆ เรื่องในงานศพของบิดา เป็นคนตระกูลเสิ่นคนสุดท้ายที่ก้าวออกไปจากที่นี่หลังตระกูลเสิ่นล่มสลาย เป็นเขาที่พยายามเข้าไปเยี่ยมนางหลังเกิดเรื่อง ทว่ากลับโดนสวีเหยียนถิงกับอนุขับไล่อย่างไม่ไว้หน้า
“คุณหนูเสิ่น”
“ท่านมาตรวจดูความเรียบร้อยหรือ”
“ขอรับ” เขาตอบจากนั้นเหลือบมองรองเท้าของบิดาในอ้อมแขนนาง
“ท่านอย่าบอกท่านพ่อนะ ข้าอยากให้เขาประหลาดใจ ข้าคิดจะเย็บรองเท้าคู่ใหม่ให้เขาสักคู่” กล่าวจบก็ก้มลงมองรองเท้าของเขา สภาพเก่าพอๆ กับของบิดานาง “ไว้ข้าจะช่วยเย็บให้ท่านอีกสักคู่ก็แล้วกัน”
“ไม่รบกวนคุณหนูขอรับ ข้าไปหาซื้อที่ตลาด...” เขาชะงักมองแม่นมชุยที่เดินเข้ามาหานาง ดูท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของเขาแล้วนางได้แต่ถอนหายใจ “พี่สี่” เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาประหลาด ตอนนี้แม้แต่แม่นมชุยเองก็หยุดเดินด้วยความตกใจ