บทที่ 1.3
ขณะกำลังนั่งเหม่อลอยใช้ความคิดเงียบๆ เพียงลำพัง เสียงสาวใช้ก็ดังขึ้นข้างๆ ไม่ไกลนัก พร้อมๆ กันนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาในโถงของเรือน
“แม่นมชุย คุณหนูนั่งเหม่อลอยเช่นนี้มาครึ่งวันแล้วนะเจ้าคะ ข้าไม่สบายใจเลย”
“คุณหนูกำลังยินดีกับการหมั้นหมาย นางย่อมมีเรื่องให้คิดอีกมาก ให้นางดูของหมั้นนานอีกนิด อย่าคิดมาก”
“แต่ข้าว่า...ดูคุณหนูตอนนี้ดูไม่เหมือนกำลังยินดีเลยนะเจ้าคะ ข้าว่าคุณหนูดู...น่ากลัวอย่างไรไม่รู้”
แม่นมชุยเดินเข้ามาแอบมองนางด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูเจ้าคะ”
เสิ่นหมิงเล่อยิ้มหันกลับไปมองแม่นมชุยกับเสี่ยวหงหง ใบหน้าห่วงใยของคนทั้งสองทำให้นางนึกถึงจุดจบของตัวเอง อนุของสวีเหยียนถิงเย้ยหยันนางว่าหลังจากนางถูกสามีสั่งขัง ทั้งสองคนเองก็ถูกขายเป็นทาสไม่รู้ชะตากรรม
ในบรรดาคนสนิทของนางเสี่ยวหงหงกับแม่นมชุยนับเป็นคนที่นางไว้ใจที่สุด มั่นใจที่สุดว่าหวังดีกับนางอย่างไม่มีข้อแม้ “ข้าอยากไปหาท่านพ่อ” นางลุกขึ้นยืน
หากคิดที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง ตอนนี้นางควรเริ่มที่อาการป่วยของบิดา เขาป่วยได้อย่างไร ป่วยตอนไหน ป่วยได้อย่างไร จากนั้นค่อยเริ่มจัดการเรื่องการหมั้นหมายที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้!!
“ท่านพ่อเจ้าคะ” หญิงสาวเดินเข้าไปหาบิดาด้วยรอยยิ้ม นึกถึงงานศพที่เงียบเหงาของบิดากับสภาพของป้อมตระกูลเสิ่นหลังบิดาสิ้นใจ เสิ่นหมิงเล่อได้แต่กลืนก้อนสะอื้นที่แล่นมาเป็นริ้วๆ กลับเข้าไป
“เสี่ยวหวงหรงมาแล้ว? เป็นอย่างไรของหมั้นถูกใจหรือไม่”
นางมองเห็นใบหน้าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักของบิดา น้ำตาก็ยิ่งรื้นขึ้นจนยากจะควบคุม เช่นนี้ที่ทำได้ก็คือหันไปรินชาพร้อมกับลอบเช็ดน้ำตา “ชอบเจ้าค่ะ ล้วนดีทั้งนั้น” การแต่งงานนี้เดิมทีนางเองก็เห็นด้วย ดังนั้นนางเองก็นับเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้บิดาผิดหวัง
“เจ้าชอบก็ดีแล้ว ขอเพียงเจ้ามีความสุขพ่อเองก็ดีใจ ว่าแต่มาหาพ่อมีเรื่องใดหรือ”
หญิงสาวยื่นจอกชาให้บิดา “ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่านพ่อเจ้าค่ะ”
“เรื่องอะไรไหนลองว่ามา”
“ไหนๆ ข้าก็หมั้นหมายแล้ว อีกไม่ถึงเดือนก็จะแต่งงาน ข้าอยากชวนท่านพ่อไปเยี่ยมท่านน้าที่ฝั่งตะวันตกเจ้าค่ะ”
ท่านน้าที่นางกล่าวถึงก็คือน้องสาวของมารดาที่ลาโลกไปตั้งแต่นางยังเด็ก อีกฝ่ายมีความรู้เรื่องแพทย์ นางอยากมั่นใจว่าบิดาตอนนี้สบายดี ทว่าหากไม่ใช่ความลับที่บิดาล้มป่วยก็ยังจะรักษาเอาไว้ได้ หากท่านน้าของนางเป็นคนตรวจอาการ...
“จะว่าไปก็ไม่ได้พบท่านน้าของเจ้านานมากแล้ว เช่นนั้นก็ได้ หลังแต่งงานเจ้าเองก็คงไม่มีโอกาสออกไปเที่ยว ถือเสียว่าพ่อพาเจ้าออกไปเที่ยวนอกป้อมสักครา”
“ข้ารู้ว่าท่านพ่อรักข้าที่สุด เอาเป็นว่าอีกสามวันพวกเราออกเดินทาง ท่านพ่อมีเวลาสั่งการที่นี่ ข้าเองก็มีเวลาเตรียมตัว” นางยิ้มกว้าง
“ได้”
ตอนเดินออกมาจากเรือนของบิดา หญิงสาวหยุดเดินและมองไปยังศาลาริมสระบัว สายตาของนางเต็มไปด้วยประกายของความเคร่งเครียด นางพยายามนึกถึงเรื่องราวในความฝัน จากนั้นจึงหันไปมองเสี่ยวหงหง “เจ้าคอยดูเอาไว้ว่าวันนี้ท่านพ่อจะออกไปข้างนอกตอนไหน พอท่านพ่อออกไปแล้วรีบมาบอกข้า อย่าให้ใครรู้เล่า”
“คุณหนู...” เสี่ยวหงหงไม่เข้าใจว่าผู้เป็นนายเป็นอะไร นับตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ผู้เป็นนายก็มีท่าทีแปลกๆ คล้ายมีเรื่องในใจ
“ข้าไม่เป็นไรเพียงมีเรื่องให้คิดเท่านั้น ข้าอยากเข้าไปในห้องหนังสือของท่านพ่อ อยากได้รองเท้าที่ท่านแม่เคยเย็บให้ท่านพ่อมาดู ข้าจะเย็บรองเท้าให้ท่านพ่อสักคู่ เอาให้เหมือนที่ท่านแม่เย็บ แต่ว่าข้าไม่อยากให้ท่านรู้ตอนนี้ หาไม่คงไม่ประหลาดใจ”
“ที่แท้ก็อยากให้นายท่านประหลาดใจนี่เอง” อีกฝ่ายถอนหายใจด้วยท่าทีโล่งอก “ข้ายังนึกว่าเรื่องอะไร คุณหนูวางใจข้าจะไม่ให้ใครรู้แน่นอน”