บทที่ 1 (2) ข้าไม่หย่ากับเจ้า
“...”
ปากที่อ้าค้างหุบฉับ ใบหน้าแดงก่ำราวกับจับไข้ นางหมุนตัวก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องทำงานของสามีโดยไม่ลา แล้วทันทีที่ประตูทั้งสองบานปิดเข้าหากันสนิท หญิงสาวก็ส่งเสียงออกมาราวกับอัดอั้นตันใจ
“อ๊าก! ไอ้บ้า!”
เสียงนั่นทำให้คนตัวโตถึงกับกระตุกยิ้มที่มุมปากด้วยความสนเท่ห์
“ไม่ยักรู้ว่าภรรยาข้ามีพลังชีวิตที่โชติช่วงดั่งเปลวเพลิงเช่นนี้ ดูเหมือนว่าข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าเลยสินะหลินฮวา...”
พูดพลางยอบกายลงนั่งบนเก้าอี้ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะริมฝีปากของตนเองที่ยังคงกรุ่นกลิ่นหอมหวานจากเรียวปากนุ่มนิ่มของภรรยาไม่สร่างซา
แรกทีเดียวเขาก็แค่อยากแกล้ง อยากเอาชนะ ยิ่งเห็นท่าทางจองหองมั่นอกมั่นใจเขาก็ยิ่งอยากเย้าแหย่ แต่พอได้ ‘จูบ’ เหตุใดเขาจึงรู้สึกต้องการมากขึ้นเล่า เนื้อตัวนุ่มนิ่มในอ้อมกอดทำให้สัตว์ร้ายในกายตื่นขึ้นอย่างหื่นกระหาย และมันทำท่าจะตระกรุมตระกรามเสียด้วย
“หรือเพราะข้าร้างราสตรีมานานเกินไป...”
โหวจางเซียวหยางหาเหตุผลให้กับการกระทำของตนเอง ก่อนจะหวนคิดถึงใบหน้าหวานๆ ที่แดงระเรื่อของภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“แปลก...ราวกับไม่ใช่ภรรยาที่ข้าเคยรู้จัก เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ เหตุใดนางจึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้”
คิดพลางสั่นกระดิ่งเรียกหาสาวใช้ให้ไปตามพ่อบ้านมาพบเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง จะได้รู้ว่าสิ่งใดทำให้ภรรยาเปลี่ยนไป
“ราวๆ สิบห้าวันก่อน ช่วงที่ท่านโหวเดินทางไปต่างแดน ฮูหยินได้พยายามฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอกับขื่อขอรับ ตอนที่สาวใช้ไปพบผ้าบางส่วนขาดออกจากกันจึงทำให้ร่างของฮูหยินร่วงตกลงมา นอนสลบไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนจึงฟื้นคืนขอรับ”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อได้ฟังรายงานจากพ่อบ้านกง มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในจวนแต่เขากลับไม่รู้เลย มิน่าเล่าเขาสังเกตเห็นว่าที่ลำคอของนางมีรอยช้ำ ที่แท้ก็เป็นรอยช้ำจากการพยายามผูกคอตายนี่เอง
“เหตุใดจึงไม่มีใครรายงานเรื่องนี้แก่ข้า”
“ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ให้รายงานเรื่องนี้แก่ท่านโหวขอรับ เพราะเกรงว่าจะทำให้ท่านโหวไม่สบายใจ อีกทั้งยัง...”
พ่อบ้านกงอึกอักคล้ายลำบากใจที่จะพูด
“มีอะไรที่ข้าควรจะรู้อีก!”
“เพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกขอรับ หนึ่งปีมานี้ฮูหยินพยายามฆ่าตัวตายกว่าสี่ครั้งแล้วขอรับ ไม่ว่าจะเป็นกระโดดน้ำในสระ กรีดข้อมือ กินยาพิษ และครั้งล่าสุดผูกคอตายขอรับ”
“อะไรนะ!”
ชายหนุ่มถึงกับทวนถามราวกับไม่เชื่อหู เรื่องราวต่างๆ ภายในจวนมารดาของเขาเป็นคนจัดการทั้งหมด มิได้ส่งมอบหน้าที่ให้กับฮูหยินคนใหม่ นั่นเพราะเหลียงหลินฮวาเป็นสตรีพูดน้อย เก็บตัว และมีลักษณะท่าทางที่น่าหดหู่จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือพูดคุยด้วย จึงไม่เหมาะแก่การปกครองจวน ดูแลบ่าวไพร่นับร้อย
นางเหมือนสตรีที่ยืนอยู่ท่ามกลางเมฆฝนมืดครึ้ม เรือนกายเปียกปอนด้วยหยาดฝนชุ่มโชก ก้มหน้าต่ำอย่างคนอมทุกข์เศร้าหมอง หลบสายตาผู้คนดั่งไม่ต้องการเสวนากับมนุษย์หน้าไหน
แต่...
จากที่เขาได้พบนางในวันนี้ นางไม่มีลักษณะเช่นนั้นเลย นางดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับสตรีที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ดวงตาของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต เสมือนดวงอาทิตย์ที่แผดจ้ายามเที่ยงวัน ร้อนแรงพร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นจุน ทว่าแสงจากดวงอาทิตย์นั้นก็พร้อมจะให้ไออุ่นกับทุกสรรพชีวิตเช่นกัน
“ให้สาวใช้คอยดูแลนางอย่างใกล้ชิดด้วย อย่าให้นางคิดสั้นทำร้ายตนเองอีก”
“ขอรับท่านโหว”
พ่อบ้านกงค้อมรับคำสั่งอย่างนอบน้อม อดแปลกใจไม่น้อยที่เจ้านายหนุ่มสนใจภรรยาสาวที่แต่งงานกันมาหนึ่งปีแต่ไม่เคยร่วมเตียงกันสักครั้ง
โหวหนุ่มเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ยกนิ้วขึ้นบีบสันจมูกแรงๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของมารดาซึ่งเป็นภรรยาเอกท่ามกลางอนุภรรยาถึงเจ็ดคน ทุกคนล้วนมีบุตรสามถึงสี่คนเป็นอย่างน้อย ทว่ามารดาของเขากลับมีเขาเพียงคนเดียวอีกทั้งยังเป็นบุตรที่เกิดตอนที่มารดาเริ่มอายุมากและสิ้นหวังที่จะให้กำเนิดบุตรสืบสกุลไปเสียแล้ว
ท่านจึงรักและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา และนี่คงเป็นสาเหตุที่มารดาปิดบังเรื่องราวของเหลียงหลินฮวาไม่ให้เขารับรู้
ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น หวนคิดถึงใบหน้าหวานของเหลียงหลินฮวา
‘เจ้ารู้สึกคับข้องใจสิ่งใดกัน ถึงขั้นต้องพยายามปลิดชีวิตของตนเองเช่นนี้เล่า...’