บท
ตั้งค่า

Without You (3)

คุณย่าทิพย์ยืนมองหลานชายนอนร้องไห้ที่เรือนริมน้ำ คุณย่าทิพย์รู้ดีว่าบางครั้งการได้ร้องไห้ระบายความเศร้าออกมาเสียบ้างนั้นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ลงได้ หลานชายของเธอต้องการมันในเวลาที่แสนยากนี้คุณย่าทิพย์เดินเข้าไปหาพสุที่ยังคงนอนร้องไห้ตัวงอที่เรือนริมน้ำ หญิงชราค่อยๆ นั่งลงข้างชายหนุ่ม พสุก็นอนหนุนตักคุณย่าทิพย์ไปร้องไห้ไป เหมือนสมัยยามที่เขาเป็นเด็กน้อย ทุกครั้งที่เด็กชายพสุมีเรื่องเสียใจ เขาจะกลับมาร้องไห้กับตักของคุณย่าทิพย์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันระหว่างย่าหลาน

พสุเป็นลูกชายคนโตของตระกูลที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเหล่าลูกหลานคนอื่นๆ เขาเป็นพี่ใหญ่ที่พึ่งพาได้ เขาเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง และเขาก็ยังเป็นหัวโจกของเด็กคนอื่นในรุ่นเดียวกัน ในยามที่เขาอ่อนแอ พสุจะเดินมาขอนอนกับ

คุณย่าทิพย์ที่เรือนคุณย่า และเขาก็จะเล่าเรื่องที่เขารู้สึกแย่ให้คุณย่าทิพย์ฟัง

“ย่ารู้นะว่าใหญ่กำลังทุกข์ใจมาก ย่ามีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่จะให้ใหญ่ฟังเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว สมัยที่พ่อของใหญ่ก็ยังไม่เกิดเลย” พสุนอนหนุนตักคุณย่า เขาอยากกลับไปเป็นเด็กน้อยเหลือเกิน การเป็นเด็กนั้นไม่ต้องทุกข์แบบผู้ใหญ่ ในยามที่ทุกข์หนักอย่างนี้พสุอยากลืมทุกข์ในใจ เขานอนนิ่งตั้งใจฟังคุณย่าเล่าเรื่องเก่านั้นอย่างตั้งใจ

“ตอนย่าเป็นเด็กอายุราวสิบปีได้ บ้านของย่ายากจนมาก คุณทวดต้องพายเรือมาค้าขายที่พระนคร ย่าก็ติดเรือมาช่วยคุณทวดค้าขายตั้งแต่เด็ก ย่าจำได้ดีว่าวันนั้นฝนตกพายุคะนองแรงมาก ย่าก็นอนอยู่ในเรือปกติ ครอบครัวของย่ามีเรือเป็นบ้าน คืนวันนั้นเรากำลังเดินทางจากนครปฐมเข้ามาพระนคร พอเรือพายมาถึงปากแม่น้ำท่าจีนก็มีคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาที่เรือ ตัวของย่าก็กำลังหลับอยู่ คุณทวดก็ตั้งใจจะจอดพักเรือกันที่ท่าน้ำที่แม่น้ำท่าจีนอยู่แล้ว แต่ก็สายเกินไปเรือของเราพลิกคว่ำลง พี่น้องทุกคนต่างก็จมหายไปกับกระแสน้ำที่ไหลแรง ตัวของย่าเองก็โดนน้ำพัดไปติดที่ริมตลิ่ง ส่วนคุณทวดกับพี่น้องคนอื่นกับจมน้ำหายไป ย่าสลบอยู่นะ ชาวบ้านก็นึกว่าย่าคงจะจมน้ำตายไปแล้วเหมือนกับคนอื่นๆ ในครอบครัวที่จมน้ำตายกันหมด ย่าร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ย่ากลายเป็นเหลือตัวคนเดียวบนโลกใบนี้” พสุอดที่จะสะเทือนใจกับเรื่องราววัยเด็กของคุณย่าทิพย์ที่ไม่เคยมีใครเคยได้ยินมาก่อน คำถามหนึ่งก็เด่นชัดออกมาในใจของพสุ

“ย่าครับ...ย่าทำยังไงครับถึงผ่านมันมาได้ครับ ใหญ่ทุกข์อยู่ในใจ มันทุกข์หนักจนไม่อยากจะหายใจต่อเลยครับย่า” พสุถามคุณย่าทิพย์ขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ในตอนนั้นย่าก็ตั้งคำถามแบบเดียวกับที่ใหญ่ถามนะ ตอนนั้นย่ายังเป็นเด็ก ชาวบ้านแถวนั้นก็เห็นว่าเหลือตัวคนเดียวจะให้เด็กผู้หญิงเร่ร่อนก็ดูไม่ดี หลังจากที่ชาวบ้านช่วยกันจัดงานศพให้คนในครอบครัวของย่าทั้งหมดกับผู้ประสบภัยศพอื่นๆ เสร็จเรียบร้อย ผู้ใหญ่บ้านก็พาย่ามาอาศัยอยู่กับแม่ชีที่วัด ตอนนั้นย่าก็ทุกข์จนไร้สติเหมือนคนใกล้บ้า เดี๋ยวก็เพ้อละเมอเห็นคุณทวดมาเรียกให้ไปอยู่ด้วยบ้างละ เดี๋ยวก็ร้องไห้คร่ำครวญเห็นคุณทวดกับพี่น้องในครอบครัวจมน้ำหายไป ย่าโชคดีที่แม่ชีที่วัดช่วยกันดูแล วันหนึ่งย่าก็เกิดมีสติขึ้นมา แม่ชีท่านสอนว่าเวลาที่เราทุกข์นั้น ยิ่งมีคนมาบอกให้เราตัดใจอย่าไปทุกข์มากเท่าไร ใจของเราก็จะยิ่งไปคิดวกวนซ้ำไปมา มันก็ทุกข์ซ้ำไปมา ความทุกข์ที่คิดซ้ำไปมานั้นมันก็หนัก ยามที่เราทุกข์เราต้องมีสติ แล้วความทุกข์ที่เกิดขึ้นมันจะค่อยๆ คลายลง ตอนนั้นย่านั่งเศร้าไปทุกวันอยู่มาวันหนึ่งย่าก็เหนื่อย ย่าก็เริ่มเห็นว่าเรามานั่งทำตัวว่างเปล่า ช่างเป็นการเอาเปรียบคนอื่น เรามาให้คนอื่นมาดูแลเรา ตัวเราก็กำลังไปสร้างความทุกข์ให้กับคนอื่น ย่าเลยเริ่มต้นทำงานในวัด ยิ่งย่าทำงานให้ยุ่งมากเท่าไร ย่าก็คลายทุกข์ลงมากเท่านั้น ในที่สุดย่าก็เข้าใจและย่าเลือกที่จะเก็บความทรงจำที่มีความสุขเอาไว้ระลึกถึงกัน” คุณย่าทิพย์ในวัยเจ็ดสิบระลึกถึงคืนวันเก่าๆ และทิ้งท้ายให้ชายหนุ่มที่นอนหนุนตักได้คิดทบทวนตัวเองต่อไป

“วันหนึ่งย่าก็ต้องจากใหญ่ไปเช่นกัน คนเราเกิดมาได้เจอกัน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เพื่อที่ว่าในวันหนึ่งข้างหน้าเราก็ต้องจากกัน สิ่งที่เหลืออยู่คือช่วงเวลาดีๆ ที่เคยให้กันและกัน มันคือตัวแทนแห่งความระลึกให้คิดถึงกันนะใหญ่

ย่าไม่ห้ามหากใหญ่จะจมอยู่กับความเศร้า แต่ย่าอยากให้ใหญ่เลือกที่จะอยู่กับความทรงจำอย่างมีความสุข มากกว่าที่ใหญ่จะเลือกที่จะจมอยู่กับความทุกข์และคอยทำร้ายใจของตัวเองนะ ย่าเชื่อว่าหากเอื้อยเขามองดูใหญ่อยู่ เอื้อยก็คงไม่อยากเห็นใหญ่ต้องมีชีวิตที่เหลืออยู่กับความเศร้าตลอดไปหรอกนะ” คุณย่าทิพย์ค่อยลูบศีรษะปลอบขวัญให้หลานชายคนโต ก่อนที่จะเรียกให้หลานชายเข้าไปนอนพักในห้องนอนบนเรือนคุณย่าต่อไป

.......................

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel