แก้วกัลยา (1)
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พสุเลือกยุ่งกับการทำงานหนักเพื่อให้ตัวของเขาไม่มีเวลาที่จะไปจมอยู่กับความทุกข์ในใจตนเอง วันแต่ละวันผ่านไปอย่างช้าๆ ทุกคนอาจมองว่าพสุเข้มแข็งขึ้นแล้ว เขายังคงไปทำงาน เขายังทำหน้าที่ของพี่ชายที่แสนดีของน้องชายและน้องสาว หน้าที่ของลูกที่ดีของพ่อแม่ และหลานที่รักของคุณย่าทิพย์อย่างเต็มที่ แต่ยามที่พสุต้องอยู่ในสถานที่แห่งความทรงจำ เขากับเก็บซ่อนความทุกข์เอาไว้ในใจมากขึ้น ทุกค่ำคืนพสุนอนกอดรูปภาพของหญิงสาวคนรักไว้ในอ้อมกอดจนหลับไปพร้อมกับน้ำตา ภายนอกของเขาดูเหมือนเป็นปกติ แต่ภายในใจของพสุนั้นตรงข้ามกัน ความทุกข์จากการพลัดพรากจากของคนรักยังคงรุมเร้าทำลายใจของเขาอย่างหนัก
วันเวลาที่ผ่านได้หนึ่งปีนับตั้งแต่คนรักของพสุจากไป คุณย่าทิพย์ก็ได้เชิญคุณหญิงวิริยาและคุณชาญชัยบุตรชายคนโตมาพบที่เรือนริมน้ำเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความกังวลใจของคุณย่าทิพย์ที่มีต่อหลานชายหัวแก้วหัวแหวน
“พ่อชาญกับแม่วิ แม่สังเกตว่าใหญ่ดูไม่ค่อยร่าเริงเลย ช่วงนี้ใหญ่ดูเงียบขรึมมากกว่าเดิมเสียอีก ใหญ่ดูผอมลงไปมากเลย ที่สำคัญแม่แอบเห็นใหญ่ไปนั่งร้องไห้ที่เรือนริมน้ำอยู่เรื่อยๆ เลยนะ แม่อยากให้พ่อชาญส่งใหญ่ไปดูแลกิจการของเราที่อเมริกาสักระยะ บางทีคงถึงเวลาที่เราต้องให้ใหญ่ออกไปจากสถานที่แห่งความจำเสียแล้วละ”
“เรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับคุณแม่ครับ ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อปีที่แล้วเจ้าใหญ่มันทำแต่งานจนลูกน้องในบริษัทกลัวกันหัวหดหมดแล้วครับ ถึงแม้บริษัทของเราจะกำไรมากขึ้น แต่ทีมทำงานกับเจ้าใหญ่มันจะลาออกกันหมดอยู่แล้วครับ วันก่อนก็เพิ่งมีมาขอยื่นใบลาออกกับผมไป ผมก็เลยบอกให้ย้ายแผนกไปอยู่กับเจ้ากลางสักระยะหนึ่งดูก่อนนะครับ” คุณชาญชัยแอบบ่นพฤติกรรมของลูกชายคนโตให้คุณย่าทิพย์ฟัง
“เรื่องส่งใหญ่ไปดูกิจการที่อเมริกา วิเห็นด้วยกับคุณแม่และคุณชาญค่ะ แต่วิมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากปรึกษากับทุกคนเหมือนกัน” คุณหญิงวิริยาอยากพูดเรื่องที่ตนเองเป็นกังวลเช่นกัน
เมื่อสามวันก่อนคุณสมใจแม่ของศิริเพ็ญอดีตคนรักของลูกชายคนโตแวะมากินอาหารเที่ยงกับเธอ แม้ว่าคุณสมใจจะสูญเสียลูกสาวไป แต่มิตรภาพของทั้งสองตระกูลก็ยังคงสนิทกันเช่นเดิม คุณสมใจและคุณหญิงวิริยาต่างก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล เมื่อโตขึ้นต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันแต่งงานมีครอบครัว และสามีของทั้งคู่ก็กลายมาเป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดีต่อกันในเวลาถัดมา
“เมื่อวันก่อน วินัดกับคุณสมมากินอาหารเที่ยงกันค่ะ คุณสมเธอตั้งใจจะมาแจ้งเรื่องไปทำบุญครบรอบหนึ่งปีที่เอื้อยจากพวกเราไปด้วย คุณสมจะเชิญแค่พวกญาติที่สนิทกันมาทำบุญกัน และเธอจะอยู่ปฏิบัติธรรมต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ วิว่าจะไปปฏิบัติธรรมเป็นเพื่อนสมค่ะ ใหญ่ก็ทราบเรื่องงานทำบุญครบรอบวันตายของเอื้อยแล้ว ใหญ่บอกว่าจะลางานไปถือศีลกับวิด้วย แต่เรื่องที่วิเป็นกังวลน่าจะเป็นเรื่องจดหมายจากผู้ได้รับบริจาคอวัยวะรายหนึ่งค่ะ คุณสมเธอทำสำเนาจดหมายขอบคุณจากผู้ได้รับอวัยวะมาให้วิ วิอ่านไปเจอฉบับนี้เข้าค่ะ” คุณหญิงวิริยายื่นสำเนาจดหมายขอบคุณฉบับหนึ่งให้คุณย่าทิพย์
คุณย่าทิพย์หยิบแว่นสายตาขึ้นใส่และเริ่มต้นอ่านจดหมายฉบับดังกล่าว เนื้อหาใจความในจดหมายเป็นการเขียนขอบคุณถึงการได้รับโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อของเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ได้รับหัวใจของศิริเพ็ญไป เธอเล่าถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้รับหัวใจมาว่า เหมือนตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง หากว่าเธอได้มีโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณให้ครอบครัวของผู้บริจาคหัวใจได้ เธอก็ยินดีที่ปฏิบัติด้วยความรักจากหัวใจ สุดท้ายเธอขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองครอบครัวของผู้บริจาคอวัยวะ และเธอสัญญาว่าจะดูแลหัวใจดวงนี้และร่างกายให้แข็งแรงเพื่อที่จะใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับโอกาสมาให้มีประโยชน์ต่อไป คุณย่าทิพย์สัมผัสได้ถึงความมีน้ำใสจริงใจของเด็กสาวคนนี้
“แม่วิเป็นกังวลเรื่องอะไรละ แม่ว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ดีมากคนหนึ่งนะ เธอเป็นเด็กที่ซื่อตรงดี แม่ดูจากเส้นลายมือในจดหมายนะ” คุณย่าทิพย์ขยับแว่นสายตาและมองตรงไปที่คุณหญิงวิริยา คุณหญิงวิริยาจึงเล่าถึงความประสงค์ของคุณสมใจที่มีต่อเจ้าของจดหมายฉบับนี้
“คุณแม่ค่ะ สิ่งที่วิกังวลเป็นเรื่องที่คุณสมใจเธอเอามาปรึกษากับวิมากกว่านะคะ คุณสมใจเธอประทับใจในเนื้อหาจดหมายขอบคุณของเด็กสาวคนนี้มากค่ะ เธอเลยอยากจะรับอุปการะเด็กคนนี้ เพียงแต่ว่าทางพี่น้องของคุณณรงค์มองว่าไม่อยากให้ไปยุ่งกับอดีต และทางโน้นไม่อยากจะเอาเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นดูแลด้วย คุณสมใจเธอแอบไปจ้างนักสืบไปสืบประวัติเด็กคนนี้มาค่ะ” คุณหญิงวิริยาส่งรายงานการสืบประวัติของเด็กสาวคนนี้ให้กับทางคุณย่าทิพย์และคุณชาญชัยคนละหนึ่งชุด คุณย่าทิพย์พิจารณาจากรูปถ่ายและข้อมูลความเป็นมาของเด็กสาวคนนี้ก็อดที่จะสงสารในความโชคร้ายและโชคดีของเธอคนนี้เสียไม่ได้
รายงานประวัติของ นางสาวแก้วกัลยา โสภาพรรณ อายุ 16 ปี เด็กสาวป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจพิการ ตอนอายุสิบห้าเธอได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ทำให้เธอต้องหยุดการเรียนหนังสือไปหนึ่งปี ฐานะทางบ้านปานกลาง ครอบครัวของแก้วกัลยาเป็นครอบครัวคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว บิดาเป็นทหารเสียชีวิตขณะที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่แก้วกัลยาอายุได้หนึ่งเดือน ช่วงระยะเวลาที่แก้วกัลยาทำการรักษาตัวจนหายเป็นปกตินั้นใช้เวลาไปหนึ่งปี แต่แม่ของแก้วกัลยาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลงเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยเหตุที่มีคนเมาขับรถกระบะวิ่งเข้ามาชนร้านขายข้าวแกงที่แม่ของเธอเปิดขายอยู่ที่หน้าตลาด ปัจจุบันแก้วกัลยาเหลือตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง เธอหยุดเรียนหนังสือและหันมาประกอบอาชีพทำอาหารขายเลี้ยงดูตัวเองและชดใช้หนี้สิน เธอมีภาระหนี้สินที่แม่ของเธอไปกู้ยืมมาจากเถ้าแก่เฮง และที่ดินของบ้านถูกนำไปจำนองไว้กับธนาคาร เงินจากการกู้ยืมทั้งหมดถูกนำมาใช้ในการรักษาแก้วกัลยาจนหมดสิ้น หนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบรวมกันตอนนี้มากกว่าสองล้านบาทแล้ว
คุณย่าทิพย์อ่านรายงานเสร็จก็พิจารณาไปที่รูปถ่ายของเด็กสาววัยรุ่นที่หน้าตาหมดจด บุคลิกเรียบร้อยในชุดรำไทย โครงหน้าสวยคมขำรับกับผิวสีน้ำผึ้ง รูปถัดมาเป็นรูปเด็กสาวในชุดแม่ค้าขายข้าวแกงท่าทางทะมัดทะแมง
“แม่วิอยากให้แม่รับอุปการะเด็กคนนี้หรือลูก แม่เดาว่าหากแม่ออกหน้าให้ทางคุณสมก็ไม่ต้องกังวลว่าจะทะเลาะกับคุณณรงค์และญาติพี่น้องฝั่งสามี ส่วนแม่วิก็คงจะคิดเหมือนกับแม่ว่าเด็กคนนี้ดูเป็นเด็กดี แต่ชีวิตอาภัพเหลือเกิน แม่วิสงสารเด็กคนนี้ใช่ไหมลูก” คุณย่าทิพย์โยนหินถามทางออกมา
“คุณแม่คะ เป็นอย่างที่คุณแม่วิเคราะห์ วิคิดว่าจะขออนุญาตคุณแม่ขอรับอุปการะเด็กสาวคนนี้ค่ะ” คุณหญิงวิริยาสงสารในชะตาชีวิตของแก้วกัลยา
“แม่วิ แม่จะอนุญาตให้อุปการะเด็กคนนี้ก็ได้นะ แต่แม่ก็มีเงื่อนไขสำหรับเรื่องนี้เช่นกัน อย่างน้อยเราก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อนที่จะเกิดเหตุ โบราณสอนอยู่ว่า การเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงก็เหมือนเอาเมี่ยงเขามาอม หากว่าเด็กคนนี้เป็นคนดีจริงเราก็โชคดีไป แต่หากเป็นตรงกันข้ามขึ้นมาก็จะเข้าทำนองเลี้ยงลูกโจร คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจนะ” คุณย่าทิพย์เตือนสติคุณหญิงวิริยาอีกครั้ง
“เรื่องนี้วิเองก็เป็นกังวล วิจึงมาเรียนปรึกษาคุณแม่กับคุณชาญดูก่อนนะคะ” คุณหญิงวิริยาเห็นตรงกันกับความคิดของคุณย่าทิพย์
“แม่ขอตั้งเงื่อนไขนะลูก ข้อแรกเด็กคนนี้จะได้รับทุนเรียนทำอาหารของโรงเรียนของเรา แม่จะช่วยชดใช้หนี้สินทั้งหมดของเด็กคนนี้ให้ แต่เด็กคนนี้ต้องมาอยู่กับแม่ที่เรือนไทย ข้อที่สองห้ามแม่วิกับแม่สมบอกเรื่องผู้บริจาคหัวใจกับเด็กคนนี้อย่างเด็ดขาด เราจะไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นเหตุผลในการสร้างบุญคุณ เด็กคนนี้จะเป็นอิสระจากอดีต ข้อที่สามแม่จะให้ใหญ่ไปจัดการเรื่องนี้ก่อนไปเรียนต่อและทำงานที่อเมริกา” คุณย่าทิพย์กำหนดเงื่อนไขในการรับอุปการะแก้วกัลยาขึ้นมา คุณหญิงวิริยาและคุณชาญชัยต่างก็เห็นด้วยกับเงื่อนไขดังกล่าว
หลังจากเสร็จงานทำบุญครบรอบวันตายของเอื้อย พสุก็เริ่มเตรียมตัวเรื่องไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และดูแลกิจการตามคำขอร้องของคุณย่าทิพย์ ด้านคุณหญิงวิริยาและคุณสมใจก็อยู่ในขั้นตอนคิดแผนเตรียมรับอุปการะแก้วกัลยาให้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่คุณย่าทิพย์ตั้งขึ้นอยู่นั่นเอง
