แก้วกัลยา (2)
ร้านขายข้าวแกงของแก้วกัลยาเป็นร้านรถเข็นขายอาหารเช้าและข้าวแกงถุง เธอเช่าแผงขายของอยู่ที่หน้าตลาดข้างวิทยาลัยอาชีวะ แม่แจ่มเจ้าของร้านแม่ของเธอโชคร้ายถูกรถกระบะพุ่งเข้ามาชนจนเสียชีวิต เหลือแก้วกัลยา ลูกสาวที่เพิ่งหายป่วยจากโรคหัวใจกับหนี้สินมากกว่าสองล้านบาท ทั้งที่ไปกู้ยืมจากเถ้าแก่เฮงร้านทองในตลาดมาใช้จ่ายรักษาตัว และทั้งหนี้สินที่เอาโฉลดที่ดินไปจำนองไว้กับธนาคาร เหล่าพ่อค้าแม่ค้าทุกคนในตลาดต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเถ้าแก่เฮงกันเป็นอย่างดีถึงความเค็มระดับดีเกลือ
แก้วกัลยา โสภาพรรณ หรือแก้ว ตัดสินใจลาออกจากวิทยาลัยที่ตนเองเพิ่งเข้าไปศึกษาหลังจากหายป่วยจากโรคหัวใจ แก้วกัลยาเป็นผู้รับบริจาคหัวใจที่โชคดีตรงที่หัวใจที่เธอได้รับบริจาคมาสามารถที่จะเข้ากับร่างกายของเธอได้เป็นอย่างดี แก้วกัลยาจึงสามารถกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ แต่วันที่แม่แจ่มประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ชีวิตของแก้วกัลยาเหมือนเรือที่พลิกคว่ำลงอีกครั้ง วันนี้เธอไร้ทั้งพ่อและแม่ แก้วกัลยามีเพียงคำพูดสั่งสอนของแม่แจ่มที่ดังขึ้นเตือนสติเสมอว่า
‘คนเรานะลูกจะหวังไปพึ่งพาใครไม่ได้นะลูก เราต้องเป็นที่พึ่งในตัวของเราเอง ชีวิตของเราต้องสู้อย่ายอมแพ้กับโชคชะตา ชีวิตของเรา เราต้องกำหนดเองนะ พ่อแม่ให้ชีวิตแต่ทางเดินชีวิตของแก้ว หนูต้องเลือกเดินเองนะ’
แก้วกัลยาจดจำคำสอนของแม่เอาไว้ได้ขึ้นใจ แม่แจ่มจะพร่ำสอน ไม่ให้เธอเป็นคนอ่อนแอ หรือยอมแพ้กับความเจ็บป่วยของร่างกาย โรคลิ้นหัวใจพิการของแก้วเพิ่งตรวจพบตอนอายุสิบสี่ปีได้สร้างความทุกข์ให้กับสองแม่ลูกอย่างหนัก แก้วกัลยาตัดสินใจลาออกจากวิทยาลัยมาเป็นแม่ค้าร้านข้าวแกง เพราะหนี้สินที่กู้ยืมมารักษาตัว ในวันที่ไม่มีแม่และพ่ออยู่ด้วยแล้ว แก้วกัลยาจะมาทำตัวงอมืองอเท้าพึ่งพาคนอื่นนั้น ตัวของเธอเองคงทำเช่นนั้นไม่ได้
ยามค่ำคืนแก้วกัลยามักแอบร้องไห้คิดถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นของแม่แจ่ม แม่ที่สอนให้แก้วกัลยาต่อสู้กับโรคลิ้นหัวใจพิการของตนเอง แม่ที่ไม่ยอมแต่งงานใหม่ หลังจากที่พ่อของแก้วกัลยาเสียชีวิตในหน้าที่ แม่ของเธอกลัวคนอื่นจะไม่รักลูกของแม่เท่าที่แม่เฝ้ารักและทะนุถนอม แก้วกัลยารู้ว่าที่จริงแล้ว แม่ของเธอยังคงรักและคิดถึงพ่อเสมอ ทุกเช้าก่อนที่สองคนแม่ลูกจะออกไปทำงานแม่แจ่มและแก้วกัลยาจะต้องกล่าวทักทายภาพของพ่อที่ติดอยู่ข้างกำแพงบ้านไม้ก่อนจะแยกย้ายกันออกจากบ้านไปทำหน้าที่ของตัวเอง แก้วกัลยาเคยเห็นแม่แจ่มนั่งปรับทุกข์และเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันกับภาพของพ่ออยู่เสมอ
เมื่อก่อนแก้วกัลยาไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมแม่แจ่มถึงชอบคุยกับภาพของพ่อ แต่มาในวันนี้แก้วกัลยาเข้าใจแล้วว่าทำไม ข้างกำแพงบ้านไม้หลังน้อยในวันนี้มีภาพถ่ายของแม่แจ่มไปติดคู่กับพ่อ รอยยิ้มของทั้งสองคนต่างยิ้มให้กันราวกับว่าการรอคอยวันที่จะได้กลับมาเคียงข้างกันอีกครั้งได้สิ้นสุดลงแล้ว แก้วกัลยาทำได้เพียงส่งผ่านความคิดถึงเป็นคำพูดให้พ่อและแม่รับรู้ผ่านภาพข้างฝาผนังของบ้าน รอยยิ้มในภาพเป็นกำลังใจให้แก้วกัลยาในการสู้ชีวิต แก้วกัลยารู้อยู่ในใจว่า ‘พ่อและแม่จะคอยดูแลเธอจากบนฟ้า’
เช้าวันนี้แก้วกัลยาเข็นรถขายอาหารมาตั้งแผงขายของแบบเช่าเหมาจ่ายรายเดือนกับเถ้าแก่เฮงซึ่งเป็นเจ้าของแผงขายของในตลาดสดและร้านทอง แม่ค้าพ่อค้าในตลาดสดข้างวิทยาลัยต่างก็เป็นลูกหนี้เงินผ่อนกับเถ้าแก่เฮงกันแทบทุกคนเลยก็ว่าได้
ร้านขายข้าวแกงของแก้วกัลยาเป็นร้านที่มีคนทำงานหาเช้ากินค่ำ และพนักงานห้างร้านในละแวกนั้นมาเป็นลูกค้าประจำ ทั้งรสชาติอร่อยในราคาที่จับต้องได้ ร้านของแก้วกัลยาก็ขายดีขายหมดทุกวัน ถึงแม้จะไม่ได้เรียนจบมาสูงแต่สิ่งที่แม่แจ่มได้ถ่ายทอดไว้ให้แก้วกัลยานั้น เป็นวิชาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ ฝีมือในการทำอาหารของแก้วกัลยาอาจจะไม่เทียบเท่ากับแม่แจ่มแต่ก็มิได้ด้อยกว่ามากนะ
“แก้ว...พรุ่งนี้ช่วงเที่ยงอาจารย์หมอให้จองแก้วไปช่วยออกบูทอาหารในโรงพยาบาลหนึ่งวันนะจ๊ะ” เสียงใสของเลขานุการผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่แก้วกัลยาเข้ารับการเปลี่ยนถ่ายหัวใจดังขึ้น
“ได้ค่ะ อาจารย์มีงานเลี้ยงอะไรหรือคะ แล้วอาจารย์สั่งรายการอาหารอะไรมาเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” แก้วกัลยาถามรายละเอียดของงานเพิ่มเติม
“อาจารย์หมอบอกว่าให้แก้วจัดมาเป็นชุดขนมจีนจ๊ะ ขอเป็นแกงเขียวหวาน น้ำยากะทิปลาช่อนนา และน้ำพริกถั่วกุ้งสดนะ เครื่องเคียงเป็นผักสดและผักลวกก็ได้ ส่วนขนมหวานอาจารย์หมอขอเป็นทับทิมกรอบน้ำกะทิอบควันเทียนสูตรแม่แจ่มจ๊ะ พรุ่งนี้มีงานจัดเลี้ยงขอบคุณผู้บริจาคเงินสร้างอาคารพักฟื้นผู้ป่วยกับศูนย์การแพทย์นะ แขกมากันประมาณร้อยกว่าคนเห็นจะได้นะ แต่ก็มีร้านอาหารเจ้าอื่นไปออกบูทด้วยนะ น่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ร้านของกินเล่น และร้านน้ำผลไม้อีกสองสามร้านนะแก้ว” เลขานุการสาวแจ้งรายละเอียดเพิ่มให้แก้วกัลยาเตรียมตัว
“พี่เกือบลืมไป อาจารย์หมอฝากบอกว่า สักสิบโมงจะให้รถตู้ของโรงพยาบาลมารับอาหารนะแก้ว” คุณหมอชัยวัตรรู้ดีว่าแก้วกัลยาไม่มีรถจะขนอาหารไปเอง หากจะต้องจ้างรถไปส่งอีกสาวน้อยคงไม่มีกำไรเหลือจากการขายอาหารในครั้งนี้ บ่อยครั้งที่คุณหมอชัยวัตรจัดงานเลี้ยงในโรงพยาบาลก็มักใช้บริการร้านอาหารของแม่แจ่ม โดยจะจัดรถตู้ของโรงพยาบาลมาขนอาหารไปเอง แก้วกัลยาก็เคยไปช่วยแม่แจ่มตักอาหารและเสิร์ฟอาหารในงานเสมอ
“ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวแก้วจัดเตรียมรอไว้ให้ พรุ่งนี้เจอกันที่งานนะคะ” แก้วกัลยาจดรายละเอียดลงในสมุดเรียบร้อย เธอส่งยิ้มหวานให้เลขานุการสาวที่เดินขึ้นรถตู้ของโรงพยาบาล
หลังจากนั้นแก้วกัลยาก็ลงมือจัดข้าวของและตั้งโต๊ะเปิดร้านขายอาหารรอบเช้าตามปกติ พร้อมกับแจ้งลูกค้าประจำว่า ‘พรุ่งนี้ร้านหยุดหนึ่งวัน’
