แก้วกัลยา (3)
ยามบ่ายหลังจากที่เก็บล้างและเข็นรถขายอาหารกลับเข้าบ้านไม้หลังน้อยเป็นที่เรียบร้อย แก้วกัลยาจะทำบัญชีรายรับและรายจ่ายของร้าน เธอต้องนำเงินกำไรบางส่วนส่งเป็นดอกเบี้ยและเงินต้นให้กับเถ้าแก่เฮง แต่เป็นที่รู้กันว่าแม่ค้าร้านไหนติดหนี้เถ้าแก่เฮงก็ได้แต่ทำงานส่งดอกเบี้ยเท่านั้น เงินต้นนั้นอย่าได้หวังว่าจะได้ส่งคืนเป็นอันขาด
แก้วกัลยาก็รู้อยู่เต็มอกแต่เธอนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่แจ่มต้องติดหนี้ ไหนจะที่ดินของบ้านที่เอาไปจำนองกู้เงินธนาคารมาให้เธอรักษาตัวอีก วันนี้แก้วกัลยาคงได้แต่ทำงานผ่อนดอกให้เถ้าแก่เฮงกับธนาคารไปก่อน
แก้วกัลยานำเงินที่เก็บรวบรวมไว้ และขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปส่งดอกเบี้ย พร้อมกับเตรียมซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารให้คุณหมอชัยวัตรในวันพรุ่งนี้ ขณะที่แก้วกัลยากำลังเดินเข้าไปในร้านทอง เธอก็เจอกับตี๋อ้วนบุตรชายคนโตของเถ้าแก่เฮงที่จ้องมองแก้วกัลยาตาเป็นมัน แก้วกัลยาก็ยกมือไหว้ตามมารยาท แต่ฝ่ายชายถือโอกาสเอาเปรียบสาวน้อยด้วยการจับมือเอาไว้ในขณะที่เธอกำลังยกมือไหว้ แก้วกัลยาพยายามบิดมือหลบอุ้งมือของตี๋อ้วนเอาไว้ได้ทัน
“สวัสดีค่ะพี่ตี๋ เถ้าแก่เฮงอยู่ไหมคะ แก้วมีธุระกับเถ้าแก่เฮงนะคะ” แก้วกัลยาถามด้วยเสียงสุภาพ
“น้องแก้วคนสวย วันนี้อาป๊าของพี่ตี๋กำลังติดธุระอยู่นะ น้องแก้วจะนั่งรอกับพี่ตี๋ก่อนดีไหมจ๊ะ” สายตากะลิ้มกะเหลี่ยของตี๋อ้วนจ้องมาสาวน้อยอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแก้วแวะมาใหม่พรุ่งนี้ดีกว่า” แก้วกัลยากล่าวลาเธอไม่ชอบสายตาใจชู้ของตี๋อ้วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเถ้าแก่เฮง
ชื่อเสียงในความใจชู้ยักษ์ใหญ่ของตี๋อ้วนเป็นที่รู้กันในเหล่าพ่อค้าแม่ค้า บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างก็ระวังไม่ให้ลูกหลานที่เป็นผู้หญิงไปเข้าใกล้ตี๋อ้วนอย่างเด็ดขาด พวกเขากลัวว่าลูกสาวจะโดนเถ้าแก่เฮงจับส่งไปขัดดอกเสียก่อนหากว่าเกิดไปถูกตาต้องใจตี๋อ้วนเข้านั่นเอง
แก้วกัลยารีบเดินหนีออกจากร้านทองของเถ้าแก่เฮง ขณะที่เธอกำลังผลักประตูออกไป เธอก็สวนทางกับผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าดูมีราคาแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า และอยู่ดีๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงผิดจังหวะจนเธอรู้สึกเจ็บที่หน้าอกขึ้นมากะทันหัน
แก้วกัลยาพยายามที่จะประคองตัวเองเอาไว้ แต่ก็ทรงตัวไว้ไม่ได้ เธอทรุดล้มลงไปชนเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดีคนดังกล่าว ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนั้นจะสังเกตเห็นว่า หญิงสาววัยรุ่นทำท่าจะล้มลงมาทางตนเองพอดี เขาจึงตั้งท่ารองรับร่างที่กำลังจะล้มลงของหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดได้อย่างทันเวลา
“ตึกๆ...ตึกๆ...ตึกๆ” เสียงหัวใจของแก้วกัลยายังคงเต้นแรงจนเหมือนว่ามันจะถูกกระชากออกมานอกตัวของเธอ แก้วกัลยาเอามือกุมที่หน้าอกเอาไว้ และพยายามหายใจเข้าหายใจออกอย่างช้าหลายครั้งติดต่อกัน
“คุณ! คุณ! เป็นอะไรไหมครับ” ชายหนุ่มที่เผลอกอดกระชับร่างน้อยของแก้วกัลยาเอาไว้ในอ้อมอก เขาเขย่าตัวแก้วกัลยาอย่างเบามือ พร้อมกับเรียกสติของแก้วกัลยาด้วยเสียงเข้ม
“แก้วจ๊ะ...ให้พี่ตี๋เรียกรถพยาบาลไหม” เสียงของตี๋อ้วนดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่พสุจะประคองเด็กสาวให้ลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้รับแขก
“แก้วไม่เป็นไรค่ะ ขอแก้วนั่งพักสักครู่นะคะ” แก้วกัลยายังคงหายใจเข้าหายใจออก เธอกำลังพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่แรงเร็วนั้นให้เต้นเป็นปกติ เธอหันมายกมือไหว้ชายหนุ่มคนนั้นที่ยืนตรงหน้าของเธอ
“หนูขอบคุณพี่มากค่ะ ที่ช่วยรับเอาไว้ไม่ให้ล้ม” ชายหนุ่มไม่ตอบรับอะไร แต่ในใจของเขาแอบประเมินเด็กสาวไว้ตรงข้าม ‘แกล้งหกล้มอ่อยผู้ชายซินะ’ ชายหนุ่มคนดังกล่าวหันไปถามตี๋อ้วนว่า
“ผมมาพบเถ้าแก่เฮงครับ พอดีคุณหญิงวิริยาท่านไม่สะดวกจะมาเอง ท่านให้ผมมาเจรจาความแทน”
“เชิญคุณทางนี้เลยครับ อาป๊าของผมกำลังรอคุณอยู่พอดี” ตี๋อ้วนรีบเชิญชายหนุ่มเข้าไปห้องรับแขกแทนการสนใจแก้วกัลยาเสียแล้ว
ชายหนุ่มปริศนาเดินลับหายไปจากสายตาของแก้วกัลยา หัวใจที่เต้นแรงของแก้วกัลยาก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ เธอจึงลุกขึ้นและเดินออกจากร้านทองเถ้าแก่เฮงออกไปยังตลาดสด และได้บอกกับเด็กในร้านทองว่า พรุ่งนี้ช่วงบ่ายสองเธอจะนำเงินมาชดใช้หนี้สินให้เป็นสองวันแทน
