บท
ตั้งค่า

แก้วกัลยา (4)

“สวัสดีครับ...เถ้าแก่เฮง วันนี้ผมมาเป็นตัวแทนของคุณหญิงวิริยาเจรจากับเถ้าแก่ เรื่องลูกหนี้ที่ชื่อ คุณแจ่มจันทร์ โสภาพรรณ คุณหญิงวิริยาต้องการที่จะชดใช้หนี้สินทั้งหมดของคุณแจ่มจันทร์ให้ ไม่ทราบว่าเถ้าแก่เฮงมีเอกสารเงินกู้ของคุณแจ่มจันทร์หรือเปล่าครับ” พสุยกมือไหว้ผู้ใหญ่และเปิดประเด็นสนทนาที่มาพบกับเถ้าแก่วัยหกสิบห้าปีคนนี้ที่มีลูกชายทำตัวเป็นนักเลงโตยืนอยู่ด้านข้างคนเป็นพ่อ

หลังจากที่พสุกลับจากการทำบุญครบรอบหนึ่งปีที่คนรักของเขาจากไป พสุตัดสินใจที่จะเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาตามคำขอร้องของคุณย่าทิพย์ ซึ่งก็สอดคล้องไปกับแผนงานขยายธุรกิจของตระกูลชัยวราวงษ์ที่คุณชาญชัยผู้เป็นบิดาได้ไปร่วมลงทุนกับเพื่อนสนิทชาวสหรัฐอเมริกาเอาไว้พอดี ตัวของพสุเองก็ต้องการที่จะพักใจและทำตามความต้องการของศิริเพ็ญอดีตคนรักที่จากไป ทั้งสองคนเคยตั้งใจไว้ว่า หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ก็จะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศด้วยกัน การที่พสุตัดสินใจไปเรียนต่อในครั้งนี้ก็จะเป็นการทำตามความฝันที่เคยวางแผนไว้ร่วมกันกับอดีตคนรักที่จากไป ถึงแม้ว่าจะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เดินทางไปก็ตาม

ก่อนวันเดินทางสองเดือนคุณหญิงวิริยาและคุณสมใจแม่ของศิริเพ็ญก็ได้มาไหว้วานให้เขาช่วยภารกิจบางอย่างให้ ท่านทั้งสองบอกว่าเพื่อนสนิทของพวกท่านประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทั้งสองคนต้องการช่วยเหลือครอบครัวของเพื่อนคนนี้ เพื่อนของท่านติดหนี้ธนาคารและหนี้นอกระบบอยู่นับเป็นเงินมากกว่าสองล้านบาท และเหลือเพียงลูกสาวคนเดียวที่ต้องลาออกจากวิทยาลัยมาทำงานใช้หนี้นอกระบบด้วยความยากลำบาก คุณหญิงวิริยาและคุณสมใจต้องการให้พสุมาเจรจาเรื่องหนี้สินคงค้างทั้งหมดของเพื่อนสนิทคนนี้ ซึ่งก็คือ นางแจ่มจันทร์ โสภาพรรณ

พสุมาเจรจาชดใช้หนี้กับธนาคารเสร็จลงในช่วงเช้า และมาเจรจากับเถ้าแก่เฮงในช่วงบ่ายเพื่อชดใช้หนี้นอกระบบให้เรียบร้อยเสียก่อนที่คุณหญิงวิริยาและคุณสมใจจะมาพบกับลูกสาวของเพื่อนสนิทคนนี้ในวันพรุ่งนี้

ความรู้สึกส่วนตัวของพสุนั้นเขาคิดว่า การที่แม่ของเขาและแม่ของอดีตคนรักทำการช่วยชดใช้หนี้สินให้เพื่อนคนนี้ และยังขอรับอุปการะลูกสาวของเพื่อนมาดูแลอีกนั้น ช่างเป็นการกระทำที่ผิดวิสัยของคนทั้งสองอย่างมาก

ทั้งที่นางแจ่มจันทร์ โสภาพรรณนั้นแทบจะเป็นเพื่อนสนิทของคุณหญิงวิริยาและคุณสมใจที่พสุไม่เคยพบเจอ หรือเคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนเลยก็ว่าได้ แต่ในเมื่อทั้งพ่อของเขาและคุณย่าทิพย์ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ตัวเขาเองในฐานะลูกชายก็คงจะต้องทำตามที่ได้รับคำสั่งมาเท่านั้นเอง

“อั๊วขอบอกว่าหนี้ของอาแจ่มนั้นไม่ต้องชดใช้แล้ว เพราะอั๊วจะยกหนี้ให้เป็นสินสอดของลูกสาวอาแจ่มมัน รบกวนคุณกลับไปแจ้งคุณหญิงวิ อะไรเนี้ยด้วยแล้วกัน” เถ้าแก่เฮงตอบกลับด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ

“แต่เท่าที่ผมทราบมาลูกสาวของคุณแจ่มจันทร์อายุเพิ่งจะสิบหกเองนะครับ เถ้าแก่ไม่กลัวจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรือ” ชายหนุ่มเริ่มต้นการเจรจาแบบดีมาก็ดีตอบ หากว่าพูดกันไม่รู้เรื่องก็คงต้องใช้ไม้แข็งตอบโต้ต่อไป

“ผู้ยง! ผู้เยาว์! อะไรกันละคุณ เด็กคนนี้มันแรดมาตั้งแต่ยังไม่เต็มสิบห้าเลย ไปลองถามพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดดูเอาก็ได้ว่า นังลูกสาวของอาแจ่มมันชอบเที่ยวไปไหนกับใครต่อใครไปทั่ว เขาลือกันทั้งตลาดเถอะพ่อคุณ นังเด็กนี้จะได้มาเป็นลูกสะใภ้ร้านทองก็บุญหนักหนา อั๊วยอมยกหนี้ให้ก็เห็นแก่ที่แม่ของเด็กมันเป็นคนทำมาหากิน แล้วไอ้ตี๋ลูกชายของอั๊วมันรักของมันอีกต่างหาก” เถ้าแก่เฮงพูดจาเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นเต็มที่ โอกาสของพ่อค้าหน้าเลือดนั้นไม่มีวันที่จะยอมเสียโอกาสที่ได้เปรียบให้หลุดมือไปหรอก

พสุไม่แสดงออกทางสีหน้าถึงแม้ว่าในใจของเขาเริ่มไขว้เขวไปตามข้อมูลที่เถ้าแก่เฮงบอกกล่าวมา แต่หน้าที่ของเขา คือ การทำตามคำสั่งของคุณหญิงวิริยาผู้เป็นแม่ของเขาเท่านั้น ส่วนรายละเอียดนิสัยของลูกเพื่อนแม่คนนี้จะดีจะเลวอย่างไรก็ให้แม่ของเขาเป็นคนตัดสินใจเอาเองภายหลังก็แล้วกัน

“เรื่องอื่นๆ ผมไม่ได้สนใจหรอกนะครับ หน้าที่ของผม คือ เจรจาปลดหนี้ให้เสร็จ หากทางเถ้าแก่จะกล่าวอ้างว่ายกหนี้เงินแล้วให้ใช้หนี้เป็นคนแทนนั้น ในกรณีนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย ที่จริงผมเองก็เกรงใจเถ้าแก่อยู่มากนะครับ ที่มารบกวนกะทันหัน” พสุแกล้งทำเป็นเหมือนเกรงอกเกรงใจเถ้าแก่เฮง

“แต่ผมอยากรบกวนให้เถ้าแก่ดูเอกสารบางอย่างในซองนี้เสียก่อน หลังจากนั้นเราค่อยเจรจาหนี้สินกันต่อดีไหมครับ” พสุส่งซองเอกสารปึกหนาให้กับเถ้าแก่เฮง เถ้าแก่หยิบเอกสารในซองออกมาดู และสีหน้าของเถ้าแก่เฮงก็เปลี่ยนสีจากแดงอมชมพูเป็นซีดขาวราวกระดาษ

เอกสารตรงหน้าของเถ้าแก่เป็นเอกสารแสดงถึงบัญชีดำรายชื่อเครือข่ายการค้ายาเสพติดและวัตถุโบราณในตลาดมืด หนึ่งในรายชื่อแกนนำนั้นมีชื่อของเถ้าแก่เฮงอยู่ในขบวนการนี้ด้วย หากว่าเอกสารชุดดังกล่าวหลุดไปถึงมือตำรวจระดับสูงแล้วละก็คงจะได้เกิดการผลัดเปลี่ยนอำนาจกัน และนำมาสู่การกวาดล้างแกนนำครั้งใหญ่อย่างแน่นอน

“ผมว่าเรามาเจรจากันต่อดีไหมครับ เรื่องการชดใช้หนี้สินทั้งหมดของคุณแจ่มจันทร์ โสภาพรรณ ฝ่ายของผมยินดีชดใช้ให้เต็มจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ย เถ้าแก่เห็นว่าเงื่อนไขดีพอไหมครับ” พสุผู้ถือไพ่เหนือกว่าชายแก่ตรงหน้า และดูเหมือนว่าการเจรจาครั้งนี้น่าจะจบลงตั้งแต่ที่เถ้าแก่เฮงเห็นเอกสารในมือนั้นแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel