แก้วกัลยา (5)
หลังจากที่กลับจากการซื้อวัตถุดิบในตลาดสด แก้วกัลยาเริ่มเตรียมทำอาหารตามรายการที่คุณหมอชัยวัตรได้แจ้งไว้ เธอเริ่มเตรียมเครื่องปรุงและเครื่องแกงของน้ำยาปลาช่อนนา น้ำพริกถั่วผสมกุ้ง และแกงเขียวหวานที่จะทำการปรุงสดในช่วงเช้ามืดของพรุ่งนี้ ส่วนงานยามเย็นคงเป็นการเตรียมอบน้ำกะทิควันเทียนที่จะทำใช้ราดทับทิมกรอบตามสูตรของแม่แจ่ม แก้วกัลยามีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำอาหาร เธอรู้สึกเหมือนว่าเวลาที่เธอทำอาหารนั้นเหมือนแม่อยู่เคียงข้างตัวของเธอเสมอ หลังจากแก้วกัลยาเตรียมข้าวของที่จะใช้ทำอาหารในตอนเช้าเสร็จเรียบร้อย แก้วกัลยาเริ่มต้นสวดมนต์ไหว้พระและพูดคุยรายงานชีวิตประจำวันกับภาพของพ่อและแม่ก่อนที่จะเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ
เสียงไก่ขันปลุกแก้วกัลยาตอนตีสี่ เธอเริ่มต้นปรุงอาหารตามรายการอาหารนั้นด้วยรสชาติไทยดังเดิม กว่าจะปรุงอาหารเสร็จก็ใกล้กับเวลาที่นัดหมายของรถตู้โรงพยาบาล เมื่อเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมาถึงแก้วกัลยาก็ช่วยกันลำเลียงอาหารไปส่งขึ้นรถตู้สำหรับไปรอที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงพยาบาล ส่วนตัวของแก้วกัลยาจะขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง
‘แม่แจ่มค่ะ วันนี้แก้วไปช่วยงานอาหมอนะคะ ตอนเย็นแก้วจะกลับมารายงานตัวใหม่ วันนี้แม่กับพ่ออวยพรให้แก้วโชคดีไม่ทำขายขี้หน้าอาหมอนะคะ’ แก้วกัลยารายงานตัวกับรูปพ่อแม่ข้างกำแพงบ้าน ก่อนที่เธอจะออกจากบ้านไปเตรียมงานให้คุณหมอชัยวัตรที่โรงพยาบาล
งานเลี้ยงขอบคุณผู้บริจาคเงินช่วยกิจกรรมของโรงพยาบาลในการสร้างอาคารศูนย์กลางแพทย์ครบวงจร และจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ในวันนี้จัดเป็นงานเลี้ยงขอบคุณประจำปีของโรงพยาบาลเลยก็ว่าได้
ครอบครัวชัยวราวงษ์และครอบครัวคมประชาเป็นหนึ่งในผู้บริจาคเงินจำนวนสูงในครั้งนี้ด้วย พสุจึงรับทำหน้าที่เป็นสารถีพาคุณย่าทิพย์ คุณหญิงวิริยา และคุณสมใจ มางานเลี้ยงขอบคุณในวันนี้ โชคดีที่โรงพยาบาลอยู่ในจังหวัดใกล้กับกรุงเทพมหานคร การเดินทางเพียงสองชั่วโมงจากพื้นที่ใจกลางเมืองออกมานอกเมืองในยามเช้าจึงเป็นการวิ่งสวนกับรถคันอื่นที่กำลังวิ่งเข้าไปทำงานในกรุงเทพมหานครกัน
รถของพสุขับมาถึงสี่แยกวัดใจที่ไม่มีสัญญาณไฟ ในช่วงจังหวะเดียวกันกับที่รถมอเตอร์ไซค์ของแก้วกัลยาวิ่งผ่านมาพอดี โทรศัพท์สายเรียกเข้าของพสุก็ปรากฏหน้าจอขึ้นเป็นชื่อเถ้าแก่เฮง พสุจึงตัดสินใจกดรับสายดังกล่าวทำให้รถของพสุวิ่งปาดหน้ามอเตอร์ไซค์ของแก้วกัลยาไปอย่างฉิวเฉียด แก้วกัลยาตกใจจนต้องหักหัวรถมอเตอร์ไซค์จอดลงที่ข้างทางได้อย่างทันท่วงที และเธอทำได้เพียงแค่ส่งสายตาด่าตามท้ายรถคันดังกล่าวไปได้เท่านั้น
‘อ้าว! มีรถดีสักเปล่า ขับรถซื้อใบขับขี่มาแหงเลย ไร้มารยาท’
พสุซึ่งจอดรถหลบข้างทาง เขาเดินลงมาดูว่ารถมอเตอร์ไซค์เจ้าปัญหาที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ บังอาจมาตัดหน้ารถของเขานั้นได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชนของเขาหรือไม่ หูของพสุกำลังฟังคำตอบของเถ้าแก่เฮงที่เขาคาดเดาคำตอบไว้อยู่แล้วว่า เถ้าแก่เฮงจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน พสุจึงนัดหมายกับเถ้าแก่เฮงไว้ในช่วงบ่าย เขาต้องการจัดการสัญญากู้ยืมทั้งหมดให้เรียบร้อย
แก้วกัลยาตกใจที่เจ้าของรถคันโตที่จอดหลบข้างทางนั้นกำลังเดินตรงมาหาเธอ ดูเหมือนว่าคนขับรถคันเจ้าปัญหาจะหาเรื่องต่อว่าเธอว่าเป็นคนขับรถโดยประมาทอย่างแน่นอน แก้วกัลยาเริ่มคิดในใจว่า ‘คนรวยทำอะไรก็ไม่ผิด’
ตอนนี้แก้วกัลยากลัวว่ารถของเธอนั้นได้ทำให้รถคันโตแสนแพงเป็นรอยถลอกหรือเปล่า เธอคงไม่มีปัญญาที่จะไปชดใช้เงินค่าเสียหายได้ ดังนั้นเธอจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้ชายหนุ่มและผู้หญิงทั้งสามคนบนรถก่อน พร้อมกับส่งยิ้มหวานอย่างคนสำนึกผิดให้เสียเอง
“หนูขอโทษ คุณลุง คุณป้า ตรงสี่แยกนั้น มันเป็นมุมอับสายตา หนูคงมองไม่เห็นจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” แม้ว่าแก้วกัลยาจะรู้อยู่เต็มอกว่ารถคันโตดังกล่าวเป็นฝ่ายวิ่งปาดหน้ารถเธอก่อนก็ตาม แต่การยอมถอยก่อนสำหรับคนจนแบบเธอ น่าจะเรียกคะแนนสงสารจากคนร่ำรวยบนรถคันนั้นได้มากกว่าการโวยวายข่มขู่กัน
คุณย่าทิพย์ คุณหญิงวิริยา และคุณสมใจแอบเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า หญิงสาวรู้จักพูดจาเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เสียเปรียบได้อย่างดี ผู้ใหญ่ทั้งสามคนนั้นจดจำหน้าตาของเด็กสาวได้จากรายงานที่นักสืบจัดส่งมาให้ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนพสุกับคิดไปตรงกันข้าม
‘สาวน้อยบังอาจมาเรียกเราว่าลุงเลยหรือเนี้ย ปากร้ายเอาเรื่องนี้เหมือนกัน หรือว่าเราจะเริ่มแก่จริง’
“หนูเป็นอะไรไหมจ๊ะ น้าต้องขอโทษแทนลูกชายน้าด้วยนะจ๊ะ” คุณหญิงวิริยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรกับเด็กสาวตาสวยซึ้งคนนี้ และหันไปต่อว่าบุตรชายคนโต
“วันนี้ใหญ่ขับรถเร็วไปนะลูก คุณย่ากับคุณสมตกใจกันหมด ใหญ่ขอโทษน้องด้วยนะ เราไปปาดหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของน้องนะ”
“แม่วิก็เข้าข้างคนอื่น เมื่อกี้เด็กกะเปี๊ยกอยู่ดีๆ ก็ขี่มอเตอร์ไซค์โผล่ออกมากะทันหันนะครับ” พสุแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“ใหญ่เรานะเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ต้องให้อภัยเด็กซิลูก ว่าแต่หนูชื่ออะไรนะจ๊ะ” คุณหญิงวิริยาเอ่ยถามขึ้นให้แน่ใจ
แก้วกัลยาเดินเข้าไปใกล้จนเห็นหน้าทุกคนบนรถคันโต หัวใจของเธอก็เกิดเต้นแรงราวกับตีกลองขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าชายหนุ่มคนที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นคนแก่คราวลุง คือ ชายหนุ่มคนเดียวกันกับชายหนุ่มคนที่เดินสวนกันในร้านเถ้าแก่เฮงเมื่อวานนี้ แก้วกัลยาพยายามหายใจเข้า หายใจออกอยู่สองสามนาทีจนหัวใจเต้นเป็นปกติ
“หนูชื่อแก้วค่ะ ตัวหนูไม่เป็นอะไร หนูต้องขอโทษอีกครั้งนะคะที่ทำให้คุณน้าต้องเสียเวลา” แก้วกัลยาขอโทษและยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสามอีกครั้ง
“อ้าว! เธอจะตัดบทหนีกันง่ายๆแบบเลยหรือ ไหนเธอก็เป็นคนในพื้นที่อยู่แล้ว ฉันขอถามทางเธอหน่อยก็แล้วกัน พอดีฉันจะต้องไปโรงพยาบาลอำนวยราษฎร เธอรู้ทางไปไหม” พสุเอ่ยถามขึ้น ตัวเขาเองก็กลัวหลงทางและยิ่งทำให้ต้องเสียเวลากันไปอีก
“เอาแบบนี้ดีกว่าค่ะ คุณขับตามหนูไปเลยแล้วกัน หนูก็กำลังจะไปที่โรงพยาบาลนั้นอยู่พอดีเหมือนกันค่ะ” แก้วกัลยาอาสาที่จะขับรถมอเตอร์ไซค์นำทางให้ชายหนุ่ม เธอเองก็ต้องไปทางเดียวกันกับเขาอยู่แล้ว แก้วกัลยาดูจากลักษณะการแต่งกายของพวกเขาแล้ว เธอคาดเดาว่าพวกเขาทั้งสี่คนคงจะเป็นหนึ่งในคณะผู้บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาล แก้วกัลยายินดีที่ได้ช่วยเหลือแขกของคุณหมอชัยวัตร พสุจึงให้เด็กสาวขี่มอเตอร์ไซค์นำทางไปยังโรงพยาบาล
