พี่ชาย4
น้ายเพียงน้ายเดียว กับข้อความเพียงไม่กี่ประโยค ทำปานตะวันรู้สึกใจหดหู่ พอเดินมาถึงกุฏิของหลวงตา สุนัขจำนวนมาก กำลังกินอาหารในถาด แย่งกันมุบมับ กัดกันบ้าง เห่ากันบ้าง มีเยอะมากทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ รูปร่างต่างกันออกไป หลายตัวเป็นสุนัขพันทาง หรือที่เรียกว่าพันธุ์ผสม
“สุนัขที่นี่มีมากกว่าร้อยตัว หลายตัวเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงแล้วเบื่อเมื่อมันโตขึ้น รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปไม่น่ารักเหมือนเดิม บางตัวมันก็เป็นหมาจรจัดถูกรถชน คนใจบุญพาไปรักษาแล้วก็มาฝากหลวงตาไว้ ให้ค่าอาหารนิดหน่อย ไอ้เจ้าตัวเล็กๆก็เกิดจากสุนัขในวัดนี่แหละผสมกันไปผสมกันมา ”
กานต์พูดอธิบายถึงที่มาของสุนัขพวกนี้ให้ปานตะวันได้ฟัง ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแฝงความหดหู่ที่อยู่ภายใต้จิตใจของเขา เพราะกานต์จะมาที่เกือบทุกปีที่กลับจากอังกฤษ บางครั้งก็โอนเงินมาให้ทางวัดเพื่อช่วยค่าอาหารของพวกมัน
“ทำไมทางวัดไม่ทำหมันให้มันคะ จะได้ไม่ออกลูกออกหลาน”
ปานตะวันถามด้วยความสงสัย และรู้สึกหดหู่ใจกับสิ่งที่เห็น เธอเคยได้ยินเรื่องการเอาสุนัขมาปล่อยที่วัด แต่ไม่เคยเห็นของจริงๆว่าจะมีได้มากขนาดนี้
“สุนัขบางตัวก็ดุ เพราะหลวงตาไม่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เกิดเลยไม่กล้าจับมาทำหมัน บางครั้งก็หลงลืมว่าตัวไหนทำแล้ว ตัวไหนยังไม่ได้ทำ”
“อุ้ย!...น่ารักจังค่ะ ” ลูกสุนัขตัวอ้วนตัน ออกจะสีครีมสลับน้ำตาลเดินมาเลียเท้าของตะวัน เธอตกใจ แต่อดยิ้มให้กับความน่ารักของมันไม่ได้
“น่ารักไหม...ตัวนี้แหละเพื่อนใหม่ตะวัน ” ตะวันเงยหน้ามองสบตากับคนถามแล้วส่งยิ้มให้เป็นการส่งสัญญาณว่าเธอชอบเจ้าอ้วนปุ้มปุ้ยตัวนี้
“ตัวผู้หรือตัวเมียคะ” ตะวันถามเพราะเธอไม่เคยเลี้ยงสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงใดๆมาก่อน จึงดูไม่ออกว่าตัวผู้หรือตัวเมีย
“ตัวเมียครับผม...”
“ มนัสการครับหลวงตา ” เจ้าปุ้มปุ้ยรีบเดินออกจากตะวันไปหาหลวงตาเมื่อมันได้ยินเสียงหลวงตาเดินมา ส่ายหางไปมาด้วยความคุ้นเคย
“อาตมาอาบน้ำให้มันแล้ว นี่ก็เพิ่งจะกินข้าวกัน ปากก็เลยจะเลอะเทอะแบบนี้ หลวงตาเตรียมกล่องไว้ให้เรียบร้อย ขอบใจโยมทั้งสองมาก ที่เมตตามัน”
กานต์ช่วยหลวงตาจับเจ้าตัวอ้วนใส่กล่องและพาขึ้นรถ เตรียมเดินทางไปบ้านใหม่ บ้านที่มันจะเป็นใหญ่ที่สุด ไม่ต้องแย่งกินแย่งนอนกับใคร
“ คิดหรือยังตะวัน ว่าจะตั้งชื่อเพื่อนใหม่ว่าอะไร ” รถเคลื่อนตัวออกจากวัดเจ้าตัวอ้วนเริ่มปีนป่าย กานต์จะดุมันก็ไม่รู้จะเรียกชื่อมันว่าอะไรดี เลยยกหน้าที่ให้กับเจ้าของคนใหม่เป็นคนตัดสินใจ
“ชื่อพเนจรดีไหมคะ”
“มันจะไม่ดูตอกย้ำมันไปหน่อยเหรอครับ คุณปานตะวัน...” คนพูดทำน้ำเสียงล้อเลียน เพราะไม่ค่อยชอบชื่อนี้เท่าไหร่ ความหมายมันไม่ค่อยดีเลย
“เอ่อ...ตอนที่มันเดินมาหาตะวัน มันมีข้าวติดอยู่เต็มปาก ชื่อข้าวอะไรดีคะพี่ชาย...” เป็นครั้งแรกตั้งแต่ตะวันขึ้นรถมา ที่เธอเรียกเขาว่าพี่ชาย
“ข้าวสวย ข้าวเปลือก ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าว...อะไรอีกดี ข้าวติดปากดีไหม ฮ่าๆ ”
“ ข้าวหุงไม่สุกดีไหมคะคุณกานต์...” ตะวันค้อนขวับให้ เพราะรู้สึกว่าพี่ชายของเธอเริ่มจะกวนอารมณ์ คงต้องตอบโต้บ้างเดี๋ยวจะได้ใจ
“โอโอ้มีต่อปากต่อคำด้วย ไม่เจอหลายปีพูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะเรา เอ้า...เลือกชื่อให้เจ้าอ้วนสักที จะได้เรียกชื่อ มันจะได้จำชื่อของตัวเองได้”
“ข้าวหอมมะลิ ดีไหมคะ อร่อยดี ” ปานตะวันเสนอชื่อ หันมาสบตาพ่อหนุ่มตาเจ้าชู้เพื่อรอคำตอบ
“ข้าวหอม ก็พอมั้ง หอมมะลิมันยาวไป”
“ เจ้าข้าวหอม ” ปานตะวันลูบหัวเพื่อนใหม่ของเธออย่างมีความสุข สัตว์เลี้ยงตัวแรกในชีวิต มันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอในทุกๆคืน
พี่ชายที่แสนดีพาน้องสาวจอมเถียงแวะซื้ออุปกรณ์ในการเลี้ยงสุนัข ก่อนกลับบ้านจึงแวะซื้อวัตถุดิบทำอาหารมื้อเย็นนี้