บท
ตั้งค่า

ตอนที่4[มีเกียร์เล่นตัวชะมัด]

กระชากเกียร์เสือ

ตอนที่4

[มีเกียร์เล่นตัวชะมัด]

“อะ! อึบ!”

ภาพที่เห็นด้านหน้าทำให้แสนซนถึงกับชะงักกึก เธอรีบยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

ร่างกำยำเปลือยที่ผุดพราวไปด้วยเหงื่อ มันเป็นภาพที่เซ็กซี่และยั่วยวนให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรง กล้ามอกแน่น ๆ หน้าท้องที่มีมวลกล้ามเป็นลอนลูกเรียงอย่างสวยงาม มันน่าเอามือไปลูบสัมผัสจนหัวใจของเธอสั่นไหวขึ้น

แสนซนลอบสำรวจร่างนั้นตั้งแต่ใบหน้าหล่อเหลา และเรือนร่างที่เซ็กซี่อย่างลืมตัว พลางหัวใจก็บังคับให้เธอกวาดสายตาลงมองไปถึงช่วงล่าง ที่มีเพียงกางเกงกีฬาผ้ายืดที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อลูบลู่แนบไปกับผิวเนื้อสีแทนสะอาดตา

ทำให้เธอได้เห็นส่วนกลางกายแกร่งที่คัดตึงขวางลำอยู่ ยิ่งยามที่เขาดัดตัวท่าสะพานโค้ง หัวใจของแสนซนแทบจะหยุดเต้นเอาอย่างดื้อ ๆ ‘อ่า!มันบ้องข้าวหลามชัด ๆ’

แสนซนถึงกับหลับตาปี๋ ไม่กล้าลืมตามองส่วนนั้นของเสืออีกต่อไป

ส่วนคนที่รู้ตัวตั้งแต่แรก ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

เสือรีบลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าเบา ๆ มายืนประชิดซ้อนหลังของเธอ

“มาแอบดูแบบนี้ ผมเสียหายนะคุณ” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบชิดข้างใบหูเล็ก

“อ๊ะ! พะ…พี่เสือ…” แสนซนรีบเอี้ยวตัวมามองหลัง ทำให้แก้มนุ่มปะทะเข้ากับจมูกโด่งของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ฟอด!

“อ่า!นุ่มจัง! กลิ่นคุณยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” เสือฝังจมูกเข้ากลางแก้มนวล กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอ ที่ฝังลึกมานานหลายปี ทำให้ร่างกายของเสือร้อนรุ่ม ขยับกายบดเบียดเข้ากับร่างเธออย่างลืมตัว

ส่วนที่คัดตึงอยู่กลางกาย ดุนดันถูไถไปตามสะโพกลมนุ่มอย่างหักห้ามใจไว้ไม่ไหว

แสนซนที่สติกระเจิดกระเจิงอยู่ชั่วครู่ ค่อย ๆ ดึงสติกลับคืนมาได้ เธอรีบหันมายกมือดันแผงอกเขาให้ถอยห่าง

“อ๊ะ! อื้อ! พี่เสือถอยไปนะ” เสียงเล็กดังขึ้น ทำให้เสือได้สติ เขารีบถอยห่างจากตัวเธอไปหนึ่งก้าว

“ผะ…ผมขอโทษครับ”

“ถอยไป”

“คุณ…มาที่นี่ทำไม” เสือถามขึ้น

“หนูอยากได้เกียร์พี่เสือ”

“แค่นี้เองเหรอครับ ที่ทำให้คุณต้องมาหาผมถึงที่นี่”

“พี่เสือก็รู้ว่ากิจกรรมรุ่นพี่ สั่งให้พวกหนูทำอะไร”

“คุณกลับไปเถอะ! ผมยกสิ่งนี้ให้คุณไม่ได้” ว่าจบเสือก็หมุนตัวเดินดุ่ม ๆ ไปหยิบเสื้อผ้าที่แขวนไว้เข้าไปในห้องอาบน้ำ

แสนซนรีบวิ่งถลาตามไปที่ประตู

ก๊อก ๆ

“พี่เสือ พี่เสือเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” แสนซนตื้อเขาอยู่นาน ทว่าคนด้านในก็ยังเงียบ นานเกือบสิบนาทีเธอจึงยอมถอยออกมา ทำให้เธอนึกถึงเพื่อนสาวที่มาด้วยกัน อะ!ยัยแนนหายไปไหนเนี่ย!

ด้านแนนซี่

ขณะที่ก้าวเท้าตามแสนซนเข้าไปในโรงยิม จู่ ๆ มีฝ่ามือหนามาปิดปากเธอไว้ และรั้งร่างเธอออกมามุมหนึ่งของห้องเก็บของในโรงยิม

“อื้อ! อื้อ!” แนนซี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจเธอพยายามดิ้นหนี

“มาทำอะไรที่นี่ พี่จะเอามือออกห้ามส่งเสียงดังเข้าใจไหม” เสียงทุ้มของนนทิพัทธ์เอ่ยขึ้น ทำให้แนนซี่พยักหน้ารับหงึก ๆ

“นี่!พี่ลากหนูมาที่นี่ทำไม” ปากเธอได้รับอิสระจึงถามเขากลับ

“อยากได้เกียร์ไม่ใช่เหรอ!”

“นี่หมายความว่าพี่จะให้เกียร์หนูเหรอ” แนนซี่รีบพยักหน้ารับ พร้อมขยับยิ้มหวานส่งให้

“ถ้าพี่ให้เกียร์ แล้วพี่จะได้อะไรตอบแทน” นนทิพัทธ์จ้องใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้กันเพียงคืบ

“แล้วพี่อยากได้อะไรจากหนูไม่ทราบ” นนทิพัทธ์ตวัดสายตาสำรวจแนนซี่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“มีแฟนหรือยัง”

“แล้วมันเกี่ยวกันด้วยรึไง” เธอย้อน

“มันเป็นผลประเมิน ว่าสมควรจะให้เกียร์หรือเปล่า”

“ถ้าหนูบอก…มี” แนนซี่หยั่งเชิง

“ก็จะไม่ยุ่งกับเธอ” เขาว่าแล้วหมุนตัวจะจากไป

“เดี๋ยวก่อน!ถ้าหนูบอก…ไม่มี…แล้วพี่จะให้เกียร์ไหม” ประโยคนี้ทำให้นนทิพัทธ์หยุดกึก แล้วหันมาจ้องหน้าเธออีกครั้ง

“พี่ก็จะถอดเกียร์ให้ แต่…” ร่างสูงขยับยิ้ม

“อะไรคะ”

“เย็นนี้ต้องไปกินข้าวกับพี่”

“ไปกินข้าว! ถ้าโรงอาหารก็ตกลงค่ะ”

“กินร้านข้างนอก”

“งั้นหนูขอพาเพื่อนไปด้วยได้ไหม”

“อยากกินสองคน” แนนซี่ทำท่าครุ่นคิด ‘แค่ไปกินข้าวเพื่อแลกเกียร์’

“ก็ได้ค่ะ แต่หนูขอเป็นคนเลือกร้าน” เธอต่อรองทำไมการที่จะได้เกียร์จากรุ่นพี่ ดูมันยุ่งยากจังแฮะ!

“โอเคพี่ให้เราเลือกร้าน เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกัน ส่งมือถือมาสิ”

“มันเกี่ยวอะไรกับมือถือ” เธอย้อนถาม ทำไมเรื่องมากขนาดนี้ แต่ก็ยอมดึงมือถือจากกระเป๋าใบเล็กยื่นให้เขา

นนทิพัทธ์รับมือถือสาวมาจิ้ม ๆ แล้วยื่นคืนให้

“พี่เม้มเบอร์ไว้ในเครื่องแล้ว ตอนเย็นก็อย่าลืมนัดล่ะ” ว่าจบนนทิพัทธ์ก็ยักคิ้วขึ้น พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากให้เธออย่างผู้ชนะ ก่อนจะผิวปากก้าวเดินจากไปอย่างคนอารมณ์ดีสุด ๆ

“เหอะ!แบบนี้ก็ได้เหรอ!” แนนซี่ได้แต่ครางในใจ มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับตา

เช้าของวันใหม่

แสนซนรีบมามหาวิทยาลัยแต่เช้า วันนี้เธอคิดไว้ว่าจะตามตื้อพี่เสือจนกว่าเขาจะใจอ่อน

เท้าเล็กก้าวลงจากรถ รีบเดินไปที่หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์

แสนซนมองเห็นร่างคุ้นตากำลังก้าวไปที่โรงอาหาร เธอจึงรีบสาวเท้าไปดักหน้าเขาในทันที

“นี่!คุณมาขวางทางผมทำไม!” เสือหยุดกึก ก้มมองใบหน้าเนียนใส ที่กล้ามาดักหน้าเขาแบบกระชั้นชิด จนร่างเราแทบปะทะกัน

“พี่เสือจะไปกินข้าวใช่ไหม” แสนซนเงยหน้าขึ้นถามเขา

“อืม…” เขาครางรับสั้น ๆ สายตายังจดจ้องที่ใบหน้าสวยใส ด้วยหัวใจที่เต้นแรงรัว

“หนูขอไปนั่งกินด้วยคน” เธอขยับยิ้มหวานส่งให้

“ตามใจ” เขาว่า แล้วเบี่ยงตัวออกเดินจากไป ทำให้แสนซนรีบก้าวเท้าตามเขาไปติด ๆ

“พี่เสือ…พี่เสืออยากกินอะไรคะ เดี๋ยวหนูเลี้ยง” เธอรีบก้าวจนทัน แล้วแหงนหน้าขึ้นถามเขา คุยใกล้แบบนี้เธอรู้สึกเมื่อยคอชะมัด! เขาตัวสูงกว่าเธอมาก ส่วนเธออยู่แค่ระดับหน้าอกของเขาแค่นั้น

“ที่ทำอยู่นี่! เพราะต้องการเกียร์สิ!” เขาว่าอย่างรู้ทัน

“อยากเลี้ยงขอบคุณวันนั้นด้วย…และก็เรื่องเกียร์ด้วย” เธอขยับยิ้มเจื่อนเมื่อเขาดักขึ้นทุกทาง

“นะคะพี่เสือ พี่เสือ…อนุญาตให้หนูได้เลี้ยงข้าวพี่สักมื้อนะ” เธอเอ่ยเสียงอ้อน

“เลี้ยงไหวเหรอ! ผมกินเยอะ” เขาว่า

“ไหวค่ะ! ถ้าพี่เสืออยากให้เลี้ยง…ตลอดชีวิตหนูก็ไหว” เธอแหงนหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง พูดออกไปแล้วหัวใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำ พลางทำให้ใบหน้าออกร้อนวูบวาบ ส่งผลให้แก้มใสแดงซ่านขึ้น ทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“เพ้อเจ้อ…” เสือว่าแล้วกระตุกยิ้มมุมปากจาง ๆ อย่างนึกเอ็นดูกับท่าทางของเธอ ก่อนจะสาวเท้ายาว ๆ ไปที่โรงอาหาร

'อ่า! ทั้งขี้อ้อน ทั้งตื้อเก่ง แบบนี้ไอ้เสือจะใจแข็งได้กี่นาทีวะ’ เสือครางในใจ

โรงอาหาร

“ข้าวได้แล้วค่ะ พี่เสือจะเอาจานไหน” แสนซนที่ไปต่อคิวซื้อข้าวได้ ก็รีบถือมาวางบนโต๊ะที่เสือจองไว้

“ผมกินได้ทุกอย่าง”

“งั้นพี่เสือเอาข้าวกระกระเพราหมูกรอบนะคะ ส่วนหนูชอบกินผัดกระเพรากุ้ง” เธอเอ่ยแล้วดันจานข้าวไปตรงหน้าเขา

เสือลุกขึ้นเดินไปซื้อน้ำเปล่ามาสองขวด พร้อมหมุนเปิดฝาแล้วหยิบหลอดใส่ ก่อนจะยื่นไปวางตรงหน้าเธอ

“ขอบคุณค่ะ”

ทั้งคู่นั่งกินข้าวกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อเห็นเสือรวบช้อนแล้วหยิบขวดน้ำมาดูด แสนซนจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา

“พี่เสืออิ่มหรือเปล่า เอาอะไรอีกไหม”

“อิ่ม” เขาตอบสั้น ๆ

“งั้นพี่จะให้เกียร์หนูได้หรือยัง”

“นี่!เลี้ยงข้าวแลกเกียร์” เขาว่าแล้วขยับลุกขึ้นยืน หมุนตัวก้าวเดินจากไป โดยไม่หันมามองเธอสักนิด

“อะไรกันเนี่ย! มีเกียร์เล่นตัวชะมัด!” แสนซนครางออกมา ดวงตาสวยจดจ้องตามแผ่นหลังกว้างอย่างมันเขี้ยว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel