บท
ตั้งค่า

ตอนที่5[กิจกรรมสุดท้าย]

กระชากเกียร์เสือ

ตอนที่5

[กิจกรรมสุดท้าย]

“แนนทำไมมาช้า”

“เรานอนตื่นสายอะ!” แนนซี่ตอบเพื่อน พร้อมขยับคอเสื้อให้เพื่อนเห็นเกียร์ที่แขวนโชว์บนคอ

“นี่!เธอได้เกียร์แล้วเหรอ! ของใครอะ!” แสนซนถามอย่างตื่นเต้น

“ของพี่นนท์”

“อ๊ะ!ได้ไงเนี่ย! วันแรกเห็นเป็นคู่กัดกันอยู่เลย ไหงได้เกียร์มาเฉย เล่ามาสิ!” แสนซนงงเป็นไก่ตาแตก

“ก็พี่นนท์ชวนเราไปกินข้าว” แนนซี่เล่า

“เขาชวนไปกินแกก็ไปกับเขาเนี่ยนะ”

“อืม…”

“แค่กินข้าวแล้วเขาให้เกียร์” แสนซนถามต่อ พร้อมมองด้วยสายตาไม่น่าเชื่อ

“อืม…แล้วก็แลกเบอร์กัน”

“แค่เนี่ย! ไม่อยากจะเชื่อ” แสนซนจ้องหน้าเพื่อน ที่ตอนนี้ใบหน้าของแนนซี่ออกแดงระเรื่อขึ้นอย่างชัดเจน

“เราไม่เชื่อ! เล่ามายัยแนนซี่ ไม่อย่างนั้นฉันงอน”

“เออ! เล่าก็ได้ พี่นนท์ขอคบกับเราอะ!”

“พี่นนท์ขอคบกับแก แล้วแกก็ตกลงใช่ป่ะ” แสนซนกลอกตาบนใส่เพื่อน อะไรมันจะไวปานจรดขนาดนั้น เห็นตอนแรกแยกเขี้ยวจะฟัดกันอย่างกับหมาบ้า

“แล้วพี่เสือของเธอ ยังไม่ใจอ่อนอีกเหรอ” แนนซี่เปลี่ยนเรื่อง

“อืม…เล่นตัวชะมัด! แต่คนอย่างแสนซนไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ยิ่งวันนี้วันสุดท้าย ฉันต้องทำให้พี่เสือถอดเกียร์ให้จนได้แหละ” แสนซนเอ่ยอย่างหมายมั่น

“เราเอาใจช่วย สู้ ๆ นะยัยซน”

พักเที่ยง

“พี่เสือ…หนูมาชวนพี่ไปกินข้าว” แสนซนเดินมาหาเสือที่โรงยิม เมื่อเห็นเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ตามลำพังจึงเอ่ยขึ้น

“ยังไม่หิว” เขาตอบโดยไม่มองหน้าเธอ

“แต่มันเที่ยงแล้วนะคะ ไม่กินไม่ได้เดี๋ยวโรคกระเพาะถามหา” เธอตื้อ เมื่อเห็นเขายังจ้องหนังสือในมือ แสนซนจึงเข้าไปใกล้ขึ้น

“พี่เสือชอบแต่งรถเหรอคะ” เธอถามขึ้นเมื่อเห็นในมือเขาเป็นหนังสือพวกแต่งรถ

“ใช่! แต่เป็นพวกรถมอเตอร์ไซค์นะ” อย่างผมไม่มีปัญญาขับรถหรูหรอก เสือได้แต่ต่อประโยคนั้นอยู่ในใจ

“หนูก็ชอบนะคะ พวกมอเตอร์ไซค์คลาสิค…เท่ดี” แสนซนเอ่ย พร้อมหยิบหนังสือในมือเขาขึ้นมาเปิดดูบ้าง

“คุณซนชอบเหรอ!” เมื่อเห็นเธอตั้งใจดูภาพรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิครุ่นเก่า ๆ

“ชอบมากค่ะ ถ้าหนูมีโอกาสอยากจะหัดขี่ดูบ้าง” เสือไม่เคยคิดว่า คุณหนูแสนซน บุตรสาวเพียงคนเดียวของผู้มีพระคุณของเขาจะมีความคิด ที่ต่างจากสภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง อย่างเธอมันต้องรถหรูราคาแพง และของแบรนด์เนมหรูมันถึงจะถูก

“พี่เสือหนูหิวแล้ว เรารีบไปกินข้าวกันเถอะ” แสนซนถือวิสาสะคว้าแขนของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน

“บอกไม่หิวไง” เขาว่าแล้วรั้งข้อมือกลับคืน ทำให้ร่างเล็กเซถลาลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา อย่างไม่ได้ตั้งใจ

“ว้าย! พี่เสือ!” เธอร้องขึ้นเสียงหลง ด้วยความตกใจ

“อยากนั่งตักก็ไม่บอก” เสียงทุ้มกระซิบแนบข้างแก้มเนียนของเธอ ลมหายใจผ่าวร้อนรินรดอยู่ที่ซอกคอนุ่ม ส่งผลให้คนที่อยู่บนตักรีบย่นคอหนี ร่างกายสั่นเทิ้มจนเสือสัมผัสได้

“ตัวสั่นเชียว! กลัวเหรอ! เคยนั่งตักใครบ้างรึยัง” เสียงทุ้มปนแหบพร่าถามขึ้น

“หนะ…หนูไม่เคย” คำตอบของเธอทำให้เสือยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะแกล้งคนบนตักต่อไปอีก

“แล้วแก้มนุ่มนี้เคยมีใครหอมบ้างรึยัง” เสือยกนิ้วชี้คลึงที่แก้มนุ่มไปมาอย่างแผ่วเบา ทำให้คนบนตักหัวใจเต้นแรง เนื้อตัวออกร้อนผะผ่าวขึ้น

แสนซนขยับกายจะลุกหนี ทว่าแขนแข็งแรงของเสือเอาแต่ล็อคเอวเธอไว้แน่น

การเคลื่อนไหวบนตักของเธอ ส่งผลให้สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ผืนผ้า กลับมามีปฏิกิริยาเกิดขึ้น

ส่วนนั้นของเสือขยับตัวพองโต มันผงาดง้ำขึ้นจนเขารู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“อ่า! อยู่นิ่ง ๆ อย่าขยับ” เขาออกคำสั่ง ทว่าคนบนตักไม่เข้าใจ เธอยิ่งดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากการพันธนาการของเขา

“อ่า! บอกให้อยู่นิ่ง ๆ ไง! ถ้าขืนขยับอยู่แบบนี้อีก ผมนี่แหละจะตายเอา”

“ทำไมพี่เสือถึงต้องตาย หนูไม่ได้ฆ่าสักหน่อย แค่ขยับจะลุกไปกินข้าว” เธอเถียงเสียงสั่น

“อ่า! ทั้งเถียงเก่ง ทั้งขยับเก่ง” เสือสูดลมหายใจเข้าออกแรง ๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้น เมื่อส่วนนั้นมันดุนดันคัดตึงมากขึ้น

“อ๊ะ! พะ…พี่เสือ! อะไรดิ้นอยู่บนตัก” เสียงแสนซนหวาดผวาหนักขึ้น ทำให้เธอรีบขยับตัวจะลุกขึ้นยืน

“อ่า!นั่งนิ่ง ๆ ก่อนได้ไหม ถ้าขืนขยับไอ้เจ้านั่น มันก็ยิ่งดิ้นสู้เข้าใจไหมครับ” เสียงแหบพร่าเอ่ยอธิบายกึ่งขอร้องคนบนตัก

“ไอ้นั่น…หมายความว่าไง”

“ก็ถ้าขยับไม่หยุด เจ้าลูกชายผม มันก็ยิ่งดิ้นสู้ไงครับ เพราะฉะนั้นนั่งนิ่ง ๆ แบบนี้ไปก่อน รอมันสงบเดี๋ยวเราค่อยไปกินข้าวกัน” เขาแนบกระซิบเสียงกระเส่า

“อ๊ะ! พี่เสือลามก ปล่อยหนู แค่หนูลุกขึ้นมันง่ายกว่าไหม” เธอเอ่ยขึ้นอย่างหวาดระแวงเขา

“ให้ลุกไม่ได้ไง! ถ้าขืนลุกตอนนี้…ผมค้างตายพอดี” เสือเอาแต่ล็อคเอวคอดไว้แน่น ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดอยู่ที่ต้นคอนุ่มระหง

“ไอ้! พี่เสือบ้า! ลามก” เธอก่นด่าเขา แต่ก็ยอมนั่งบนตักเขานิ่ง ๆ ไม่กล้าขยับทว่าร่างกายของเธอออกร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นแรงระรัว แทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก

ทำให้เสือกระตุกยิ้ม พยายามสงบสติอารมณ์ ให้เจ้าลูกชายยอมสงบลงไว ๆ

กว่าเสือจะจัดการกับเจ้าลูกชายให้ยอมสงบเวลาก็ล่วงเลยไปนานถึงสามสิบนาที

เสือยกมือขึ้นปลดสร้อยเกียร์ที่คอตัวเองออก แล้วไปสวมที่คอให้คนบนตัก

“พี่เสือจะทำอะไร” เมื่อรู้สึกมีมือมาสัมผัสคลอเคลียอยู่ที่ต้นคอ ทำให้แสนซนรีบถามเขาปากคอสั่น

“ไม่อยากได้เกียร์แล้วเหรอ!” มือหนาค้างชะงัก

“อยากได้สิคะ”

“ถ้าอยากได้ก็นั่งนิ่ง ๆ กำลังสวมคอให้อยู่” เขาว่า

“เสร็จแล้ว ไปกินข้าวกัน” เมื่อสวมคอให้เสร็จ เสือจึงโน้มริมฝีปากแนบกระซิบที่ใบหูเล็กของเธอ ทำเอาคนบนตักออกร้อนวูบวาบขึ้นมาอีก

“ขอบคุณมากนะคะ ไปกินข้าวกันเถอะ หนูหิวจะแย่แล้ว” แสนซนขัดเขินขึ้น เธอทำตัวไม่ถูก ส่งผลให้ผิวแก้มทั้งสองข้างออกแดงระเรื่อขึ้น

คนมองได้แต่สูดลมหายใจเข้าออกแรง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนก้าวนำเธอไป

ช่วงบ่าย

“น้อง ๆ ทุกคนเชิญมารวมตัวกันที่หอประชุมกันอีกครั้งนะครับ” เสียงห้าวของรุ่นพี่หนุ่ม ประกาศออกไมค์ลอยเสียงดังก้องกังวานไปทั่วหอประชุมใหญ่อีกครั้ง

ทำให้เฟรชชี่ปี 1 ต่างทยอยออกมารวมตัวกันที่หอประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

“กิจกรรมนี้เป็นรอบสุดท้ายของน้อง ๆ แล้วนะครับ เราจะมาผูกข้อไม้ข้อมือรับขวัญ รับเกียร์กัน”

หลังจากรุ่นพี่ออกมาผูกข้อไม้ข้อมือให้กันและกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยรอยยิ้มของรุ่นพี่และรุ่นน้อง ก่อนทุกคนจะร่ำลาแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง

เสือกำลังคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์คลาสสิครุ่นHonda c92 อยู่นั้น เสียงเล็ก ๆ ของแสนซนก็เอ่ยขึ้นอยู่ด้านหลัง

“พี่เสือเดี๋ยวก่อน” เสือรีบหันมามองตามเสียง

“รถพี่เสือเหรอคะ”

“ใช่!”

“ว้าว! รถพี่เสือเท่จัง” แสนซนเอ่ยจบเสือทำท่าจะบิดรถจากไป

“เดี๋ยว! นี่ค่ะเกียร์พี่เสือ” แสนซนยื่นสร้อยเกียร์คืนเขาไปตรงหน้า

“ไม่อยากได้มันแล้วเหรอ” เสือหันมาจ้องหน้าเธอ

“หนูเก็บไว้ได้ด้วยเหรอ” ทำให้เธอยิงคำถามสวนกลับ

“แล้วอยากเก็บมันไว้ไหมล่ะ” เสือย้อนถาม

“ถ้าพี่เสืออยากให้หนูก็จะเก็บไว้อย่างดี” เธอตอบกลับ

“งั้นก็เอาช็อปไปซักให้ด้วย” เสือกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะถอดเสื้อช็อปโยนคลุมหัวเธอ แล้วบิดรถมอเตอร์ไซค์จากไปอย่างรวดเร็ว

“อื้อ! ไอ้พี่เสือบ้า!” เธอได้แต่ก่นด่าตามหลังเขา นี่! เขาแกล้งเธออีกแล้วใช่ไหม แสนซนดึงช็อปเขาลงมากอดไว้ในอ้อมอกแล้วอมยิ้มออกมา ‘อื้อ!ขนาดช็อปยังหอมจัง’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel