ตอนที่2[เสือหวงเกียร์]
กระชากเกียร์เสือ
ตอนที่2
[เสือหวงเกียร์]
‘เสือ’หรือสุภกิตต์ เก่งกล้า ที่เพื่อนหรือใคร ๆ ได้ตั้งฉายาว่า ‘เสือหวงเกียร์’
ใช่!คุณหรือใครเข้าใจไม่ผิดหรอก เกียร์สำหรับเสือ มันมีความสำคัญต่อใจเขามากทีเดียว
‘ใจอยู่ที่เกียร์ เกียร์คือใจ’ [เกียร์คือหัวใจเสือ]
ร่างสูงกำยำเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในโรงยิม ที่ตั้งถันไปจากโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ยามว่างจากเรียนที่นี่คือที่สิงสถิตของเสือ
เสือที่มีใบหน้าค่อนข้างหล่อเหลาโดดเด่น ดังพระเจ้าประทานพรให้ ตั้งแต่หน้าตา ตลอดเรือนร่างที่กำยำและมีความสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสาม มีผิวพรรณสีแทนสะอาดตาได้อย่างน่าทึ่ง
ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปี
ขณะที่เสือลืมตาดูโลก ได้เพียงสองขวบก็ต้องกำพร้าทั้งบิดามารดาไปพร้อม ๆ กัน ด้วยอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตคาที่ คงเหลือแค่เขาเพียงลำพัง ที่รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชในวันนั้น หลังจากนั้นชีวิตของเสือก็ได้ปู่กับย่าชุบเลี้ยงดูแล
ปู่ย่าที่เกิดมาในหมู่บ้านชนบท หาเลี้ยงชีพด้วยการเปิด ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ เล็ก ๆ เลี้ยงชีพทั้งสามชีวิต เพื่อจะให้ชีวิตได้เดินหน้าต่อไป
เสือคลุกคลีอยู่กับการซ่อมมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งอายุได้สิบสองปี
ปู่ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวก็มาล้มป่วย ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเรื่องเงินหนักขึ้น เสือต้องหาเงินเพิ่มจากการเข้าสังเวียน ‘เลือดนักสู้’
ใช่! เสือต้องกระโจนขึ้นเวทีสนามมวยตั้งแต่อายุได้เพียงสิบสองปี
ชีวิตเสือลุ่ม ๆ ดอน ๆ อดมื้อกินมื้อ เพื่อเก็บเงินมารักษาอาการป่วยของปู่ที่เขารัก
ทุก ๆ ความโชคร้ายยังมีความความโชคดีซ่อนอยู่เสมอ
เสือที่มีความตั้งใจใฝ่เรียนรู้ เขาสามารถคว้าเกรดดี ๆ ให้กับชีวิต
กระทั่งฟ้าที่เห็นในความดี ก็ได้ส่งคนดีมีเมตตา มารับอุปการะให้เขาได้รับการศึกษาต่อในระดับปริญญา
ในรั้วมหาวิทยาลัยเสือมีความโดดเด่นด้านความหล่อเหลา จนเพื่อน ๆ โหวตให้เป็นหนุ่มหล่อประจำคณะวิศวะ สาว ๆ ต่างกรี๊ด! ไม่ว่าจะสาวในสถาบันเดียวกัน หรือต่างสถาบันก็ล้วนอยากจะกระโจนเข้าปากเสือ…เฮ้ย! เข้าหาเสือ
ทว่าเสือไม่เคยแม้แต่จะชายตามองผู้หญิงคนไหน ตลอดสามปีที่เสือเป็นเด็กทุนเรียนดี กีฬาเด่น เขามุ่งมั่นไฝ่หาความรู้ใส่ตัวมาโดยตลอด จนใคร ๆ ต่างคาดการณ์ว่าเกียรตินิยมสำหรับเสือมันอยู่แค่เอื้อม
ใช่!ทุกคนเข้าใจไม่ผิดหรอก เสือเป็นเด็กทุน จากท่านผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ที่มีนามว่า ‘นายหัวเมฆา เลิศรักษ์สกุลชร’
ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ที่เสือเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 6 ที่โรงเรียนในชนบทแห่งหนึ่ง คณะผอ.และครูที่โรงเรียนได้รอต้อนรับคณะของท่านผู้ใหญ่ใจดี ที่จะมามอบทุนการศึกษาให้กับเสือ
คนขับรถเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าอาคารไม้สองชั้นกลางเก่ากลางใหม่แต่ก็สะอาดสะอ้าน น่าอยู่ไม่น้อย
“ถึงแล้วครับท่าน” คนขับรถหันมาบอกเจ้านายที่นั่งคู่กับบุตรสาว บอดี้การ์ดทั้งสี่นายก้าวลงจากรถ และเปิดประตูให้เธอและบิดาลง
ทางโรงเรียนจัดต้อนรับ มีผอ. และคณะครูมารอต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับท่านผมและคณะครูยินดีต้อนรับ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้มาเยี่ยมเยือนถึงที่นี่ ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ” ผอ.กล่าวต้อนรับ
“ไม่เป็นไรครับถือว่ากันเอง ไม่ต้องมีพิธีเยอะ” นายหัวเมฆาเอ่ยขึ้นเป็นกันเอง ก่อนจะก้าวเดินตามผอ.เข้าไปด้านใน
“พ่อหนูขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะคะ” ‘แสนซน’หันมาป้องปากกระซิบบอกบิดาเบา ๆ ให้ได้ยินแค่สองคน
“เดี๋ยวพอให้ไอ้เข้มไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้องค่ะหนูไปคนเดียวได้ ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร” เธอให้เหตุผลบิดา
“งั้นก็ตามใจรีบไปแล้วรีบกลับพ่อเป็นห่วง”
“ค่ะ! เดี๋ยวหนูจะรีบกลับมาค่ะ”
แสนซนปลีกตัวจากบิดา และก้าวเดินไปหาห้องน้ำ
“น้องคะห้องน้ำไปทางไหนคะ” เธอหันไปถามเด็กประถม
“พี่สาวจะไปห้องน้ำเหรอคะ เดินตรงไปเลยค่ะแล้วเลี้ยวขวา”
แสนซนเดินไปห้องน้ำยังไม่ทันจะถึงจู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นเธอจึงก้มหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นเบอร์มารดาจึงกดรับสาย
เพราะสถานที่ไม่คุ้นชิน ขณะคุยโทรศัพท์กับมารดาอยู่นั้น พอถึงทางเลี้ยวเธอไม่ทันระวัง ทำให้ชนกับร่างใครบางคนเข้าอย่างจัง
ปึก!
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ/ขอโทษครับ” สองเสียงเอ่ยขอโทษพร้อมกัน
ทว่าเธอร่างเล็กกว่าอีกฝ่าย จึงทำให้เธอเซถลาจะล้มลง แต่ก็มีแขนแกร่งของอีกฝ่ายมารับร่างเธอไว้ทัน
สายตาของทั้งคู่สบประสานกันอย่างจัง ต่างจ้องมองกันอย่างนิ่งอึ้ง หัวใจทั้งสองดวงเต้นกระหน่ำ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“อ่า! เออ! ผมขอโทษครับ ที่เดินซุ่มซ่ามไม่ทันระวังตัวทำให้ชนกับคุณเข้า” เสียงทุ้มของ ‘เสือ’ดังขึ้น ทำให้แสนซนได้สติ
“ไม่เป็นไรค่ะ! เพราะหนูเองก็ไม่ทันระวัง มัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่ จึงชนกับคุณเข้า” แสนซนหน้าแดงระเรื่อขึ้น ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนของเขา
“ขอโทษค่ะ! คือหนูจะไปเข้าห้องน้ำ” เธอเอ่ยขึ้นอย่างเอียงอาย พยุงแขนขาที่อ่อนแรงเดินไปเข้าห้องน้ำ
แสนซนขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำสักพักด้วยหัวใจที่เต้นแรงคร่อมจังหวะไปหมด
“อ่า! ยัยซนทำไมแกต้องใจสั่นขนาดนี้ด้วยวะ”
อีกด้าน
เสือเองก็หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากผละห่างจากสาววัยใสแปลกหน้าคนนั้น
“อ่า! ทำไมหัวใจกูเต้นแรงขนาดนี้วะ” เสือยกมือขึ้นลูบที่อกด้านซ้ายของตัวเอง ที่มันเอาแต่เต้นกระหน่ำไม่ยอมหยุด
“พี่เสือมาอยู่นี่เองผอ.เรียกหาครับ” เด็กรุ่นน้องตะโกนบอกรุ่นพี่หนุ่ม
“เออ! ขอบใจมากนะเดี๋ยวพี่รีบไป”
ห้องผอ.
เสือยกมือเคาะประตูเบา ๆ ก่อนจะผลักเข้าด้านใน
“นาย ‘สุภกิตต์’ เข้ามาสิ” ผอ.เรียกเสือให้เข้าไปนั่งตรงข้ามกับแขก
“สวัสดีครับท่านผมชื่อนาย ‘สุภกิตต์ เก่งกล้า’ครับ”
“เรียนเก่งมาก เกรดเฉลี่ยดีทุกเทอม ได้ข่าวว่าอยู่กับปู่กับย่าใช่ไหม”
“ครับท่าน พ่อกับแม่ผมเสียชีวิตตั้งแต่ผมได้สองขวบครับ”
“ดี! หน่วยก้านดีมาก แล้วอยากเรียนต่ออะไรดีล่ะ”
“ผมอยากเรียนวิศวกรรมเครื่องกลครับ”
“ดีถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งให้นายเรียนเอง”
“ขอบคุณมากครับ” เสือยกมือไหว้ผู้อุปการะ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้อง ทว่าเสือกำลังก้าวพ้นประตูไป ร่างระหงของแสนซนก็ก้าวเข้ามา ทำให้เท้าของทั้งคู่หยุดชะงักขึ้นอีกครั้ง!!
“คุณ/คุณ” ทั้งคู่ครางทักกันขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสายตาสองคู่สบประสานกันอีกครั้ง ดวงตาสี่ดวงเปล่งประกายระยิบระยับ
เสือเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวนุ่ม ที่ใช้นอนเล่นเป็นประจำยามว่างจากชั่วโมงเรียน เสือชอบมาขลุกอยู่ที่โรงยิม
ดวงตาคมค่อย ๆ หลับตาลง เมื่อหวนนึกถึงใบหน้าสวยหวาน ของใครบางคนที่เขาเพิ่งเดินจากมา
'อ่า!คุณแสนซน! ยังดื้อซนเหมือนเด็ก ๆ ไม่เคยเปลี่ยน’ เสือกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อนึกถึงคนร่างนุ่มที่เขาเพิ่งจะได้ช้อนอุ้มมาไม่กี่นาที
เมื่อสามปีกับตอนนี้น้ำหนักของเธอก็ไม่ต่างกัน ทว่าสามปีผ่านไป ใบหน้าสวยใสของเธอ มันกลับสวยโดดเด่นขึ้นจนเขาแทบตกตะลึง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“เสือ!ไอ้เสือ!”
“อ๊ะ! กูหูจะแตก มึงแหกปากเพื่อ!” “เสือหันไปดุเพื่อนชาย ที่เสียมารยาทมาตะโกนใส่หูเขา
“กูเพิ่งได้ข่าว ว่ามึงอุ้มสาว” ‘จอมทัพ’ เพื่อนชายเอ่ยขึ้น
“เธอเป็นลม กูเห็นจะไม่ให้ช่วยรึไง” เสือทำเสียงดุ
“เห็นเขาว่าอย่างแจ่ม มึงได้อุ้มแล้วนุ่มหรือเปล่าวะ!” จอมทัพขยับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ไอ้ทัพ! มึงไปไกล ๆ ตีนกู!” เสือถึงกับรีบลุกขึ้น สาวเท้าตามจะถีบเพื่อน ทำให้จอมทัพได้แต่วิ่งวนหนีอ้อมโต๊ะในโรงยิม
“มึงจะหนีทำไม” เสือเอ่ยเสียงดุ
“กูไม่หนีมึงก็ถีบกูดิ!” จอมทัพเอ่ยเสียงอ่อย
