ตอนที่1[ความฝันที่เหมือนจริง]
กระชากเกียร์เสือ
ตอนที่1
[ความฝันที่เหมือนจริง]
มหาวิทยาลัยLR
ตึกวิศวกรรมศาสตร์
“น้อง ๆ มากันครบแล้วใช่ไหมครับ” เสียงพี่นิสิตหนุ่มวิศวะปี 2 ที่ชื่อเป้พูดกับไมค์ลอยดังขึ้น
ตึก!ตึก!ตึก!
ร่างเล็กของแสนซนหรือ 'สิรินยา เลิศรักษ์สกุลชร’ ทายาทคนเล็กของนายหัว 'เมฆา’ น้องสาวสุดหวงของพี่ ‘แสงเหนือ’ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่หอประชุมใหญ่ ที่มีเพื่อนเฟรชชี่ปี 1 กำลังหันหน้ามาทางเธอเป็นจุดเดียว
“แฮ่ก แฮ่ก! เกือบไม่ทัน” เสียงเล็กของแสนซนพึมพำเบา ๆ พร้อมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ว่ายังไงเธอก็มาทันแปดโมงเป๊ะ ร่างเล็กแทรกตัวเข้ามาหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเพื่อน ลมหายใจหอบกระเส่าจนตัวโยน อย่างน่าเวทนา
“นี่!ยัยซนอย่าบอกนะ ว่าเธอหลับต่อ” เสียงของ ‘แนนซี่’ ป้องปากกระซิบถามเพื่อนเบา ๆ เพราะเมื่อตอนตีห้าครึ่งเธอได้โทรไปปลุกเพื่อนตามที่ได้ตกลงกันแล้ว แต่ไหงเพื่อนเธอถึงมาสายล่ะ!
“อืม!ว่าจะลุกอาบน้ำ แต่ดันฝันต่อเฉย” แสนซนป้องปากกระซิบตอบกลับเพื่อนเบา ๆ
ทว่าจู่ ๆ เสียงเข้มของพี่ว๊ากปี 3 ที่คุ้นหูก็ดังขึ้น
“น้องคนไหนมาสาย ลุกขึ้นโชว์ตัวหน่อยครับ”
ในหอประชุมเงียบเสียงลงต่างหันรีหันขวางว่าใครมาสาย ทว่าก็ยังไม่มีใครลุกยืนสักคน
“ว่าไงครับ!มาสายยังนั่งเฉยได้เหรอครับ” เสียงพี่ว๊ากที่ชื่อนนท์หรือ 'นนทิพัทธ์’ เอ่ยขึ้นซ้ำ พร้อมจ้องมองมาที่จุดของแสนซนกับเพื่อนนั่งอยู่
“พี่หมายถึงหนูเหรอคะ” แสนซนเอ่ยขึ้น พร้อมชี้นิ้วเข้าหาอกตัวเอง
“ถ้าไม่ใช่น้องแล้วจะใครล่ะครับ” รุ่นพี่ว๊ากยอกย้อน
“แต่หนูมาทันแปดโมงนะคะ ถ้าพี่ไม่เชื่อดูนาฬิกาหนูก็ได้แปดโมงเป๊ะ” เธอชูแขนให้รุ่นพี่ดูเวลาในข้อมือ เพื่อยืนยันว่า เธอไม่ได้เข้าสายอย่างที่ถูกปรักปรำสักหน่อย
“แต่น้องมาสายไปหนึ่งนาทีครับ” พี่ว๊ากว่า พร้อมยกมือถือเครื่องหรูโชว์ให้ดูเวลา
“แล้วจะเอายังไงคะ”
“วิ่งรอบสนามฟุตบอลสามรอบครับน้อง”
“ได้ยังไงคะ! สายแค่หนึ่งนาทีต้องทำโทษวิ่งรอบสนามฟุตบอลสามรอบเลยเหรอคะ” เสียงแนนซี่แย้งขึ้น อะไรของพี่เขา แค่นาทีเดียวก็ไม่เว้น
“มีน้องคนไหนไม่เห็นด้วยอีกบ้างไหมครับ ถ้ามียกมือขึ้นเลยครับ” รุ่นพี่นนทิพัทธ์เอ่ยขึ้นซ้ำ สายตากวาดมองไปทั่วหอประชุมใหญ่
ทว่ายังมีน้องเฟรชชี่หนุ่มหน้าละอ่อนอีกสามคนได้ยกมือขึ้น
“ที่ยกมือทั้งหมดยืนขึ้นเลยครับ แล้วออกไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลห้ารอบ ถ้าครบแล้วให้น้อง ๆ มาเจอกันที่นี่เหมือนเดิม อ้อ!อย่าเล่นขี้โกงนะครับเพราะยังมีรุ่นพี่อยู่รอบสนามเพียบ” รุ่นพี่ว๊ากเอ่ยเตือน ก่อนจะหันมาจ้องรุ่นน้องเฟรชชี่สาว ที่กล้าต่อปากต่อคำกับรุ่นพี่อย่างเขา
“น้องคนสวยเมื่อไหร่จะลุกครับ” พี่ว๊ากหันมาเล่นงานสาวสวยวัยใส ที่ปั้นหน้าบึ้งตึงใส่เขา
“บ้าอำนาจ!” แนนซี่ครางอย่างโมโห คนอะไรหน้าตาก็หล่อใช้ได้ แต่ทำไมนิสัยไม่ดีชอบวางอำนาจกลั่นแกล้งผู้อื่น ค่อยดูนะ! ถ้ามีโอกาสสักวันเธอจะเอาคืนบ้าง
“แหม! จ้องพี่ขนาดนั้นหลงเสน่ห์พี่แล้วสิ!” นนทิพัทธ์กวนใจเธอต่อ เมื่อเห็นใบหน้าสวยจ้องเขากลับอย่างถมึนทึง
“หล่อตายล่ะ!” แนนซี่ก่นด่างึมงำ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี แล้วออกวิ่งตามเพื่อนไป
แสนซนออกวิ่งไปที่สนามฟุตบอล มีแนนซี่ออกวิ่งเหยาะ ๆ ตามมา โดยมีหนุ่มหน้าละอ่อนวิ่งตามไปติด ๆ เช่นกัน
“นี่!ทำไมพวกนายต้องมาช่วยเราด้วย” แสนซนเอ่ยถามเพื่อนหน้าใหม่
“ก็เราเป็นเพื่อนกันแล้วไง ถ้าปล่อยให้พวกเธอมาวิ่งตามลำพัง เธอก็เหนื่อยแย่” ‘กวิน’หนุ่มหน้าตี๋เอ่ยขึ้น
“ขอบใจนายทุกคนนะ ที่ห่วงพวกเรา” แนนซี่เอ่ยขึ้นบ้าง
“ไม่เป็นไร”
แสนซนกับเพื่อนสาววิ่งทิ้งช่วงกับเพื่อนใหม่มาก เพราะพวกเธอเริ่มหมดแรง
“เฮ้อ!ตั้งห้ารอบ นี่!เพิ่งรอบที่สี่เราก็จะแย่แล้วนะแนน” แสนซนหันมาบอกเพื่อนด้วยอาการหอบเหนื่อย เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าสวยใสจนวาววับ
“สู้ ๆ นะซนอีกไม่เท่าไหร่เราก็จะครบรอบแล้ว อีกนิดนะ แข็งใจอีกนิด” แนนซี่อาการไม่ต่างกัน ได้แต่เอ่ยส่งกำลังใจไปให้เพื่อนสาว
ทว่าออกวิ่งต่อไปได้ไม่ถึงสองเมตร ร่างของแสนซนก็เซถลาจะทรุดฮวบลงกับพื้น ทว่ามีแขนแกร่งของใครบางคนมาคว้าร่างเธอไว้ทัน
“ยัยซน!” เสียงแนนซี่ตกใจดวงตาเบิกกว้าง ด้วยความห่วงใยเพื่อน
แขนแข็งแรงตวัดช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นแนบอก แล้วพาเดินดุ่ม ๆ ไปที่ห้องพยาบาล
“ยัยซน!อย่าเป็นอะไรนะ” เสียงแนนซี่ที่วิ่งตามเพื่อนมาติด ๆ เอ่ยละล่ำละลักขึ้น
ส่วนคนที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ได้แต่หลับตาพริ้ม นี่!เธออยู่ในความฝันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย! เธอฝันถึงเขาอีกแล้วใช่ไหม!
กลิ่นหอมจากกายบุรุษเพศของเขา มันยังฝังอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยจางหาย
ใช่สินะ! ถึงมันจะผ่านมาหลายปี ทว่าแสนซนยังจำกลิ่นกายเขาได้เป็นอย่างดี เธอสูดดมกลิ่นนี้เข้าไปจนเต็มปอด
แขนแข็งแรงแบบนี้ที่ประคองโอบกระชับเธอไว้ในวันวาน
อกกว้างอบอุ่นของเขามันยังลอยวนอยู่ในความรู้สึกไม่เคยเปลี่ยน
อ่า! ทว่าวันนี้ ความฝันของเธอมันช่างเหมือนจริงกว่าทุกครั้งเลยแฮะ!
เธอได้รับสัมผัสที่อุ่นซ่านขึ้น กลิ่นหอมจากตัวเขาเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม อกแกร่งในวันวาน ทว่ามันกลับเด่นชัดเจนขึ้น
อกกว้างอบอุ่นขึ้นจนแสนซนไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา กลัวถ้าหากลืมตาตื่น แล้วภาพความรู้สึกเหล่านั้นจะจางหายไป
อ่า! ฉันอยากหลับอยู่แบบนี้ไปยาว ๆ ไม่ต้องตื่นขึ้นมา แล้วพบแต่ความว่างเปล่าเหมือนอย่างทุกวัน
แขนแข็งแรงค่อย ๆ บรรจงวางร่างเล็กลง ร่างนี้สินะ! ที่เขาถวิลหามาตลอดหลายปี
ทว่าวันนี้เขาได้พบเธออีกครั้งแล้ว
ร่างนี้อยู่ในอ้อมแขนของเขาเหมือนดั่งวันวาน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เขาได้แอบสูดดมในวันวาน มันยังตราตรึง ซาบซ่านในความรู้สึกไม่จางหายไปไหน
ทว่าเมื่อความจริงมันผุดแย้งขึ้นมา เขาได้แต่รีบถอยห่าง
ใช่สิ! เธออยู่สูงเกินสุดจะเอื้อมถึง
เธอเปรียบดั่งนางฟ้าตัวน้อย ที่คอยส่งเป็นกำลังใจ ให้ความรู้สึกของเขาชุ่มชื้นขึ้น
ทำให้เขามีแรงผลักดันได้ก้มหน้าสู้อย่างไม่คิดจะย่อท้อ
เขาค่อย ๆ ก้าวถอยหลังไปทีละก้าว ดวงตาคมสุกสกาวสแกนภาพตรงหน้าเก็บไว้ในความรู้สึกให้ได้มากที่สุด
หลังจากพ้นขอบประตูห้องพยาบาลไปแล้ว เขาก็รีบจ้ำอ้าว! ไปสงบสติอารมณ์อยู่ที่เดิม
“ซน…ยัยซนเป็นไงบ้าง รู้ไหมเราเป็นห่วงเธอแทบแย่” เสียงของแนนซี่เอ่ยเรียกเพื่อน ที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงอย่างคนมีความสุขที่สุด
“อ๊ะ!นี่ยัยแนน มาปลุกทำไมเนี่ย! คนกำลังฝันหวานอยู่เลย” แสนซนลืมตาขึ้น แล้วบ่นเพื่อนด้วยความเสียดาย ที่มาดับฝันหวานของเธอลงอีกล่ะ
“อ๊ะ! ฝันอะไรของเธอ นี่!อย่าบอกนะว่าแกล้งเป็นลม!” แนนซี่ตีแขนเพื่อนสาวเบา ๆ อย่างหมั่นไส้
“ก็อยากโดนอุ้ม” แสนซนเปรยยิ้มหวาน
“นี่เธอแกล้งจริงเหรอ!” แนนซี่แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ก็เราหันไปเห็นพี่เขาเดินมาพอดี เลยลองเป็นลมดูอะ! ว่าเขาจะวิ่งมาช่วยเราไหม” แสนซนเอ่ยขึ้นดวงตาสวยเป็นประกาย
“หมายความว่า พี่ในฝันของแก คือรุ่นพี่คนนี้เหรอ!” แนนซี่ทุบมือลงบนเตียงไปหนึ่งที คาดไม่ถึงว่าพี่ในฝันของเพื่อนจะหล่อกระชากใจถึงเพียงนี้
“ใช่! เรามั่นใจ ว่าต้องเป็นเขาชัวร์”
“มันผ่านมาสามปีแล้วนะ ดูแกมั่นจัง”
“ชัวร์! ฉันจำกลิ่นเฉพาะตัวของพี่เขาได้”
“ยัยซนบ้า! แกเป็นหมาพันธุ์เชพเพิร์ด หรือร็อตไวเลอร์หรือไงถึงได้จำกลิ่นแม่นขนาดนั้น”
“นี่!ยัยแนนซี่ หาว่าเพื่อนเป็นหมาเหรอ!” แสนซนลุกลงจากเตียง ไล่ตีหยอกล้อเพื่อนสาว รอบห้องพยาบาลอย่างสนุกสนาน
