บทที่ 5 ขอนะ
หน้าคอนโด
“ขอโทษนะครับคุณ แต่ลุงให้คุณขึ้นไปไม่ได้จริง ๆ คุณช่วยเข้าใจลุงด้วยนะครับ”
หนุ่มแว่นหน้าตี๋มองไปยังลุงยามที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ เขาเข้าใจดีว่าลุงยามกำลังทำหน้าที่ของตน ชายหนุ่มได้แต่ก่อนจะทอดถอนใจ เวลานี้ภายในหัวใจเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนมันเจ็บร้าวไปหมด
เขาพยายามต่อสายหาคนที่อยู่ข้างบนอาคารสูงกว่าสามสิบชั้น แต่โทรไปหลายต่อหลายครั้งเธอกลับไม่ยอมรับสายแม้สักครั้งเดียว เธอจะรู้บ้างไหมว่าเขาเป็นห่วงเธอแค่ไหน?
“รับสิ รับสิ โว้ย”
เมื่อโทรแล้วโทรเล่าปลายสายก็ไม่ยอมรับ ทำให้เขาถึงกับเขวี้ยงมือถือทิ้งไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ เพราะอะไรต่อมิอะไรไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณ ดึกแล้วป่านนี้คนที่คุณมาหาเขาคงนอนหลับไปแล้วล่ะ”
ลุงยามเอ่ยปลอบพร้อมทำหน้าเห็นใจ แต่ก็ยังไม่ยอมให้เขาขึ้นไปอยู่ดี
หลับเหรอ เพราะลุงยามไม่รู้อะไร ถึงพูดออกมาแบบนี้ได้ ดวงตายาวรีภายใต้กรอบแว่นมองไปทางสมาร์ตโฟนที่เขาเพิ่งโยนทิ้งไป ดูจากสภาพมันไม่น่าจะกลับมาใช้ได้อีกแล้ว เพราะหน้าจอมันแตกร้าวราวกับหัวใจของเขาที่กำลังแตกสลายไม่มีชิ้นดี
อุณหภูมิภายในห้องชุดเวลานี้เริ่มเร่าร้อนขึ้นไปอีกระดับ ยิ่งเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาคมคายค่อย ๆ แตะสัมผัสกับริมฝีปากอวบอิ่มอย่างแผ่วเบา ทำให้หัวใจคนไม่เคยเต้นระรัวราวกับกลองรบ สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนและหวานละมุนชวนหลงใหล แถมยังทำเธอตัวเบาหวิวราวปุยนุ่นที่ล่องลอยไปตามลม
‘นี่สินะสัมผัสแห่งรัก’
คนที่ไม่เคยรู้จักกับคำว่า ‘รัก’ แบบหนุ่มสาวมาก่อนในชีวิตคิดว่ามันคงเป็นความรักอย่างแน่แท้
รสจูบที่ทั้งหวานทั้งหอมที่เขาปรนเปรอทำให้เธอที่กำลังเมายิ่งเมาหนักยิ่งกว่าเก่า วุ้นเส้นให้ความร่วมมือตอบรับจูบนั้นเป็นอย่างดี
ยิ่งเมื่อลิ้นอุ่นสากนั้น ค่อย ๆ ซอกซอนรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวาน พร้อมกระหวัดพันเกี่ยวกับลิ้นน้อย ๆ ของเธอ ความหวานกำซ่านที่ได้สัมผัสนั้น มันช่างชวนให้ติดอกติดใจ จนเธอเผลอไผลไปกับรสสัมผัสที่แสนล่อลวง
เรียวลิ้นหนาค่อย ๆ กวาดต้อนเอาน้ำหวานในโพรงปากสาว พร้อมตะโปมจูบเธออย่างหิวกระหาย จนเธอหายใจแทบไม่ทัน แต่กระนั้นเมื่อปรับลมหายใจได้ก็ตวัดลิ้นตอบโต้สัมผัสจากเขาอย่างดูดดื่มแม้จะไม่ประสา
แทนไทดันแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวให้แนบไปกับประตูหน้าห้อง เรียวลิ้นร้อน ๆ ของเขายังเฝ้าหยอกเย้ากับลิ้นเล็กของเธอ โดยที่วุ้นเส้นเองก็ตอบสนองกลับมาอย่างถึงใจเช่นกัน
แม้จะเป็นครั้งแรกแต่วุ้นเส้นมั่นใจว่าเธอทำมันได้ดี จนทำให้คนตัวสูงถึงกับเบียดกายเข้าหา พร้อมใช้สองมือกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น
สองร่างเคลียคลอกันอยู่หน้าประตู ร่างของเขาและเธอแนบชิดสนิทจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียว เธอคิดว่าเขาคงรู้สึกถึงสัมผัสของเธอ เพราะเธอก็รับรู้สึกถึงสัมผัสของเขาเช่นกัน
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง ความอบอุ่นจากกายแกร่งนั้นแผ่ซ่านมายังร่างของเธอ และมันไม่ใช่อุ่นแค่กายแต่มันลามไปถึงใจ เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอเฝ้ารักเฝ้าหลงมานานหลายปี
ความเสน่หาก่อตัวขึ้นเฉียบพลัน และมันกำลังปะทุอยู่ภายในใจราวลาวาจากภูเขาไฟที่กำลังไหลออกมาจากปล่องควัน จนเธอมิอาจเก็บกักความรู้สึกเร่าร้อนนี้ไว้ ทำได้แค่ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาไป เธอไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
มือหนาฟ่อนเฟ้นก้อนอกอวบใหญ่ภายใต้เสื้อสายเดี่ยวสีดำที่ตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอ
แทนไทกระตุกยิ้มที่ริมฝีปากทันที เมื่อรับรู้ว่าคนร่างอวบโนบรา
‘วุ้นเส้นฮอตกว่าที่เขาคิดไว้มาก ใครบอกว่าเธอเป็นเด็กเนิร์ด ตอนนี้เขาไม่เชื่อแล้วล่ะ’
แทนไทอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ คนเป็นนักล่าอย่างเขาเคยคิดว่าคนตรงหน้าคงจืดชืดและคงจะมีดีแค่ซิง ซึ่งข้อนี้สำหรับเขาก็คงพอแค่แก้ขัดได้ แต่มันผิดคาดไปนิด เธอกลับทำให้เขารู้สึกว่าวันศุกร์นี้ช่างเป็นวันศุกร์ที่เร้าใจไม่แพ้วันศุกร์ที่เคยผ่าน ๆ มาเลย
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกห่างจากริมฝีปากที่เริ่มบวมเจ่อ ก่อนจะจัดการถอดเสื้อสายเดี่ยวบนร่างของหญิงสาวแล้วโยนทิ้งไปให้พ้นทาง
ทันทีที่ก้อนอกที่ทั้งขาว และอวบใหญ่ปรากฏแก่สายตา หัวใจชายหนุ่มก็กระตุกอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขายิ่งติดขัด ประเมินจากสายตาแล้ววุ้นเส้นเป็นสาวอวบที่รูปร่างสวยกว่าที่คิด สิ่งที่เห็นจุดประกายรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจบนใบหน้าของเขาได้อย่างง่ายดาย
วุ้นเส้นสวยกว่าที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้มาก เธอมีในส่วนที่ผู้หญิงควรจะมี รูปร่างของเธออวบอัดน่าฟัด และเต็มไม้เต็มมือกว่าพวกสาว ๆ ที่ผอมแห้งแรงน้อยที่เขาเคยนอนด้วยเป็นไหน ๆ
“ขอนะวุ้น”
