บทที่ 3 ตัวหอม
สิ่งที่ได้ยินทำให้หญิงสาวอึ้งงันไป หัวใจเธอเต้นตึกตัก วุ้นเส้นไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เธอต้องหูฝาดแน่ ๆ
“เอ่อ เมื่อกี้แทนว่าอะไรนะ”
เมื่อหาเสียงตัวเองเจอก็ลองถามกลับไปอีกครั้ง
“เมาแล้วหูไม่ดีรึไง”
“ก็อาจจะใช่”
ได้ยินดังนั้น เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จมูกโด่งเป็นสันสูดดมแรง ๆ ตรงข้างแก้มป่องของหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“วุ้นเมาจริง ๆ ด้วย เหม็นเหล้าหึ่งเลยเนี่ย งั้นเดี๋ยวแทนค่อยถามใหม่”
บอกยิ้ม ๆ พร้อมทำหน้าล้อเลียน ทำเอาคนมองหายใจแทบไม่เป็นจังหวะ
‘ก็เขามันหล่อเกินต้าน’
ท่าทีขี้เล่นที่ดูเป็นธรรมชาติจนทำเธอเคลิ้ม ทั้ง ๆ ที่เขามีกลิ่นเหล้ามากกว่าเธอเสียอีก โอ๊ย… เธอแทบจะอดใจไม่ไหว
แล้วเมื่อกี้เขาว่าอะไรนะจะขอคบเธอเนี่ยนะ เธอไปไม่เป็นจริง ๆ แล้วทำไมไม่ตอบเขาไปนะ
‘ยายบื้อเอ๊ย ตอบตอนนี้ทันไหมเนี่ย’
หรือจะรอให้สร่างเมาแล้วค่อยว่ากัน บางทีเขาอาจจะเมาแล้วพูดไปเรื่อยตามประสา ในหัวเธอคิดไปสะระตะ
“คิดอะไรอยู่”
“เปล่าแค่จะบอกแทนว่าวุ้นเมาถึงรีบกลับ แต่วุ้นว่าแทนก็เมาเหมือนกันนั่นแหละ ได้กลิ่นเหล้าเหมือนกัน”
หญิงสาวเอ่ยทั้งยิ้มเต็มใบหน้าจนดวงตากลมโตนั้นหยีเป็นสระอิ เวลานี้ความรักมันจุกอกจนออกมาทางสีหน้าและแววตาแล้ว
พระเจ้า! พุทโธ ธัมโม สังโค ลูกช้างขอสติคืนมาด้วยเถิด เพราะมันเตลิดไปแล้ว ใครจะคิดว่าผู้ชายที่เธอเฝ้ามองตาละห้อยมาหลายปี วันนี้จะ ‘มองมาทางเธอ’ และ ‘เห็นเธอในสายตาแล้ว’
“นั่นสิ แทนว่าแทนเมาแล้วล่ะ เนี่ยขับรถต่อไม่ไหวแล้วด้วย คืนนี้ขอค้างที่ห้องวุ้นได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทำท่าเหมือนหมาขี้อ้อน พานทำให้วุ้นเส้นใจสั่น เธอบีบมือตัวเองแน่น พร้อมมองเขาตาปริบ ๆ มันเกินกว่าที่คาดคิดไปมาก ผู้ชายงานดีมาขอค้างที่ห้องเนี่ยนะ ยายวุ้นเอ๊ย เอาไงดี
“......”
“ขับไม่ไหวจริง ๆ ตาจะปิด ขอไปพักล้างหน้าล้างตาสักหน่อยได้ไหมครับ”
คนหน้าหล่อยังออดอ้อนไม่หยุด ถ้าแค่ล้างหน้าล้างตาพอให้สร่างเมาก็คงไม่เป็นไรกระมัง
“.....”
“ไม่เป็นห่วงแทนรึไง ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะ...”
“ก็ได้ กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้ไม่ให้ห่วงได้ไง เกิดแทนเป็นอะไรขึ้นมา วุ้นรู้สึกผิดแย่”
ในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะเธอกับเขาก็เคยค้างด้วยกันที่ห้องเพื่อนในตอนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันมาตั้งหลายครั้งแล้ว ต่างกันแค่ตอนนั้นมีคนอื่น ๆ อยู่ด้วยหลายคน ทั้งขิง ทั้งอนาวิล แต่วันนี้มีแค่เขาและเธอ
“งั้นต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้หญิง”
ว่าแล้วแทนไทก็ดับเครื่องยนต์ ก่อนจะลงไปเปิดประตูให้วุ้นเส้น และก่อนที่หญิงสาวจะก้าวลงจากรถ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น วุ้นเส้นหยิบมันขึ้นมาดู แต่ก็ตัดสินใจไม่รับสาย ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าถือดังเดิม แล้วก้าวลงรถไปโดยไม่สนใจมือถือที่ยังสั่นอยู่ในกระเป๋า
“ใครโทรมาทำไมไม่รับสาย”
“ไม่รู้สิ เบอร์แปลก ๆ มิจฉาชีพมั้ง”
เรื่องอะไรเธอจะรับ หากอนาวิลรู้ว่าเธออยู่กับใคร เขาคงได้สวดเธอยับ เพราะอนาวิลไม่ชอบขี้หน้าแทนไทแค่ไหนเธอรู้ดี
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปกระทั่งถึงลิฟต์ เมื่อเข้าไปในลิฟต์วุ้นเส้นกดชั้นที่หมายแล้วยืนมองตัวเลขที่ขยับขึ้นไปทีละชั้นทีละชั้นอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้ววุ้นเส้นก็ต้องตัวชาวาบเมื่อจู่ ๆ แทนไทที่ยืนอยู่ด้านหลังโอบกอดรอบเอวของเธอไว้ แถมยังเอาคางมาเกยลงบนไหล่มน ในขณะที่เขาบ่นอุบอิบไปตามประสาคนเมา โดยไม่รู้ว่าทำให้คนไม่ประสีประสาหัวใจเต้นแรงแค่ไหน
“ปวดหัวชะมัดเลยอ่ะวุ้น ขอพิงหน่อยนะครับยืนจะไม่ไหวแล้ว”
เจ้าของดวงตากลมโตหันมองคนที่กำลังใช้ไหล่เธอเป็นที่พักพิง ก่อนจะหลับตาลงเมื่อเขาหันหน้ามาหาเธอพอดิบพอดี พร้อมกับจมูกโด่งเป็นสันแตะเข้าที่แก้มนุ่มนิ่มเข้าอย่างจัง
“ไม่รู้ทำไมวันนี้วุ้นตัวหอมกว่าทุกวันเลย”
เจ้าของริมฝีปากหยักบอก พร้อมหอมแก้มนุ่มของหญิงสาวไปฟอดใหญ่ ในขณะที่เสียงลิฟต์ดังพอดี ถึงชั้นที่หมายแล้ว
“ติ๊ง”
วุ้นเส้นตกใจอ้าปากค้าง หัวใจเต้นแทบทะลุออกมาจากอก นี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอโดนผู้ชายหอมแก้ม
กระทั่งเมื่อลิฟต์เปิดออก เธอรีบแกะมือแกร่งออกจากเอว แล้วรีบก้าวเดินดุ่ม ๆ ไปยังห้องพักของตน ในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของแทนไทแว่วตามหลังมาติด ๆ
“วุ้นรอแทนด้วย”
แทนไทเร่งฝีเท้าตามหญิงสาวไปจนถึงหน้าห้อง
“แทนช่วยไหม”
เมื่อเห็นว่ามือสั่น ๆ ของเธอไม่หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาได้สักที เขาจึงเอ่ยอาสา พร้อมถือวิสาสะหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าของหญิงสาวแล้วจัดการเปิดประตูด้วยตัวเอง ภายในใจนึกขันคนที่ดูท่าทางจะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
“เชิญครับคุณผู้หญิง”
แทนไทเปิดประตูออกกว้างพร้อมผายมือให้เจ้าของห้องเป็นผู้เข้าไปก่อน
