บทที่ 5 นี่คือเกื้อกูล
บทที่ 5 นี่คือเกื้อกูล
ถ้าเธอจะอยู่กับเขาแม้สักอย่างเดียวก็ขอไม่ได้
เกื้อกูลมองแววตาแสนเศร้าที่มองเขาทั้งที่หยาดน้ำตายังคงไหลรินลงมาไม่ขาดสาย
คอเสื้อของปัญทิตาเปียกชื้นไปหมด เธอร้องไห้มากเกินไป
“เธอจะเป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง! สถานะอะไรอย่าเพ้อฝัน! ชีวิตยายและน้องเธอจะดีขึ้นหรือไม่ก็อยู่ที่ความประพฤติของเธอข้าวปั้น ฉันจะเลี้ยงดูเธอไม่ได้ดีไปกว่าผู้หญิงพวกนั้นเข้าใจที่ฉันพูดไหม!”
เหมือนผู้หญิงพวกนั้น…ผู้หญิงที่ขายเรือนร่างแลกเงินนั่นน่ะเหรอ
“แล้วพอเฮียเบื่อก็จะขายปั้นออกไปใช่ไหมคะ”
เธอถามเสียงสั่นทั้งยังมองนัยน์ตาโหดเหี้ยมของเขา
“ก็อย่าทำให้ฉันเบื่อแค่นั้นสิ้นเรื่อง! ฉันไม่ได้ชอบผู้หญิงสวย ฉันชอบผู้หญิงฉลาด พูดน้อย! และอยู่เป็น!”
แต่ผู้หญิงทุกคนของเขา ที่เธอเห็นก็มีแต่สวย ๆ ทั้งนั้น
“ถ้าเธอไม่อยากกระเด็นออกไป ไม่อยากลำบากไปมากกว่านี้ก็ทำตัวว่าง่าย ๆ เรียนให้จบแล้วก็กลับมาทำงานรับใช้ฉันไป แค่นี้ก็อยู่กับฉันได้นานแล้ว”
นานของเขามันแค่ไหนปัญทิตาก็อยากจะรู้
หญิงสาวก้มหน้าลงน้ำตาหยดแหมะแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกื้อกูลรู้สึกเห็นใจแม้แต่น้อย
ปัญทิตาที่ต้องแบกรับหน้าที่ดูแลครอบครัว เธอแค่มาทำงานเพื่อให้ได้เงินไปกินใช้กับยายและน้องชาย แต่ทำไมหญิงสาวถึงพาตัวเองเดินมาถึงจุดนี้ได้
หากว่าเธอไม่ก้าวเท้าออกไปจากห้องทำงานวันนี้ ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้ใช่ไหม
มือบางยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ แม้จะไม่ได้พูดสิ่งที่คิดอยู่ภายในใจออกมาก็ใช่ว่าเกื้อกูลจะไม่รู้
“อย่างสร้างปัญหาให้ฉันไปมากกว่านี้นี่ไม่ใช่คำเตือนนะข้าวปั้น เพราะถ้าเธอทำให้วุ่นกว่านี้มันจะไม่จบที่กำธรแน่ เธอคงเคยได้ยินเรื่องขายหลังบ่อนใช่ไหม?”
มุมปากหยักของเขายิ้มร้ายออกมา หัวใจของคนโดนข่มขู่สั่นเทาไปหมด
คนแบบนี้ถ้าไม่ขู่ให้กลัวจนหัวหายก็ไม่มีทางที่เขาจะเอาเธออยู่ ปัญทิตาดูนุ่มนิ่มแต่ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเขาไม่ดักไว้มีหวังว่าเรื่องได้ใหญ่กว่านี้แน่!
ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินเรื่องการค้าขายอะไรแบบนี้ ผู้หญิงพวกนั้นเมื่อหมดประโยชน์ก็โดนขายออกไปราวกับสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีใครต้องการ
ลำคอของหญิงสาวแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำเมื่อคิดว่าถ้าตัวเธอไปอยู่จุดนั้น
ปัญทิตายกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ
เกื้อกูลบอกให้เธอเข้าใจ ปัญทิตาจำต้องเข้าใจทุกอย่างเพราะเธอจะเลือกอะไรได้
“ถ้าปั้นยอมนอนกับเฮีย...เฮียสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ขายปั้นให้คนอื่น” ปัญทิตาอยากได้คำสัญญาจากเขา
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสายตาที่มองกันอย่างเย้ยหยัน
เกื้อกูลยกยิ้มมองนัยน์ตาสีน้ำผึ้งก่อนจะยกฝ่ามือประคองใบหน้าเล็กนั่นไว้
“ดูเหมือนเธออยากจะนอนกับฉันเหลือเกินนะ อยากเป็นเมียฉันมากนักหรือไง” นิ้วโป้งมือสากระคายกดลงมาบนเรียวปากอวบอิ่มของเธอ
ในขณะที่เกื้อกูลยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนจัดของเขากระทบผิวแก้มของเธอ
ปัญทิตาเผลอกลั้นหายใจก่อนจะเหลือบสายตามองไปทางอื่นไม่กล้าที่จะสบตาเขาตรง ๆ เธอกลัว...กลัวจนสมองขาวโพลนหมดแล้ว
“ไม่เคยเห็นจุดจบของผู้หญิงโง่ ๆ พวกนั้นเหรอ? พี่น้อยไม่เคยบอกเธอหรือไง”
“ปั้นไม่ได้โง่แบบนั้น...”
คำตอบของปัญทิตาเรียกความพึงพอใจของเกื้อกูลได้เป็นอย่างดี เขาบีบแก้มเธอและจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำตา
“ฉันไม่เสียเงินให้ใครฟรี ๆ เธอคิดว่าฉันจ้างเธอด้วยเงินเดือนแพง ๆ เพราะอะไร”
“...”
“ฉันไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น...”
ปัญทิตามองแววตาของเขาที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเกื้อกูลที่เธอเคยรู้จัก
เมื่อถึงตอนนี้เธอเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดเกื้อกูลถึงได้แสนดีกับเธอนัก เพราะมันไม่มีชาวสวนคนใดหว่านพืชแล้วไม่หวังผล
“อย่าทำตัวเหมือนไม่รู้ว่าฉันต้องการอะไร ไอ้สายตาอ้อร้อของเธอก็อ่อยฉันอยู่ตลอดไม่ใช่เหรอไง?”
ปัญทิตาอาจจะดูเรียบร้อยก็จริงแต่เกื้อกูลไม่เชื่อหรอกว่าเธอที่ออกไปทำงานแลกเงินได้ทุกอย่างแบบนั้นจะยังสด ยังซิง ไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหน
หัวใจปัญทิตาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มแต่เธอก็ไม่กล้าปัดป้องเพียงแค่จับคอเสื้อตัวเองเอาไว้แน่นเท่านั้น
มือหนาของเขาเคลื่อนลงไปที่กระดุมเสื้อเม็ดบนสุดของเธอ ยิ่งปัญทิตากำคอเสื้อไว้แน่น เขาก็ยิ่งโมโห
เกื้อกูลกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เธอใส่ทำงานจนขาดกระเด็น
“ถ้าเธอยังเรื่องมาก ฉันจะเรียกคนอื่นเข้ามาดูฉันเอาเธอด้วยดีไหม?!” ร่างกายของปัญทิตาถูกแช่แข็งไปแล้ว
เธอไม่รู้ว่าแผ่นหลังของตัวเองแตะลงไปบนฟูกเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในตอนที่ปากขวดวิสกี้จ่อเข้ามาที่ริมฝีปาก
น้ำสีเหลืองอำพันไหลทะลักออกมาจากปากขวดและกระฉอกหกไหลเข้าปากเธอ
“อือออ” หญิงสาวต้องใช้ศอกดันร่างตัวเองยกขึ้น เธอกลืนน้ำสีเหลืองนั่นลงลำคอไปหลายอึก มันไหลเปรอะเปื้อนทั้งเสื้อผ้าและเนินอกจนชุ่มไปหมด
ไม่รู้ว่าที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะสู้ขัดขืนมันเป็นเพราะกลิ่นแอลกอฮอล์รสแรงที่ตีขึ้นมาบนจมูกหรือเปล่า
“อ้าปากข้าวปั้น!” ความแรงของวิสกี้ทำให้เธอแสบลำคอทันทีที่กลืนเข้าไปอึกแรงและอึกต่อ ๆ มา
หญิงสาวไอออกมาจนตัวโยน เธอไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นี่คือครั้งแรกในชีวิตและดื่มมันบนเตียงกับเขา
“เฮีย…ปั้น อึกกก” มือหนาบีบปากเธอก่อนจะกรอกวิสกี้ขวดเดิมเข้ามาในปาก
ปัญทิตาดื่มเข้าไปจนสำลักเขาถึงยอมหยุดและหยิบขวดน้ำดื่มส่งให้กับเธอ
หญิงสาวรับมาแล้วกระดกล้างคออย่างรวดเร็ว แค่เพียงเวลาผ่านไปไม่นานเธอรู้สึกมึนศีรษะและแสบจมูก
“เฮีย…” ร่างกายของเธอร้อนผ่าวยามที่ฝ่ามือหนาไล่แตะต้อง ราวกับของร้อนจัดเลื่อนผ่านไป เนื้อตัวของเธอรุ่มร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา
ฝ่ามือสากระคายบีบท่อนขาก่อนจะจับฉีกอ้าออก เสื้อที่สวมใส่หลุดออกจากเรือนร่างตอนไหนไม่รู้
ปัญทิตารู้เพียงแค่ความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศกับอุณหภูมิที่สัมผัสโดนผิวกายไม่ได้ทำให้คนขี้หนาวอย่างเธอต้องไล่หาความอบอุ่น
ริมฝีปากร้อนจัดประกบปากจูบลงมาอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือล็อกต้นคอเล็กด้านหลังเอาไว้
เรียวลิ้นสากชื้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก ปัญทิตายังคงมึนงงจูบตอบเงอะงะไม่เข้าที่ เกื้อกูลยิ่งออกแรงบีบหนักเธอจึงยอมที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม
ฝ่ามือหนาบีบเคล้นเต้าอวบอิ่มข้างหนึ่งของเธอไปด้วย เขาบีบมันราวกับจะให้แหลกคามือ
“นมข้าวปั้นสวยจัง…”
กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ออกมาจากปากหยักและลมหายใจของเขา ทำเอาเธอสะท้านไปทั้งร่าง
เสียงทุ้มของเขามีร่องรอยของความสะกดกลั้นในอารมณ์อย่างว่า เกื้อกูลหยัดตัวเองขึ้นก่อนจะกวาดตามองไปทั่วเรือนกายเย้ายวน
แม้เธอจะติดผอมไปหน่อยก็ไม่เป็นไร สองเต้าอวบอิ่มแข็งเป็นไตไม่ได้นิ่มเหลว ปทุมถันของปัญทิตาเล็กและเป็นสีชมพูระเรื่อ เกื้อกูลพึงพอใจเป็นอย่างมาก
มือหนาคว้าขวดวิสกี้มากระดกดื่ม เขากลืนความแสบร้อนลงไปหลายอึก ก่อนจะสอดท่อนแขนข้างหนึ่งรั้งร่างเธอมาแนบชิด
“เฮีย ปั้น อึกก ขม”
เขาป้อนวิสกี้ให้เธอดื่มด้วยปากหนาของเขา หญิงสาวกลืนไม่เป็นคำทำให้มันไหลเลอะไปทั่วผ้าปูที่นอน
เนื้อตัวของเธอลื่นไปหมด เกื้อกูลแตะริมฝีปากจูบลงไปบนกลางหน้าอกตวัดปลายลิ้นเลียก็ได้เป็นความขมปร่า ทั้งหมดยิ่งเพิ่มความเสียวกระสันมากขึ้นไปอีก
“เรามาสนุกกันไงข้าวปั้น ดื่มอีกนิดนะ…”
ปัญทิตามึนงงจนเวียนหัวแต่ก็ยอมทำตามที่เขาบอก ริมฝีปากหยักลึกไล่จูบซับหยาดน้ำตาให้เธอ
“เฮีย ปั้นกลัว” ท่อนบนของหญิงสาวเปลือยเปล่าไปแล้วแต่ข้างล่างยังคงมีกางเกงยีนขายาวที่สวมใส่อยู่
พอเขาจะถอดกางเกงเธอหญิงสาวก็พูดประโยคนี้ขึ้น ตอนนี้เกื้อกูลมั่นใจไปมากกว่าครึ่งว่าปัญทิตาอาจจะไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมาเลยก็ได้
ความไม่ประสีประสาทำให้แรงฮึดในใจของเกื้อกูลพลุ่งพล่านมากกว่าเดิม
