บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 อีกด้านของตัวตนเขา

บทที่ 4 อีกด้านของตัวตนเขา

“ฮึกกก”

“เฮียใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ”

“ออกไป!”

“เฮียพี่ว่าใจเย็นก่อน ข้าวปั้นน้องคง…”

“ผมบอกให้ออกไป!!”

สิ้นเสียงของเจ้านาย น้อยก็ได้แต่ส่งสายตาเห็นใจไปให้กับปัญทิตาที่นั่งก้มหน้ากำมือร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเกื้อกูล

“พะ พี่น้อย ฮึบบบ” พอพี่น้อยหยัดกายลุกขึ้นจะจากไปเท่านั้น ปัญทิตาก็ร้องเรียกชื่อเสียงหลงราวกับว่ากลัวไม่มีคนให้พึ่งพิง

แต่ความจริงคือต่อให้มีพี่น้อยความเดือดดาลของเกื้อกูลก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

“พี่น้อย...” แต่เมื่อสายตาของเธอไปสบกับแววตาดุดันของเกื้อกูล หญิงสาวก็หุบปากกลั้นสะอื้นอัตโนมัติ

พอพี่น้อยออกไปเขาก็ลากเก้าอี้มานั่งลงเผชิญหน้ากับเธอ ปัญทิตาก้มหน้าตัวสั่นเทาเป็นลูกนก

“ฉันเคยบอกเธอว่าอะไร…”

“ฮึกกก”

“ฉันถามว่าเคยบอกว่าอะไร!!”

เสียงตวาดดังก้องกัมปนาท ปัญทิตายังคงร้องไห้อย่างหนัก เธอไม่อาจจะกลั้นสะอื้นแม้จะพยายามทำมันเท่าไหร่ก็ตาม

“คนที่ขัดคำสั่งฉันมันต้องเป็นยังไงไม่รู้เหรอ!” ความหวาดกลัวมันไม่มีลดลงมีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“เฮียปั้นขะ ขอโทษ ปั้นไม่รู้ ฮึกกก ปั้น…”

“ไม่ต้องมาขอโทษ! ในเมื่อคำพูดของฉันไม่มีความหมาย…”

“มะ ไม่ใช่ไม่มีความหมาย ฮึกก ปั้นแค่คิดว่าวันนี้บ่อนปิด ฮึกก ปั้นแค่จะออกไปขอบคุณที่เฮียให้ปั้นเปิดเงินเดือนก่อน ฮืออออ”

ทั้งหมดมันก็มีแค่นี้ ไม่ได้ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ไม่ได้อยากสร้างความเดือดร้อนให้เขา

ไม่ได้อยากทำตัวให้เป็นปัญหาและที่สำคัญเธอไม่อยากโดนไล่ออก ไม่อยากออกไปจากตรงนี้ เธอยังอยากอยู่กับเขา

“อยากจะมีผัวแก่คราวพ่อแบบนั้นใช่ไหม! ถึงได้เสนอหน้าออกไปข้างนอก! กล้าดียังไงมาขัดคำสั่งฉัน!”

คำพูดของเขาเสียดแทงหัวใจของปัญทิตาสุด ๆ

เธอมองอย่างไม่เชื่อว่าเกื้อกูลจะพูดเช่นนี้กับเธอ หยาดน้ำตายังคงไหลรินอย่างกับสายน้ำที่เหมือนจะไม่มีวันหยุด

เกื้อกูลกัดฟันจ้องมองนัยน์ตาแสนเศร้าของตัวปัญหา เขาโมโหมากเพราะทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้

เสี่ยกำธรคือคนที่เกื้อกูลต้องลงให้ส่วนหนึ่ง หากบ่อนนี้มีแค่เขาคนเดียวก็คงไม่เป็นไรแต่นี่เขาแบกอีกกี่ชีวิตในบ่อนนี้!

แค่ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจคนเป็นร้อยก็อาจจะตกงาน

ปัญทิตาก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ยิ่งเกื้อกูลเห็นแบบนี้ก็อยากจะเอาอะไรมาทุบปัญทิตาให้แหลกคามือ!

แต่พอมองใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือตัวเองที่มีน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด แพขนยาวดกดำเงายาวชื้นไปด้วยหยาดน้ำทั้งสิ้น

ไหนจะขอบตาของปัญทิตาแดงก่ำเช่นเดียวกับปลายจมูกที่เปลี่ยนสีเช่นเดียวกัน ยิ่งมองก็ยิ่งโมโห!

“ฉันพูดกับเธอกี่ครั้ง! ย้ำกับเธอกี่รอบ! ว่าห้ามออกไปข้างนอกถ้าฉันไม่อนุญาต! แล้วทำไมวันนี้ถึงขัดคำสั่งฉัน!”

เขากระชากแขนเล็กนั่นและถามในสิ่งที่อยากรู้ว่าทำไมคนอย่างปัญทิตาถึงได้กล้าออกไป กล้าที่จะขัดคำสั่งเขาจนมันเกิดเรื่อง!

“เงยหน้าขึ้นมาตอบ!” ปัญทิตาที่เอาแต่ก้มหน้าสะดุ้งตัวสั่นและค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา

เธอร้องไห้จนหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเกไปหมด เกื้อกูลผลักเธออย่างแรงและพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมา

เสียงสะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจนั่น สุดท้ายเกื้อกูลก็ต้องเป็นฝ่ายควบคุมอารมณ์และสติของตัวเอง

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโมโหเธอและแรงที่สุดจนเขาก็คาดไม่ถึงเช่นเดียวกัน ว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะทำให้เขาโมโหได้ขนาดนี้

และจะไม่ให้เขาโมโหได้ยังไง! เธอขัดคำสั่งจนไอ้ตำรวจใหญ่จะงาบเธอไปแดก!

“รู้ไหมว่าถ้าฉันไม่อยู่! เธอไม่เจอฉัน! แล้วไปเดินเสนอหน้าอยู่ข้างนอก เธอคิดว่าจะรอดปากเหยี่ยวปากกาหรือไง! อยากโดนลากไปรุมโทรมเหรอ!” คำพูดของเกื้อกูลทำให้ร่างกายของปัญทิตาชาไปหมด เธอส่ายหน้าทันควัน

ที่เกื้อกูลพูดไม่ได้เกินจริง ที่ตรงนี้มันสถานที่อโคจร ถึงจะมีคนดูแลความปลอดภัยก็ใช่ว่าจะปลอดภัย

ไม่ว่าจะลูกค้าของบ่อน มันก็มีทั้งคนธรรมดา ผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพลหรือแม้แต่พวกเศษสวะที่อยู่ในชุดดี ๆ ก็มีถมเถไป

คนก็ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เขาถึงจะต้องตัดไฟแต่ต้นลม สั่งห้ามปัญทิตานักหนาว่าอย่าออกไปข้างนอกนั่น!

ปัญหามากมายจะต้องตามมาอีกมากแค่เพียงกำธรเห็นเธอ! และมันก็เป็นไปอย่างที่เขาคิด

ยัยนี่ไม่ฟังทั้งยังขัดคำสั่งแบบนี้สมควรให้อภัยเหรอ!

ผู้ชายด้วยกันมองออก นุ่มนิ่มอย่างนี้มีหรือไอ้เฒ่ามันจะไม่ชอบ!

ในสถานที่แบบนี้การได้เจอผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาเหมือนปัญทิตา มันต่างจากเจอขุมทรัพย์ตรงไหนบอกที!

“แค่มันชอบเธอมันก็จะลากเธอไปที่ไหนสักที่ ห้องสักห้องและพวกมันก็จะต่อคิวเรียงเอาเธอโดยไม่สนว่าเธอจะเป็นยังไง จะแหกปากร้องขาดใจแบบนี้จนตาย เธอคิดว่าพวกมันสนหรือไง!”

หัวใจของปัญทิตาหวาดกลัวจนมันจะขาดแล้ว เธอก้มหน้าร้องไห้หนัก ยิ่งคิดตามที่เขาพูดตัวก็สั่นเทาไปหมด ไม่ใช่ไม่เคยรู้ว่าที่แห่งนี้ก็มีเรื่องแบบนั้น

“เฮีย ฮึกกก ปั้นขอโทษ เฮียอย่าส่งปั้นให้เสี่ยกำธรเลยนะคะ ฮื่อออ ปั้นกลัวแล้ว ปั้นจะไม่ขัดคำสั่งเฮียอีกแล้ว”

มือเล็กสั่นเทายื่นมาแตะแขนเขาก่อนจะยึดกำไว้

“กลัวแต่ก็ยังทำ! เก่งนักจะร้องไห้ทำไม!”

เขาพยายามแกะมือเธอออกแต่มันเหนียวยิ่งกว่าลูกตุ๊กแกเสียอีก

“เฮียปั้นไม่กล้าแล้ว ฮื่อออ ปั้นกลัวแล้ว เฮียช่วยปั้นด้วยนะ ฮึกกก ให้ปั้นทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น” ปัญทิตาซบหน้าลงบนท่อนแขนของเขา

จนเมื่อเกื้อกูลรู้สึกถึงหยาดน้ำอุ่นที่ไหลเปื้อนท่อนแขนของตนเองเขาก็ก้มลงไปมองเธอ

ปลายนิ้วของปัญทิตาเย็นเยียบ เมื่อเห็นเกื้อกูลเอาแต่เงียบเธอก็ถัดตัวจากเก้าอี้ลงมานั่งคุกเข่าข้างหน้าเขา

เขาแค่กระดิกนิ้วเดียว เธออาจจะหายไปจากโลกนี้เลยก็ได้ ยายกับน้องชายเธอจะอยู่ต่อไปยังไง

“เฮีย ฮึกกก อย่าส่งปั้นให้เสี่ยกำธรเลยนะ เฮียบอกไปแล้วว่าปั้นเป็นเมียเฮีย…”

สองมือเล็กพนมขึ้นเอื้อนเอ่ยคำขอร้องเขาแต่เมื่อได้ยินท้ายประโยคมุมปากของเกื้อกูลก็ยกขึ้น

เขาไม่อยากจะเชื่อว่ายัยเด็กหน้าซื่อแววตาลูกกวางนี่จะกล้าพูดประโยคนี้กับเขา

“เธอพูดว่าไงนะ…” พอเขาถามออกไปอีกฝ่ายกลับก้มหน้างุด

จนเมื่อเกื้อกูลใช้ปลายนิ้วเชิดใบหน้าที่เริ่มจะบวมแดงจากการร้องไห้อย่างหนัก ปัญทิตาจึงยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแต่โดยดี

เธอไม่กลัว...

“ฮึกกก” ปัญทิตาไม่ตอบแต่หัวใจเต้นระรัว เธอไม่ควรใจกล้าขนาดนั้น

“ฉันถามว่าเธอพูดว่าอะไร!” เขาตวาดออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ปัญทิตาไม่ได้ตกใจร้องไห้ฟูมฟายอีกแล้ว เธอเพียงแต่นั่งสะอื้นไห้เงียบ ๆ ก่อนจะมองตาเขา

“ปั้นบอกว่าเฮียบอกเสี่ยกำธรไปแล้วว่าปั้นเป็นเมียเฮีย…งะ งั้นก็ต้องเป็น เฮียไม่เคยแบ่งผู้หญิงของเฮียให้ใคร”

พอได้ยินหญิงสาวร่างน้อยกล้าพูดแบบนี้เกื้อกูลยิ้มอย่างไม่เชื่อ

ทั้งที่เขาคิดมาตลอดว่าปัญทิตาก็คงจะเป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระดอง ที่ทำได้แค่นั่งอยู่ในห้องทำงานนั่น เธอคงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลวร้ายอะไรข้างนอก

แต่ที่เธอพูดออกมา นั่นเท่ากับว่าปัญทิตาก็รู้จักเขาดีระดับหนึ่ง ยัยเด็กนี่ก็มีบางมุมที่เกื้อกูลยังคงต้องเรียนรู้

“ใช่…ฉันจะไม่แบ่งผู้หญิงของฉันให้ใคร ถ้าฉันไม่เบื่อ!”

ปัญทิตาเกือบจะดีใจที่ได้ยินคำพูดของเขายืนยันสิ่งที่เธอคิดแต่พอฟังจนจบประโยคก็แทบจะหมดแรงแทน

หยาดน้ำตาที่เหือดหายไหลรินมาคลอหน่วยที่ขอบตาอีกครั้ง!

“แล้วเธอก็ไม่ใช่เมียฉัน ข้าวปั้นเราไม่เคยนอนด้วยกันเลยสักครั้ง เพราะฉะนั้น…”

“แค่เฮียไม่ส่งปั้นไปให้เสี่ยกำธร ไม่ส่งปั้นไปให้ผู้ชายคนอื่น ปั้นยอมเป็นเมียเฮียก็ได้”

ทั้งที่เกื้อกูลยังพูดไม่ทันจบประโยคแต่ปัญทิตาก็แทรกขึ้นมาพร้อมกับยืดตัวขึ้น เธอพูดประโยคสุดแสนมั่นใจนั้นออกมา ทั้งแววตาท่าทางไม่มีความล้อเล่นใด ๆ

“รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา?” เกื้อกูลขยับแขนที่หญิงสาวกอดกุมเอาไว้

“ปั้นรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ปั้นพูดจริง ปั้นไม่อยากเป็นเมียคนอื่น ไม่อยากนอนกับคนอื่น…” น้ำตาที่ไหลรินตอนนี้นอกจากความหวาดกลัวก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว

ถ้าหลุดออกจากเกื้อกูลไปชีวิตของเธอก็คงไม่ต่างอะไรกับเศษซากขยะที่ไม่มีใครต้องการ คนพวกนั้นจะต้องทำเหมือนเธอไม่ใช่คน

แม้มันจะดูสิ้นคิดและไร้ค่าแต่หนทางรอดก็มีเพียงทางนี้เท่านั้น เป็นเมียเขา

เกื้อกูลประกาศกร้าวชัดเจนข้างนอกนั่นใคร ๆ ก็ได้ยินและเสี่ยกำธรก็ยอมปล่อยเธอมาทั้งที่ให้ลูกน้องของเขามาฉุดกระชากเธอแล้ว

ที่เธอร้องไห้จะขาดใจเพราะเธอเกือบจะโดนลากออกไปจากที่นี่…ดีที่เกื้อกูลช่วยไว้

“ปั้นยอมเฮียทุกอย่าง” หญิงสาวกลัวจนโผเข้าไปกอดคนตรงหน้า เธอใช้ใบหน้าเล็ก ๆ ซุกซบกับหน้าท้องเขาแบบนั้น

“ปั้นจะเชื่อฟังเฮียทุกอย่าง เฮียให้ปั้นทำอะไรปั้นก็ยอมทั้งนั้น ขะ ขออย่างเดียว…”

“ถ้าเธอจะอยู่กับฉัน เธอขอไม่ได้สักอย่างข้าวปั้น”

“...”

“แล้วเธอก็จะไม่ได้อยู่ในฐานะเมียฉันด้วย เพราะตำแหน่งนั้นไม่ได้คู่ควรกับคนอย่างเธอ เข้าใจที่ฉันพูดไหม?”

‘เฮียเกื้อเขาไม่มีหัวใจหรอก เขาเป็นคนใจร้ายใจดำยิ่งกับพวกผู้หญิงงี่เง่าที่วิ่งตามเขาแบบนั้น’

‘ใครที่คาดหวังความรักจากเขา...ก็แค่คนโง่คนหนึ่ง ต่อให้ตายเฮียเขาก็ไม่สนใจ’

คำพูดพวกนี้พี่น้อยเคยบอกเธอในวันที่ผู้หญิงที่เคยถูกเลี้ยงดูต้องกระเด็นออกไปอยู่ข้างนอกและก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีก

ปัญทิตาไม่เคยเชื่อ เธอไม่เชื่อว่าเกื้อกูลจะเป็นแบบนั้น เขาใจดีและมีน้ำใจกับเธอมาก

ทุกครั้งที่เจอกันนอกจากเสียงนุ่มทุ้มของเขาก็คงจะเป็นรอยยิ้มที่แสนจะใจดี เขาไม่เคยตวาดตะคอกเธอเลยสักครั้ง

แต่ครั้งนี้…มันยิ่งกว่านั้นมาก หัวใจของปัญทิตาแหลกไปครึ่งดวงแล้ว

“แต่เฮียพูด…” จะว่าไปปัญทิตาก็เป็นพวกดื้อตาใสเหมือนกัน

เกื้อกูลบีบปลายคางเธอ แค่นยิ้มก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เธอกว่าเดิม

“ฉันแค่พูดไปแบบนั้น…แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ คำพูดผู้ชายอย่าไปเชื่อ เพราะมันเชื่อไม่ได้!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel