บทที่ 2 ชีวิตที่ก้าวเข้ามา
บทที่ 2 ชีวิตที่ก้าวเข้ามา
ปัจจุบันปัญทิตาเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เธออาศัยอยู่กับยายและน้องชายหนึ่งคน ปกติเธอรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารช่วงเวลาหลังเลิกเรียน
แต่ช่วงสองเดือนมานี้ยายล้มป่วยจากการลื่นล้มในห้องน้ำและบาดเจ็บเรื้อรังทำให้เดินเหินไม่สะดวก
หมอบอกว่าหากยังดันทุรังทำงานต่อไม่หยุดงานรักษาตัว ยายก็อาจจะไม่มีวันกลับมาเดินได้อีกแล้ว
งานของยายคือการรับจ้างร้อยพวงมาลัยให้กับแม่ค้าในตลาด ทำงานอยู่ที่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วก็จะมีคนมารับพวงมาลัยไปขายต่ออีกที
ถึงสายตายายจะมองไม่เห็นก็ใช้ความเคยชินเสียบมะลิร้อยเป็นพวงได้
เงินที่ยายได้มาแม้ไม่มากมายก็พอเอามาเป็นค่ากับข้าวในแต่ละวัน หลังจากยายล้มป่วยตาก็ต้องรับหน้าที่หาเงินคนเดียว
เธอกับน้องต้องไปโรงเรียน น้องน่ะเรียนฟรีเพราะเป็นโรงเรียนรัฐบาลแต่ถึงฟรีอย่างไรก็มีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรต่าง ๆ
ส่วนเธอไม่ได้กู้เรียนเพราะหาคนค้ำไม่ได้ แม้เธอจะเรียนมหาวิทยาลัยรัฐบาลเช่นกันแต่ค่าเทอมก็ยังถือว่าสูงมาก ก็ต้องปากกัดตีนถีบหากันไป
เพราะฉะนั้นตอนนี้ปัญทิตาต้องการเงินที่เยอะมากขึ้นจึงหางานใหม่ทำ เด็กเสิร์ฟตอนเย็นไม่พอใช้จ่ายแล้ว และก็เหมือนสวรรค์โปรดมีคนรู้จักแนะนำให้มาสมัครงานที่นี่ ‘บ่อนเกื้อกูล’
“น้องปั้นลองไปสมัครงานที่นี่ดู เขาขาดคนช่วยทำบัญชี พี่จะฝากงานให้ค่ะ”
พี่คนนี้ชื่อเป็นเอก เขาเป็นลูกค้าประจำร้านข้าวต้มที่เธอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ เพราะหญิงสาวทำงานที่ร้านนั่นมาหลายปี พี่คนนี้ก็เป็นลูกค้าประจำเวลาเธอไปชงเหล้าให้ก็แจกทิปคืนละเป็นพันบาท
พอจะลาออกเธอเลยบอกเขาหน่อยจะดีกว่าเป็นมารยาท แล้วพอเขารู้ก็แนะนำเธอมาสมัครงานที่บ่อนนี้และย้ำว่าจะฝากงานให้
ตอนแรกเธอก็เกรงใจแต่ก็ไม่อยากจะเสียงานดี ๆ ไป ถึงจะเป็นงานในบ่อนแต่ก็ไม่ได้ไปเปลื้องผ้าเปลืองตัวอะไร ทำบัญชีก็ตรงกับสายที่เรียนพอดี
แม้ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี ยิ่งได้รู้รายได้ต่อวันของบ่อนนี้แล้วมันดีกว่าเธอวิ่งเสิร์ฟข้าวชงเหล้าลูกค้าเป็นไหน ๆ
คิดดูบ่อนเกื้อกูลจ้างเธอหนึ่งวัน นั่นเท่ากับจำนวนเงินที่เธอต้องยืนเสิร์ฟข้าวถึงสามวัน!
ปัญทิตาไม่รอช้ารีบมาสมัครงานเป็นพนักงานบัญชีที่บ่อนนี้จากคำแนะนำของพี่เป็นเอกทันที!
อีกไม่กี่วันต่อมาเธอก็ได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานรับจ้างช่วยทำบัญชี รับหน้าที่กระทบยอดรายรับ เธอทำได้ดี เพราะปัญทิตาเป็นคนชอบตัวเลขอยู่แล้ว
แต่ที่สำคัญที่สุดเธอชอบเงิน…กลิ่นเงินลอยฟุ้งทุกครั้งที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนี้ มันทำให้เธอมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ เงินคือแรงขับเคลื่อนทุกอย่าง
เกื้อกูลรับหญิงสาวมาช่วยงานพี่น้อยผู้จัดการบัญชีของบ่อน เขาเคยเห็นปัญทิตาตอนที่แวะไปรับไอ้เป็นเอกเพื่อนสนิทที่ร้านข้าวต้ม
มันบอกว่าจีบน้องอยู่นานเป็นปีได้แต่ปัญทิตาไม่เล่นด้วย และตอนนั้นเกื้อกูลก็เลยได้ไอเดียดี ๆ
เกื้อกูลเป็นคนใจดีชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้ว ยิ่งกับผู้หญิงเขายิ่งเอ็นดูมาก ถึงที่นี่จะเป็นสถานที่อโคจรแต่ก็ไม่มีงานเปลืองตัว
ใครเอาลูกมาขัดดอกเกื้อกูลก็รับไว้และก็ให้ไปทำงานใช้หนี้ เด็กเสิร์ฟ แจกไพ่ ดูแลแขกแต่ไม่มีการขายบริการ
เขาเห็นปัญทิตาก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมา แถมพี่น้อยอยากได้คนเรียบร้อย พูดน้อยและไม่เล่นหูเล่นตา
พอได้ยินเรื่องปัญทิตาจากไอ้เป็นเอกเขารู้สึกว่าหรือนี่คือพรหมลิขิต!
ผู้หญิงรอบตัวเกื้อกูลไม่มีใครอยู่กับพี่น้อยได้หรอก ยิ่งผู้หญิงจัดจ้านยิ่งอยู่ไม่ได้
พอไอ้เป็นเอกรับประกันด้วยหัวของมันบอกว่าเด็กคนนี้ใช้ได้ เกื้อกูลก็รับบทเชื่อคนง่าย เขาเชื่อเพื่อนสนิทและรับปัญทิตาเข้ามา…เข้ามาอยู่ใต้อาณัติเขา
“พี่น้อยขอบคุณมากนะคะให้ปั้นเบิกเงินล่วงหน้า”
เงินก้อนที่แล้วที่เฮียให้ไปเธอเอาไปทำห้องน้ำในบ้านให้ยายหมดแล้ว ครั้งนี้จึงต้องขอเบิกเงินอีกก้อนเพื่อใช้พายายไปหาหมอ
แม้ยายจะมีบัตรตามสิทธิ์ที่ใช้รักษาฟรีแต่ยาบางตัวเป็นยานอกต้องซื้อเอาเอง ปัญทิตารักยายก็อยากให้ท่านหายเร็ว ๆ อะไรที่หมอว่าดีเธอก็จะหามาให้ยาย
“จะขอบคุณก็ไปขอบคุณเฮียเถอะ นู่นอยู่หน้าโต๊ะสนุ๊กรีบออกไปก่อนแขกจะมา”
วันนี้บ่อนปิดครึ่งวันเพราะเมื่อวานตำรวจลง พี่น้อยบอกว่าเราต้องทำตามระเบียบ เบื้องบนสั่งให้ปิดก็ปิด พอจ่ายเสร็จก็เปิดกันใหม่
เวลานี้ถือว่าเป็นการทำความสะอาดบ่อนครั้งใหญ่ไปในตัว เธอเห็นพนักงานช่วยกันเก็บกวาดดูดฝุ่นที่พรมกันยกใหญ่เป็นการฆ่าเวลาไปในตัว
ปกติบ่อนเกื้อกูลเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีลูกค้าเข้าออกทั้งวัน-ทั้งคืน
“ค่ะ ๆ เดี๋ยวปั้นรีบออกไป กองนี้พี่น้อยไม่ต้องทำนะคะ ปั้นจะทำให้เสร็จคืนนี้เลย” หญิงสาวบอกผู้ดูแลอย่างเริงร่า
วันนี้วันเสาร์ไม่มีเรียน ปัญทิตามาทำงานเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งวันหยุดลูกค้าเยอะแบบนี้ทางบ่อนจะจ่ายเงินค่าจ้างสองแรง
“ย่ะ ฉันไม่แย่งงานเธอหรอก ไป ๆ นู่นไงเฮีย”
น้อยมองตามร่างเล็กของหญิงสาวที่แม้ภายนอกปัญทิตาจะดูนุ่มนิ่มแต่จริง ๆ เธอเป็นคนกระฉับกระเฉงตั้งใจทำงาน แถมยังละเอียดรอบคอบ
เรียกได้ว่ารักษาผลประโยชน์ให้กับบ่อนนี้อย่างไม่มีขาดทุนแม้สักสตางค์แดงเดียว
ปัญทิตาแบ่งเบาภาระน้อยได้เป็นอย่างดี ช่วยเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคนแก่อย่างเธอทุกอย่าง
น้อยจึงเอ็นดูปัญทิตาเป็นพิเศษและก็ไว้ใจมากเพราะไม่ว่าจะลองใจอย่างไร เด็กคนนี้ไม่เคยลักเล็กขโมยน้อย ซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก
เพราะน้อยเจอมาเยอะก็ไอ้คนที่เฮียหามาให้ แต่ละคนแสบ ๆ ทั้งนั้นและก็มีแต่ความตั้งใจที่มากเหลือเกินจนน้อยปวดหัวแบบรายวัน!
ถามว่าตั้งใจทำงานเหรอ? ก็เปล่า! คนพวกนั้นตั้งใจจับเฮียเป็นผัว!
เมียเจ้าของบ่อนก็ดีกว่านั่งดีดเครื่องคิดเลขอยู่ในห้องบัญชีนี่เป็นไหน ๆ
และพอเจอปัญทิตา น้อยก็เห็นทางสว่างให้กับตัวเองและบ่อนเกื้อกูล
คนที่จะเป็นตัวตายตัวแทนให้กับเธอได้ คนที่น้อยจะฝากฝังอะไรต่อมิอะไรไว้ได้ก็คือปัญทิตาคนนี้!
ปัญทิตาเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พูดจาเสียงเบา ไพเราะเรียบร้อย น่าเอ็นดูอย่างที่สุดและเธอก็รู้ว่าเฮียเกื้อก็เอ็นดูปัญทิตามากกว่าใคร เพราะยอมจ้างหญิงสาวด้วยเงินเดือนที่สูงมาก
แถมไม่ใช่เงินของบ่อนด้วยแต่เป็นเงินส่วนตัว คิดดูว่าคนที่คนเขี้ยวลากดินอย่างเจ้านายเธอยอมควักเนื้อจ้างเด็กคนนี้ไว้
‘ฉันก็แค่อยากให้เด็กมันได้เรียนหนังสือ พี่น้อยก็คิดมาก ผู้หญิงนิ่ม ๆ อย่างนี้กลืนง่ายเกินไปฉันไม่ชอบ’
แม้เจ้านายจะยืนยันเช่นนั้น แต่น้อยที่อยู่ตรงนี้ด้วยกันมาร่วมสิบปี เธอว่ามันก็ยังไง ๆ อยู่ จึงจับตาดูเจ้านายตลอดเวลา
‘พี่น้อย ฉันแค่ให้ข้าวปั้นมาช่วยแยกเงิน พี่จะมายืนเฝ้าอะไร?’
แม้หลายเดือนมานี่เจ้านายเธอจะไม่ได้แสดงท่าทีเป็นไอ้ตาเฒ่าหื่นรอสวบเด็กในปกครองแต่อย่างใด
แต่น้อยก็คิดว่ามันเงียบ…เงียบแบบแปลกเกินไป อย่างไรเธอก็ต้องจับตาดูต่อไปไม่เลิกราง่ายแน่!
“สาธุ…ขอให้อย่าให้เป็นอย่างที่ลูกช้างคิดเลยเถิ๊ดดดดด”
