บทที่ 1 เริ่มต้น…
บทที่ 1 เริ่มต้น…
“ขอบคุณเฮียเกื้อมากนะคะ ที่กรุณาให้ปั้นทำงานที่นี่ แล้วก็เงินนี่ด้วย”
ปัญทิตามองธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งในมือด้วยหัวใจเต้นแรง เธอไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
นี่เป็นครั้งแรกและทั้งหมดก็เพราะความเมตตาของผู้ชายที่ยืนยิ้มใจดีอยู่ตรงหน้าเธอนี้
“เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องคิดมาก ข้าวปั้นมาทำงานให้เฮีย เฮียต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
เกื้อกูลยกบุหรี่ในมือขึ้นสูบก่อนจะพ่นควันสีขาวคลุ้งลอยขึ้นเหนือศีรษะของเราสองคน
เขามองหญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองตรงหน้า แม้เธอจะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขายาวธรรมดา
ใบหน้าขาวใสที่คอยแต่จะมุดหลบสายตาแต่นั่นก็ซ่อนความสวยสมวัยไว้ไม่ได้
“ถ้าเฮียมีอะไรจะให้ปั้นช่วยบอกได้เลยนะคะ ปั้นเต็มใจ…ช่วยเฮียทุกอย่าง” ปัญทิตาพูดแล้วก็ก้มหน้าลงหลบซ่อนความเอียงอาย
เฮียเกื้อขึ้นชื่อว่าเป็นคนน่ากลัว เป็นคนที่มีอิทธิพลแม้แต่ตำรวจแถวนี้ก็ไม่กล้ายุ่ง ตอนแรกที่เธอมาทำงานที่นี่ ใครรู้ก็มีแต่คนเตือนว่าอย่ามา
อยู่ที่นี่แม้ความเป็นอยู่จะดีเพราะเงินสะพัด แต่ชีวิตก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่รู้จะเดินไปสะดุดเท้าใครตอนไหน หรือหากทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจ อาจจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยก็ว่าได้
เขาบอกกันว่าหลังบ่อนมีบ่อไอ้เข้!
แต่เพราะเงินตัวเดียวที่ปัญทิตากล้าแลก เธอตั้งใจทำงาน ไม่สร้างปัญหาแค่นี้ก็อยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
นอกจากห้องบัญชีกับทางเดินออกหลังบ่อนแล้วเธอก็ไม่เคยออกไปบริเวณด้านหน้า เพราะเฮียสั่งห้ามไม่ให้เธอออกไปเพ่นพ่านโดยเด็ดขาด
ถ้าออกไปเฮียจะไล่ออก! ซึ่งปัญทิตาทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
ปัญทิตาทำงานได้ครบหนึ่งอาทิตย์ เฮียเกื้อก็เรียกเธอเข้ามาหาและยังมอบเงินจำนวนหนึ่งไปให้เธอ บอกว่าเป็นเงินเดือนล่วงหน้า
“ก็ทำหน้าที่ของข้าวปั้นไป แล้วก็ตั้งใจเรียนให้ได้เกรดดี ๆ ส่วนถ้าต้องเรียนหรืออ่านหนังสือก็บอกพี่น้อยไว้ ฉันอนุญาตให้เราหยุดงานสำหรับเรื่องเรียนได้ แต่เรื่องอื่นไม่ได้นะ…”
น้ำเสียงของเกื้อกูลแม้จะใจดีเฉกเช่นเดิม หญิงสาวก็รู้ว่าเขากำลังตักเตือนเธอเรื่องอะไร
พี่น้อยเป็นผู้จัดการบัญชีที่บ่อน เป็นพี่เลี้ยงสอนงานเธอ พี่น้อยบอกไว้หมดแล้วว่าเฮียเกื้อชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง
“ปั้นรู้ค่ะ พี่น้อยบอกแล้วว่าเฮียไม่ชอบผู้หญิงออกไปเที่ยวกลางคืน นอกจากมหา’ลัย ที่บ่อน แล้วก็ที่บ้าน ปั้นไม่เคยออกไปไหนค่ะ” เธอก้มหน้าพูดกับเขา สองมือก็บีบปึกเงินในมือแน่น
“ก็ดี ฉันชอบเด็กว่าง่าย ๆ แล้วที่บอกว่าเต็มใจช่วยเฮียทุกอย่าง ข้าวปั้นพูดจริงเหรอ?” หญิงสาวร่างเล็กพยักหน้ายืนยัน
ดวงตากลมโตคล้ายตุ๊กตาจ้องมองเขาอย่างเทิดทูน เกื้อกูลยิ้มกว้าง เขาชอบความรู้สึกนี้…ชอบที่จะมองคนที่อยู่ต่ำกว่ายอมกดหัวตัวเองลงมาเป็นเบี้ยล่างให้เขา
“จริงค่ะ ถ้าเฮียมีอะไรให้ปั้นช่วยก็บอกมาเลย ตอนไหนก็ได้…แต่บอกล่วงหน้านิดหนึ่งนะคะ พอดีปั้นต้องแบ่งเวลาไปดูแลยายด้วย”
ผู้หญิงประเภทนุ่มนิ่มแบบนี้ที่น่าหลงใหลอย่างหนึ่งก็คือความใสซื่อ เกื้อกูลไม่ชอบอะไรสไตล์นี้เลย เขาไม่เข้าใกล้ แต่นี่...มันก็น่าลองดู
เกื้อกูลดับบุหรี่ในมือก่อนจะประสานมือไว้ที่หน้าขาตัวเอง ดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลอ่อนนั้นกวาดสายตามองเธอ
ปัญทิตาไม่รู้ความหมายของนัยน์ตาคมคู่นี้ แต่หัวใจดวงน้อยกลับยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“เฮียรู้เรื่องยายของข้าวปั้นแล้ว เป็นเด็กดีจัง…แล้วน้องชายเรียนชั้นไหนแล้ว?”
ทุกเรื่องเกื้อกูลรู้ดีและเขาก็ถามไปอย่างนั้นเพราะชอบมองนัยน์ตาใสเหมือนลูกกวางตัวน้อยที่ทอประกายวาววับยามแอบมองเขา
ที่หญิงสาวเพิ่งเรียนบัญชีปีหนึ่งประสบการณ์อะไรก็ไม่มี แน่นอนว่าเธอจะมีปัญญาทำอะไรที่นี่ได้ ก็เป็นเขานี่แหละให้เธอเข้ามาเป็นลูกน้องในบ่อน
“ป.4 ค่ะ เฮียคะ…ปั้นขอบคุณเฮียมาก ๆ นะคะ” ปัญทิตาเอ่ยขอบคุณซ้ำอีก ถ้าไม่มีเกื้อกูลก็ไม่รู้ว่าชีวิตของเธอและครอบครัวจะเป็นยังไง
เกื้อกูลพยักหน้าและก็พูดย้ำเรื่องตั้งใจเรียน ต้องตั้งใจทั้งพี่และน้อง ปัญทิตาก็รับปากด้วยความเต็มใจ
“เฮียรู้แล้วว่าขอบคุณ ไม่ต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น” เกื้อกูลบอกเธอก่อนจะส่งยิ้มใจดีไปให้เหมือนเดิม
ถ้าเทียบกับผู้หญิงที่ผ่านตา ข้าวปั้นถือว่าเป็นสิ่งของที่ควรลงทุนด้วย
เกื้อกูลคิดไว้นานแล้วว่าเขาอยากจะมีใครสักคนที่ไม่ใช่เมีย ไม่ต้องผูกมัดยึดติดแต่จะเป็นมือเป็นเท้าให้ได้ เป็นหลังบ้านที่ดีที่จะไม่มีวันทรยศหักหลังเขา
คนที่จะทำงานแบบที่ทุ่มกายถวายหัวและมันก็เหมือนสวรรค์มาโปรด เขาก็ได้เจอปัญทิตา
คนตรงหน้าถึงจะเซื่อง ๆ ซึม ๆ ไปหน่อยแต่เรื่องพวกนี้ก็หัดกันได้
ปัญทิตาพื้นฐานครอบครัวดี ไม่ใช่พวกเด็กกเฬวราก แต่เพราะพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหมด เธอและน้องจึงต้องอยู่กับยาย ครอบครัวก็มีกันอยู่แค่สามคน
ญาติพี่น้องคนอื่นทอดทิ้งไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว คงเพราะไม่อยากจะวุ่นวาย เด็กสองคนกับคนแก่หนึ่งคน ใครมันจะไปอยากเพิ่มภาระให้ตัวเอง
นั่นก็ตรงคอนเซปต์ของเกื้อกูลยิ่งคนน้อยยิ่งไม่วุ่นวาย เขาเกลียดปัญหา เกลียดความวุ่นวาย มากคนก็มากความ
ปัญทิตาเป็นเด็กสู้ชีวิต รักครอบครัว…เธอสู้ชีวิตเหมือนกันกับเขา
สองพี่น้องเรียนหนังสือเก่ง ปัญทิตาหัวอ่อนและหน้าตาจัดว่าดีเข้าขั้น เกื้อกูลไม่มีเสียอะไรแน่นอน
เขาไม่เห็นผลเสียกับการที่จะทุ่มเทก้อนเงินลงทุนไปกับเธอ เพราะแค่เงินก้อนนี้เขาก็รู้สึกว่าซื้อหัวใจดวงเล็กของเธอได้ทั้งดวงแล้ว
“เฮียช่วยเหลือปั้นยังไงก็ต้องตอบแทนค่ะ” หญิงสาวบอกเขาด้วยแววตาเป็นประกายเอียงอาย
เกื้อกูลฟังแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นแปลกใจ ก่อนที่เขาจะยิ้มกว้างกว่าเดิม
เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
ปัญทิตาเงยหน้าขึ้นมองเขาทันทีที่สายตาเราสบกัน ริมฝีปากของเธอก็เม้มแน่น
“โอเค งั้นเฮียจะถือว่าข้าวปั้นสัญญาแล้วนะว่าจะตอบแทนเฮียทุกอย่าง...”
ตึกตัก! ตึกตัก!
“คะ ค่ะ...ทุกอย่าง”
“เด็กดีต้องรักษาสัญญาด้วยนะครับ”
“ปั้นเป็นคนรักษาสัญญาอยู่แล้วค่ะ”
เกื้อกูลพูดจบมือหนาอันแสนอบอุ่นก็วางลงมาบนศีรษะเธอ ก่อนจะเดินจากไป
เขาทิ้งปัญทิตาไว้กับหัวใจที่เต้นแรง...
