บทที่2 ‘ผัวคนแรก’
[ Kongthap part ]
ผมจ้องผู้หญิงปากดีตรงหน้านิ่ง หึ ไม่เสียดายเลือดซิงนั้นเหรอว่ะ เอาจริง ๆ ผมรู้แหละว่าเธอเองก็แอบเสียดายอยู่ ก็ตอนที่ผมเข้ามาตอนแรกเห็นเธอนั่งก้มหน้าอยู่ แต่ตอนนี้กลับมาพูดจาเย่อหยิ่ง ก็ได้ผมจะทำตามที่เธอบอก
“โอเค ฉันจะมอบเช็คนี้ให้เด็กด้อยโอกาสตามที่เธอบอกละกัน ดีจังเลยนะ เสียซิงให้ฟรีๆแถมยังใจบุญอีก เธอนี่มันนางฟ้าชัดๆเลยว่ะ”
“ค่ะ!” เธอตอบผมแค่นั้นก่อนจะสะบัดผมหมุนตัวเดินออกไปนอกห้องทันที ผมจึงเดินตามหลังเธอไปติดๆ ก่อนจะพูดทิ้งท้ายขึ้นมาอีกครั้ง “หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับคุณผู้หญิง แต่ถ้าอยากได้เพื่อนไปนั่งดื่มด้วย โทรได้นะครับ ผมยินดี”
ผมเดินไปหาเธอที่ชะงักเท้ากลางทาง ก่อนจะหย่อนนามบัตรของตัวเองลงในกระเป๋าสะพายข้างของเธอ ได้กันแล้วจะจากกันไปง่ายๆมันก็ยังไงอยู่ แถมสวยขนาดนี้ อย่างน้อย ๆก็ให้เบอร์ติดต่อก็ยังดี เพราะผมเชื่อว่ายังไงเราต้องได้เจอกันอีกแน่นอน
“ฉันไม่...”
“ถึงเธอไม่ต้องการ แต่ฉันอยากให้เก็บไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉินตอนไปนั่งดื่มคนเดียว จะได้นึกถึงผัวคนแรกอย่างฉันไง”
“เหอะ! แค่เปิดประตูออกไปฉันก็ลืมหมดแล้วย่ะ”
“หึ แล้วเจอกันนะครับ” ผมกระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับยกมือโบกลาให้เธอ แต่เธอกลับชักสีหน้าไม่พอใจใส่ผมก่อนจะเดินปึงปังออกไปในที่สุด
หึ ช่างเป็นผู้หญิงที่โคตรสวยแถมยังอวดดีฉิบหาย แต่อีกมุมหนึ่งผมรู้สึกว่าเธอมีเสน่ห์น่าดึงดูด น่าดึงดูดไปหมดทั้งตัว ทั้งสายตา สีหน้า และน้ำเสียง
เมื่อคืนตอนผมพาเธอกลับมาที่ห้อง ผมกะว่าจะปล่อยให้เธอนอนเฉยๆเพราะผมไม่นิยมมีอะไรกับคนเมาที่สติไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ มันน่าขัดใจมากกว่าน่าเอา แต่พอถึงเตียงเท่านั้นแหละ เธอกลับดึงตัวผมให้ล้มไปทับบนตัวเธอสะงั้น
สัส อกเป็นอก นมเป็นนม เอวเป็นเอวขนาดนั้น แล้วคิดดูว่าผู้ชายอกสามศอกแบบผมจะทนไหวไหม เล่นมายั่วทั้งน้ำเสียงทั้งสายตาขนาดนั้น แถมยังพลิกตัวขึ้นมาคร่อมผมอีก คิดว่าผมจะข่มอารมณ์ต่อไปได้เหรอว่ะ ก็ต้องไม่ไหวแน่นอน...
ผมปล่อยให้อารมณ์เป็นไปตามที่อยากให้เป็น ผมก็อยากรู้เหมือนกันเห็นเธอเชิญชวนผมพิสูจน์ขนาดนั้นจะดีแค่พูดอย่างเดียวหรือเปล่า
จนกระทั่งทุกอย่างได้ดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง จุดที่ที่ผมได้ผ่านเหยื่อบาง ๆ นั้น เหยื่อบาง ๆ ที่ผู้ชายอย่างผมรู้ดีว่ามันคืออะไร ใช่ เธอยังซิง เธอไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมาก่อน ผมเป็นคนแรกของเธอมีหลักฐานยืนยันด้วยเลือดสีแดงสดบนเตียงนั้น แวบแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือความรู้สึกอะไร แต่แค่คิดว่าผู้หญิงขี้เมาแล้วยั่วเก่งแบบเธอยังซิงอยู่ก็โคตรรู้สึกแปลกฉิบหาย ก็เธอดูแรงออกจะปานนั้นก็ไม่คิดว่าจะยังเหลือซิงมาถึงผม...
[ Khun nai part ]
1สัปดาห์ต่อมา...
@มหาวิทยาลัย
ปึก! (เสียงฉันปิดประตูรถ)
“โอ้โฮแม่นาย~ กว่าจะเสด็จได้นะเจ้าค่ะ ปล่อยพวกกูรอจนรากงอก แล้วดูเสื้อผ้ารัดเปรี๊ยะสั้นจู๋สะท้านโลกมาเลยนะคะมึง จะฮอตสู้แดดประเทศไทยไปถึงไหนคะกูถามหน่อย”
หลังจากที่ฉันลงจากรถมาได้ไม่นาน เพื่อนสนิทอย่างลูน่าที่นั่งเท้าคางมองฉันอยู่ก็แซะฉันขึ้นมาทันที ส่วนโมชิก็นั่งทำตาโตอ้าปากค้างมองการแต่งตัวของฉันวันนี้อย่างอื้ออึง
คือมันจะอึ้งอะไรขนาดนั้น ฉันก็แต่งแบบนี้เกือบทุกวันแค่วันนี้ลองเปลี่ยนจากเสื้อนักศึกษาหลวมๆกับกระโปรงทรงเอสั้นๆเป็นเสื้อรัดแน่นเปรี๊ยะแทนแค่นั้นเอง
“นาย นั้นนมหรือหัวเด็กว่ะใหญ่ฉิบหาย กูนึกว่าฟาร์มโคนม” ดูอีชิมันเปรียบเทียบ ก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั่นปะแค่คัพดีเบาๆ
พรึบ!
“ไม่ได้เป็นไร แค่อยากเปลี่ยนลุค มีเสน่ห์ก็ต้องรู้จักบริหารสิคะลูก รู้จักม้ะทำให้ผู้ชายเสียดายเล่นอะ” ฉันบอกพวกมันอย่างมีจริตหลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้แล้ว
“จ้า กูว่าวันนี้แม่งเลี้ยวหลังคอหักกันทั้งคณะอะ เผลอๆอาจจะวิ่งตามรถมึงด้วย” อันนี้เป็นเสียงลูน่าที่พูดขึ้น ยัยนี้เป็นลูกชังของฉันเพราะมันชอบแซะชอบแซวฉัน ส่วนลูกรักโน้นมันหายหัวไปอยู่ต่างประเทศ ก็จะใครละอีเจนไง ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่
“เออ คืนก่อนนู้นมึงไปผับคนเดียวเหรอว่ะ กูบอกแล้วไง ว่าให้งดๆ เดี๋ยวค่อยไปคืนนี้เพราะพรุ่งนี้ไม่เรียนไง”
ฉันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายทันทีที่ลูน่ามันพูดถึงเรื่องที่ฉันไปผับคนเดียวเมื่อหลายคืนก่อน ก็เพราะว่าคืนนั้นฉันเมาแล้วโดนไอ้บ้านั้นลากไปทำเมียไง คิดแล้วยังโมโหไม่หายเลย แทนที่จะปล่อยผู้หญิงที่เมากลับไปแต่กลับมาฉวยโอกาสสะงั้นแถมยังจะมาฟาดเงินให้ฉันอีก น่าโมโห
อย่าให้เจออีกน่ะแม่จะฟาดส้นสูงใส่หน้าให้! เอาให้ดั้งหักไปเลย หมั่นไส้อะ!
“ดูมึงหงุดหงิดนะ เป็นไรว่ะ” ฉันหันไปทางลูน่าก่อนจะส่ายหน้าเบาๆอย่างเซ็งๆ คือหงุดหงิดสิ นึกถึงเรื่องนั้นแล้วของขึ้นอะ
“เปล่าอะ แล้ววันนี้ตกลงเอาไง เรียนหรือยกคลาส”
ฉันถามถึงวิชาโฮมรูมที่อาจารย์ที่ปรึกษานัดมาเจอกันในคาบวันนี้ แต่ดูเหมือนจะโดนยกคลาสอีกแล้ว ซึ่งมันเป็นแบบนี้สองสามครั้งแล้ว แล้วประเด็นคือพวกฉันปีสี่เป็นปีที่จะจบแล้วไง ยังไม่ได้โฮมรูมสักครั้งเดียว ฉันอุตส่าห์รีบบึ่งรถมาจากอีกตึกเพื่อมาที่คณะ แต่ก็ได้รับไลน์จากพวกมันสองคนสักก่อนว่าอาจารย์น่าจะยกคลาส
ซึ่งคุณนายอย่างฉันไม่ปลื้มค่ะ เหนื่อยที่ต้องมานั่งรอลมๆ แล้งๆ อยากจะเดินไปตามหาอาจารย์ให้รู้แล้วรู้รอดว่ามัวทำอะไรอยู่
“ก็น่าจะยกคลาสแล้วแหละมึง กูนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานไม่เห็นพวกไอ้ซินมันมาเลย แล้วอาจารย์แม่งยกคลาสบ่อยมากอะ คือไม่คิดจะมาถามมาห่วงใยลูกๆบ้างหรือไงวะ เซ็งว่ะ”
ลูน่าบ่นกระปอดกระแปดสีหน้าบึ้งตึง ก็จะว่ามันไม่ได้อะ อาจารย์เล่นยกคลาสมาตั้งหลายครั้งขนาดนั้น
“เออจริงมึง เนี่ยก็เหลือเวลาออกฝึกงานไม่นานแล้วด้วย ที่จะฝึกยังไม่รู้เลยว่าตอบกลับมาแล้วหรือยัง” โมชิมันบ่นหน้าหงิกขึ้นมาบ้าง
“เออช่างอาจารย์เถอะ กูว่าไปนั่งตากแอร์ร้านกาแฟข้างมอดีกว่า หิว อยากกินอะไรเย็นๆหวานๆอะ”
ฉันชวนพวกมันสองคน ก็ในเมื่อตอนนี้ว่างแล้วแถมไม่มีเรียนแล้วด้วย จะมานั่งบ่นหน้าหงอยใต้ต้นไม้ทำไมละ สู้ไปนั่งในร้านแอร์เย็นๆดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ
“เออๆ ไปดิ กูอยากดื่มลาเต้เย็นพอดีเลย” ลูน่าลุกขึ้นหยิบกระเป๋าของมันขึ้นมาสะพายเป็นคนแรก ตามด้วยโมชิที่ลุกขึ้นตามกันติดๆ ฉันเลยลุกขึ้นหยิบกระเป๋าและกุญแจรถของตัวเองบ้าง ก่อนจะเดินนำพวกมันไปขึ้นรถ บางทีพวกมันก็ปุ๊บปั๊บจนฉันตามไม่ทัน
@Milk Coffee
“วันนี้คนแน่นว่ะ สงสัยอากาศจะร้อน”
หลังจากที่พวกฉันสามคนเปิดประตูเดินเข้ามาในร้าน โมชิก็พูดขึ้นมาทันทีที่หยุดตรงกลางโซนของร้านพร้อมปรายตามองไปทั่วร้าน ซึ่งคนเยอะตามที่มันบอกจริง ฉันเลยปรายตามองหาโต๊ะที่ยังว่างวิวสวยๆเพื่อให้พวกมันสองคนไปนั่ง
“นายๆโต๊ะนั้น ๆ เดี๋ยวกูไปนั่งจองกับอีชิก่อน มึงไปสั่งได้เลย”
ลูน่าสะกิดฉันพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะที่ยังว่างโซนข้างกระจกใส ฉันจึงหันไปดูก่อนจะพยักหน้าให้พวกมันแล้วแยกย้ายกันไป พวกมันเดินไปนั่งที่โต๊ะ ส่วนฉันก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ร้านเพื่อสั่งเครื่องดื่มและของกิน ซึ่งทุกครั้งที่เข้าร้านอะไรก็ตามหน้าที่การสั่งอาหารหรือของกินต่าง ๆให้พวกมันเป็นหน้าที่แม่ปลอมๆอย่างฉันตลอด ฉันไม่ได้อยากจะทำนักหรอกแต่ถูกยัดเยียดให้ทำตลอดจนชินไง แล้วไอ้ฉายาแม่นายและหน้าที่นี้ที่ได้มาก็เพราะชื่อฉันนี่แหละ เล่นเรียกกันจนติดปากจนเป็นภาระให้ฉันไปแล้ว...
“ลาเต้เย็นสองแก้วครับ” เสียงผู้ชายข้างๆฉันออร์เดอร์กับพนักงานหลังเคาน์เตอร์
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
“ครับ”
ฉันยืนรอสั่งกาแฟถัดจากผู้ชายข้างๆที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มดูภูมิฐานแบบพวกทำงานบริษัทประมาณนั้น ที่แรกก็ไม่ได้สนใจหรอก แต่ด้วยความที่เขาสูงกว่าฉันมาก ฉันเลยแอบเหลือบมองเขานิดๆหน่อยๆ เขาก็เป็นผู้ชายที่ดูดีในระดับหนึ่งอะนะ สันกรามคมมาเชียวจมูกนี่โด่งเป็นสันมาเลยอะ นี่แค่เหลือบมองเขาที่สวมแว่นตาดำก็พอดูออกว่าเขาดูดีอยู่ในระดับหนึ่ง คือแบบแอบชำเลืองมองนิดๆ เห็นแค่เสี้ยวใบหน้าก็ดูหล่ออะแถมบุคลิกนี่คือชั้นสูงมาก น่าจะเป็นเจ้าคนนายคน
“คุณลูกค้า"
“คุณลูกค้ารับอะไรดีคะ”
!!!
"คะๆ ?" ฉันสะดุ้งตกใจหลุดออกจากภวังค์หันไปทางพนักงานตรงหน้าอย่างเลิ่กลั่ก ก่อนจะนึกของที่จะสั่งมากิน
“อะอ๋อ...เอาลาเต้เย็นหวานกลางแก้วหนึ่ง คาปูปกติแก้วหนึ่ง แล้วก็มอคค่าหวานกลางค่ะ เอาแบบเย็นนะคะ อ๋อแล้วก็เอาเค้กคัสตาร์ท ช็อกโกแลต แล้วก็สตอเบอร์รี่ค่ะ อย่างละชิ้น”
ฉันสั่งของกินของตัวเองและเพื่อนตัวดีที่นั่งหน้าสลอนถ่ายรูปที่โต๊ะอีกฝั่งรวดเดียวจบ ก่อนจะรอรับไอ้เครื่องรอคิวจากพนักงาน แต่ประเด็นคือฉันแอบเห็นว่าผู้ชายข้างๆแอบเหลือบมองฉัน
มองทำไมอะ หรือเขาจะรู้ว่าเมื่อกี้ฉันแอบมองเขาเหรอ?
“นี่ค่ะรอเครื่องดังได้เลยนะคะ ตอนนี้เชิญนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะคะ”
“ค่ะ” ฉันหันมาสนใจพนักงานอีกครั้งพร้อมยิ้มให้พนักงานอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินไปที่โต๊ะ
แต่...
หมับ!
จู่ ๆแขนฉันก็ถูกคนข้างหลังดึงเอาไว้สักก่อน ฉันจึงชะงักเท้าไว้แล้วหันกลับไปมองมือใหญ่ที่จับมือฉันอยู่
“ทานเยอะจังเลยนะครับเด็กดี”
หื้ม~ เด็กดี?
เด็กดีงั้นเหรอ? ทำไมประโยคนี้มันคุ้นๆจังว่ะเหมือนเคยมีใครคนหนึ่งเรียกฉันแบบนี้มาก่อนเลย ฉันยืนนึกถึงประโยคนั้นพร้อมเงยหน้าจ้องผู้ชายตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนประมวลผลว่าฉันเคยเจอคนลักษณะนี้ที่ไหนกันนะ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
จนกระทั่ง....
“จ้องหน้ากันขนาดนี้จำผัวคนแรกไม่ได้หรือครับ”
!!!