บท
ตั้งค่า

เหตุเกิดที่ร้านอาหาร

1 อาทิตย์ผ่านไป

หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้พบเขาอีกเลยไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องน่ายินดีหรือเปล่านะ แต่ช่างเถอะไม่ได้เจอกันก็ดีแล้ว หากฉันเจอหน้าเขาอีกครั้งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะต้องทำหน้ายังไง

“เอพริล ช่วยเอาสปาเก็ตตี้ไปเสิร์ฟโต๊ะแปดที” เสียงพ่อครัวเรียกฉันให้ตื่นจากภวังค์ วันนี้ฉันทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารสุดหรูที่มีแต่บรรดาคนรวยเท่านั้นที่มารับประทานอาหารที่นี่ เพราะราคาอาหารและเครื่องดื่มแพงหูฉี่ ที่ฉันเลือกมาทำงานที่นี่ก็เพราะว่าได้เงินดีและมันใกล้จะถึงวันที่ฉันต้องจ่ายค่าเทอมแล้วน่ะสิเลยต้องรีบหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ตั้งแต่ฉันมาเรียนที่นี่ฉันก็ไม่เคยใช้เงินที่แม่ให้มาเลย เพราะความดื้อด้านของฉันล้วนล้วน

ขณะที่ฉันกำลังเดินถือถาดอาหารเพื่อไปเสิร์ฟที่โต๊ะแปด ฉันบังเอิญเห็นนายเกรย์สันเดินควงมากับสาวสวยเซ็กซี่คนหนึ่ง ที่แต่งตัวด้วยชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิง แถมแต่งหน้าจัดเต็มประหนึ่งว่าจะไปประกวดนางงาม ส่วนนายเกรย์สันเดินยิ้มแฉ่งมาตั้งแต่หน้าประตูร้าน หมั่นไส้ชะมัด! แต่เรื่องบังเอิญมันไม่ได้จบแค่นี้น่ะสิ หมอนั่นดันเดินไปนั่งลงที่โต๊ะแปดพอดิบพอดี สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งฉัน

“ไง ยัยเรื่องมาก เจอกันอีกแล้วนะ ” เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ฉัน ยี้น่าขนลุก! อยู่ๆ มาส่งยงส่งยิ้มแอบคิดอะไรกับฉันอยู่ล่ะสิ ” ฉันยิ้มตอบ จำไว้ว่าตอนนี้แกกำลังทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่นะยัยเอมมี่ ต้องบริการลูกค้าๆ

“นี่เธอ! ไม่เห็นเหรอว่าสปาเก็ตตี้ที่เธอเอามาเสิร์ฟมันเย็นหมดแล้ว ไปบอกให้เชฟทำให้ฉันใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ!” ยัยเมซี่พูดด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหนใส่ฉัน มันเย็นตรงไหนไม่ทราบฟะ หล่อนไม่เห็นควันที่ลอยขึ้นมาจากเส้นสปาเก็ตตี้เรอะ!

“เย็นที่ไหนกันคะ ยังร้อนอยู่เลยดูควันที่ลอยขึ้นมาจากเส้นสปาเก็ตตี้นี่สิคะ ” ฉันพูดอย่างใจเย็น

“ฉัน-บอก-ให้-เอา-ไป-เปลี่ยน ไม่ได้ยินหรือไง!” ยัยเมซี่ตะโกนใส่ฉันเสียงดังซะจนโต๊ะข้างๆหันมามอง ส่วนนายเกรย์สันน่ะหรอ เอาแต่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่นั่นล่ะ ไม่คิดจะช่วยกันบ้างรึไง

“เมซี่ รีบกินกันเถอะ เราจะได้รีบไปทำอะไรๆต่อ อย่ามัวเสียเวลากับเด็กเสิร์ฟคนเดียวเลยน่าา ส่วนเธอไปได้แล้ว” นายเกรย์สันพูดอย่างเซ็งๆ แถมยังไม่โวยมาไล่ฉันอีก พูดเหมือนฉันอยากอยู่ตายแหละย่ะ

“ก็ได้ค่ะ คราวนี้ฉันจะปล่อยเธอไปก่อน” ยัยเมซี่พูดอย่างงอนๆ

“JAOYUE Restaurant ยินดีต้อนรับค่ะ” นอกจากฉันจะเป็นเด็กเสิร์ฟแล้ว ฉันยังต้องทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับอีกด้วยน่ะสิ ใช้งานฉันซะคุ้มเลยนะ -_-

“อ้าว น้องเอพริลทำงานอยู่ที่นี่เหรอครับ” เสียงใครน่ะ ฉันคิดพร้อมกับเงยหน้าขึ้น นี่มันพี่คาร์เตอร์นี่นา วันซวยอะไรของฉันวะเนี่ย หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ แล้วดูสภาพฉันตอนนี้สิ ไม่มีหน้าจะไปพบใครเลยจริงจริ๊งงง โดยเฉพาะคนที่ฉันแอบปิ๊งอย่างพี่คาร์เตอร์ แล้วนี่เขามากับใครอะ สวยซะด้วย ดูจากสภาพตัวเองตอนนี้กับผู้หญิงที่เขาควงมาด้วยแล้วช่างต่างกับฉันราวฟ้ากับเหว ก็ยัยนั่นดันแต่งตัวดูดีซะจนฉันคิดว่าเธอไปเดินพรมแดงที่ไหนสักที่น่ะสิ แถมยังใช้ของแบรนด์เนมราคาแพงตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยด้วย

“สะ..สวัสดีค่ะ พี่คาร์เตอร์” ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้เขานิดนึง จะว่าไปแล้ววันนี้พี่คาร์เตอร์ดูหล่อเป็นพิเศษเลยนะเนี่ย

“คาร์เตอร์คะ เราไปนั่งกันเถอะค่ะ”

“จองโต๊ะไว้แล้วใช่ไหมคะ ”

“ครับ โต๊ะเจ็ดน่ะ” พี่คาร์เตอร์ตอบคำถามฉัน

“งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับเดินนำ เพื่อพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะ เมื่อเดินมาถึงโต๊ะเจ็ด ฉันที่กำลังรอรับออเดอร์อยู่นั้น นายเกรย์สันดันเรียกพนักงานให้มาเช็คบิล แต่ไม่มีพนักงานอยู่เลยสักคน ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะต้องเดินไปที่โต๊ะแปด

“ขอตัวสักครู่นะคะ” พอฉันพูดจบ ฉันก็เดินไปที่โต๊ะแปดทันที

“คุณลูกค้าจะชำระผ่านบัตรหรือเงินสดดีคะ”

“บัตร เร็วๆหน่อยนะฉันรีบ” นายเกรย์สันพูดพร้อมกับยื่นบัตรเครดิตมาให้ฉัน ฉันรีบเดินไปที่เคาเตอร์แคชเชียร์ด้วยความเร่งรีบ จนชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง

“โอ๊ยย เดินประสาอะไรฮะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย!”

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ฉันพูดขณะที่ก้มหน้าอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเป็นยัยคามิล่าซะงั้น ยัยนี่มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?!!

“อ้าว เธอเองเหรอยะ ยัยเอพริล ” ยัยคามิล่าพูดด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย

“อืม ฉันทำงานที่อยู่นี่น่ะ ว่าแต่แกเหอะ มาทำอะไรที่นี่ยะ อย่าบอกนะว่ามาเดทกับหนุ่มน่ะ ” ฉันถามพร้อมกับแซวยัยคามิล่า

“จะบ้าเหรอยะ ฉันแวะมาเอาบัญชีรายรับรายจ่ายของเดือนนี้ต่างหากล่ะ ฉันไม่ได้บอกแกหรอกเหรอว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารในเครือของครอบครัวฉันน่ะ”

“จริงอะ!!”

“ก็จริงน่ะสิ”

“งั้นฉันขอตัวก่อนนะ พอดีว่าลูกค้ารีบน่ะ” พอฉันพูดจบฉันก็รีบเดินไปทันที

“เดี๋ยวสิ! ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ"

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ฉันเลิกงานพอดิบพอดี ในขณะที่ฉันกำลังเดินลงบันไดมาฉันก็เห็นยัยคามิล่ากำลังนั่งอยู่ที่โซฟาตรงที่นั่งรับรองแขกตรงชั้นหนึ่ง ยัยนั่นนั่งรอใครอยู่ล่ะเนี่ย

“เลิกงานสักทีนะยัยบ้า ฉันนั่งรอแกเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ย ” ยัยคาเมล่าพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา ด้วยสีหน้าหงุดหงิด

“มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอ ”

“อาทิตย์หน้าแกว่างมะ?”

“วันไหนล่ะ อาทิตย์หน้าฉันทำงานพาร์ทไทม์เกือบทั้งอาทิตย์เลย”

“แกจะทำงานอะไรนักหนายะ ช่วงนี้แกร้อนเงินหรือไง”

“ก็ใช่น่ะสิ นี่ก็ใกล้ถึงวันที่จะต้องจ่ายค่าเทอมแล้ว ฉันเลยต้องขยันทำงานพาร์ทไทม์หลายที่หน่อย”

“เงินไม่พอใช้ ทำไมแกไม่บอกฉันฮะ! จะเอาเท่าไหร่ว่ามาเดี๋ยวฉันเปย์เอง”

“ขอบคุณค่าา คุณนาย แต่ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันหาตังค์ได้ใกล้ครบละ”

“แน่นะ?” ยัยคามิล่าถามฉันย้ำอีกรอบ นี่ฉันดูเป็นคนที่ดูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรอ

“ฉันจะโกหกแกเพื่อ?”

“อะเครรร งั้นอาทิตย์หน้าวันศุกร์แกจะไปงานวันเกิดพี่ชายฉันใช่ไหมมมม”

ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ ดีนะที่วันนั้นฉันว่างพอดี ไม่งั้นอย่าหวังเลยว่าฉันจะลางานเพื่อไปงานวันเกิดพี่ชายของแกน่ะ ฝันไปเถอะ!

“น่ารักที่สุดดด งั้นเราไปเลือกชุดกันเถอะ!” ยัยคามิล่าพูดพร้อมกับทำท่าทางตื่นเต้น ประหนึ่งว่าจะได้พบหน้ากับเจ้าชายคาร์ลงั้นแหละ สุดท้ายฉันก็ถูกยัยนี่ลากไปเลือกชุดราตรีที่ราคาแพงหูฉี่ ซึ่งแน่นอนว่ายัยคามิล่าเป็นคนจ่าย ก็คนมันรวยอะเนอะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel