บทย่อ
กฎเหล็กของเศกภพคือ ไม่ยุ่งกับพนักงานในบริษัทในเชิงชู้สาว แต่พอรู้ว่า จันทร์หอมคือเลขาของเขา คำพูดที่ว่า กฎมีไว้ให้แหกก็ผุดขึ้นในหัว จะว่าไปเขาไม่ได้แหกกฎสักนิดเดียว เพราะเธอคือ เลขาพาร์ทไทม์ ... เศกภพชะงักเท้าเมื่อเห็นพนักงานเสิร์ฟสาวนั่งหลับบนโซฟา เขาควรไม่สนใจคนกำลังนอนหลับ แค่เดินไปหยิบมือถือที่ลืมมันไว้บนโซฟาตัวที่ตนนั่งอยู่ ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ใกล้กับจุดที่เธอนั่งพอดี ‘แค่หยิบแล้วเดินออกไป’ เป็นเรื่องง่ายมาก เนื่องจากมือถือราคาหลายหมื่นของเศกภพไม่ได้ถูกเธอนั่งทับ แต่เหตุใดมิทราบได้ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา เว้นระยะห่างเพียงหนึ่งคืบ เป็นระยะห่างที่ใกล้กันมาก...ใกล้จนได้กลิ่นหอมจากตัวเธอ เกิดความร้อนรุ่มขึ้นมาทันใด กลิ่นกายเธอทำให้ใจเขาวุ่นวายคล้ายไม่อยู่กับตัว เตลิดไปตามอารมณ์ปรารถนาที่ผุดขึ้นในความรู้สึก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ไม่เคยมีผู้หญิงคนใดปลุกความกำหนัดเขาได้รวดเร็วเท่าเจ้าหญิงนิทราคนนี้เลย เศกภพมองหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอาง จะมีเพียงลิปสติกสีชมพูอ่อนที่เคลือบบนริมฝีปากเท่านั้น ต่างกับพนักงานเสิร์ฟคนอื่นที่แต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางแบบจัดเต็ม ความเป็นธรรมชาติบนดวงหน้าหวาน สะกดสายตาเขาได้เป็นอย่างนี้ มองเธอนิ่งนาน... “น่ารักดี” เศกภพเอ่ยโดยไม่รู้ตัว แก้มนวลเนียนถูกหลังมือใหญ่ลูบเบาๆ ดวงตาจับจ้องดวงหน้าแมวขี้เซาแล้วยิ้ม ขณะที่กำลังเพลินกับการมองหน้าสตรีแปลกหน้า ความตกใจเกิดขึ้นเมื่อเธอเริ่มรู้สึกตัว ใบหน้าขยับเล็กน้อย เปลือกตาคล้ายกำลังเปิด เศกภพชักมือกลับแทบไม่ทัน รีบคว้ามือถือที่วางข้างแมวน้อย จากนั้นก็รีบเดินออกจากห้อง อาการคล้ายคนทำผิดและกลัวถูกจับได้
1
คอนโดมิเนียมอาเคเซียกลางซอยทองหล่อ คืออาณาจักรอันหรูหราของเหล่าคนมีเงินที่ซื้อห้องชุดราคาขั้นต่ำสิบเก้าล้านสูงสุดหนึ่งร้อยเจ็ดสิบล้านด้วยเหตุผลต่างกันไป ซื้อเพื่ออยู่อาศัยแบบถาวร ซื้อเพื่อปล่อยให้เช่าหรือเก็งกำไรในอนาคต บ้างใช้เป็นที่พักพิงใจ หาความสงบสุขในสังคมวุ่นวาย แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายซื้อเพื่อเป็นสถานที่ส่วนตัว ให้ผู้หญิงที่เลี้ยงดูอยู่อาศัย จัดงานปาร์ตี้ในหมู่เพื่อนฝูง และหาความสำราญกับสาวสวยมากหน้าหลายตา
เศกภพ วิริยะเดชาสกุลหรือทิว ชายวัยสามสิบเก้าปี บุคคลที่หวงแหนความโสดชนิดเกาะแน่นราวกับทากาวตราช้าง เขาไม่ปล่อยใจให้หญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในชีวิต พวกหล่อนถูกจำกัดอยู่กับคำว่าของเล่นชั่วคราว เบื่อก็เลิกสนใจ ซึ่งเขาไม่เคยเลี้ยงดูสตรีเป็นตัวเป็นตนสักคน อย่างมากก็แค่สามวัน จึงไม่มีสาวคนใดทลายกำแพงหัวใจเขาได้เลยสักคน ซึ่งเขาก็ไม่เดือดร้อนหากไม่มีใครก้าวเข้ามานั่งกลางใจ ใช้ชีวิตแบบนี้เศกภพก็ไม่เดือดร้อน
และเศกภพคือหนึ่งในคนรวยที่จับจองห้องชุดคอนโดแห่งนี้ ชั้นที่เขาซื้อไว้คือชั้นที่สามสิบเก้า ที่รู้กันดีว่าอยู่ในโซนวีไอพี ราคาต่อห้องอยู่ที่แปดสิบห้าล้าน เขาซื้อไว้ด้วยเหตุผลสองอย่างคือ สังสรรค์กับเพื่อนและบรรเลงกามกับคู่นอน แล้วเวลานี้ก็กำลังทำกิจกรรมนั้นอยู่
“คุณทิว...แรงอีกค่ะ...ขวัญ...ขวัญจะเสร็จอีกแล้ว...คุณทิว”
ขวัญฤดีคู่ขาคนล่าสุดที่เศกภพหิ้วออกมาจากผับหรูย่านเดียวกับอาณาจักรสุดหรู ร้องบอกเศกภพ ชายหนุ่มผู้เก่งกาจเรื่องบนเตียง แถมแรงดี ลีลาเหนือชั้นอย่างไม่มีความอาย เธอครางกระเส่ารับท่วงท่าเจนจัดของเขาที่สาดใส่ไม่ออมแรง ตามอารมณ์พุ่งทะยาน
ในณะที่เสียงครางขวัญฤดีดังไม่หยุด กลับไม่มีเสียงแห่งความเสียวจากปากเศกภพ เขามีอารมณ์ร่วม ทว่าความสุขที่ได้รับกลับไม่มากพอ ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเตียงคือการปลดปล่อยความใคร่ ระบายความเครียดแค่นั้น
ร่างหนาโยกไหวตามอารมณ์ที่กำลังพุ่งเข้าเส้นชัย เรี่ยวแรงจึงเพิ่มมากขึ้น ถูกอกถูกใจสาวใต้ร่างเหลือเกิน ครางรับความสุข ยกสะโพกรับอาวุธชายที่ขยับเข้าออกระรัว จนในที่สุดเกมสวาทก็ได้จบลงอย่างอิ่มเอม เศกภพถอยห่างร่างขวัญฤดีทันที เขาก้างลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมที่พาดตรงปลายเตียงมาสวมทับร่างกาย
“เธอแต่งตัวกลับไปเลยนะ ฉันจะวางเงินไว้บนโต๊ะรับแขก”
เศกภพพูดโดยไม่มองหน้าคู่นอน ก้าวเท้าเดินออกจากห้องระเริงสวาท เพื่อกลับไปยังห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ติดกัน ในใจขวัญฤดีคิดว่า เขาน่าจะต่ออีกสักรอบ ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น เศกภพจบเกมเพียงครั้งเดียว ความเสียดายเกิดขึ้นในใจขวัญฤดี นานๆ จะมีเทพบุตรครบสูตรมาซื้อตน หล่อ รวย ลีลาเด็ด พละกำลังถูกใจ ทุกสัมผัสขอเศกภพยังซาบซ่านในอุรา เธอก็อยากให้เขาใช้บริการสักสองสามรอบ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีไว้ในใจ และหวังว่า เขาจะเรียกใช้บริการตนอีกครั้ง
หน้าบ้านไม้สองชั้นกลางซอยนกเอี้ยงแถบชานเมือง มีไทยมุงยืนดูเหตุการณ์ลุ้นระทึกกันนับสิบคน ทว่าไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยหรือห้ามปรามคนกลุ่มนั้นที่กำลังทำร้ายข้าวของภายในบ้าน และตะโกนข่มขู่จนคนมุงดูต่างขนหัวลุก เพราะรู้ดีว่า คนกลุ่มนี้โหดมากแค่ไหน อีกทั้งยังมีความเลวเต็มเปี่ยม
โครม โครม เพล้ง...
เสียงข้าวของภายในบ้านถูกพังต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทีวี พัดลมสองตัว จักรเย็บผ้าเครื่องทำมือหากินก็ถูกไม้เบสบอลฟาดหลายที ไม่รู้ว่าใช้การได้เหมือนเดิมหรือไม่ ไม่พอชั้นวางหนังสือยังถูกกวาดลงมากองบนพื้น และมีอีกหลายอย่างที่พังเสียหาย
คนที่ทำลายข้าวของอย่างเมามันคืออเนก ลูกน้องไพบูลย์หรือเสี่ยย้งเจ้าของเงินกู้รายใหญ่ย่านนครปฐม เป็นเจ้าของโรงน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด รวมถึงเจ้ามือหวย บ่อนการพนันที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่กล้าเข้ามายุ่ง อีกทั้งยังเป็นคนหนุนนักการเมืองชื่อดังระดับประเทศที่แค่เอ่ยชื่อก็รู้จัก อเนกกับพวกจึงไม่กลัวใคร ทวงหนี้โหดทุกครั้งที่ไม่ได้เงินจากลูกหนี้เจ้านาย
เจ้าของบ้านทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวสั่นจากความกลัวเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน การกู้เงินไพบูลย์ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ล่าช้าไปบ้างก็แค่วันสองวัน ทว่าครั้งนี้นอกจากจำนวนเงินกู้สูงถึงหนึ่งแสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบบาท อีกทั้งยังเป็นการกู้รายสัปดาห์ ดอกเบี้ยอยู่ที่สองหมื่นบาทจ่ายทุกวันจันทร์ ด้วยจำนวนดอกเบี้ยที่มาก สินและมารศรีสองสามีภรรยาผู้กู้ ขอผลัดมาหาวัน ไพบูลย์ยอมให้ผลัดผ่อนเพราะคิดว่า เป็นลูกค้าประจำ แต่เมื่อถึงกำหนดสินไม่มีเงินจ่าย และติดต่อไม่ได้มาสองวัน อเนกจึงตามมาทวง ทวงแบบโหดเนื่องจากสินไม่มีเงินให้
“พอได้แล้ว ทำลายของในบ้านจนหมดบ้านฉันก็ไม่มีเงินให้หรอก แทนที่แกจะเอาของในบ้านฉันไปขายกลับมาทำลาย แบบนี้จะได้เงินได้ไง” มารศรีทนดู ทนกลัวอยู่นานกลั้นใจพูดออกไป เพราะทนดูอเนกกับพวกพังทรัพย์สินของนางไม่ได้