ตอนที่2[คนโสด]
เกียร์ร้ายคลั่งรัก
ตอนที่2
[คนโสด]
บริษัทSKยานยนต์
ร่างเล็กของ ‘ทอรุ้ง’ กำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้น
ทอรุ้งโชคดีมากหลังจากเรียนจบบัญชีมาได้เดือนกว่า เธอกับเพื่อนอีกสองคนได้เข้ามายื่นใบสมัครงานที่นี่ ทางบริษัทก็ได้ให้โอกาสรับเธอและเพื่อน ให้เข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกัน
ทอรุ้งกับเพื่อน ๆ ได้ทำงานที่นี่นานถึงห้าปีเต็ม ตอนนี้เธอมีอายุครบยี่สิบเจ็ดปีเต็ม
อย่าถามนะว่าเธอแต่งงานหรือยัง ทอรุ้งรู้สึกเกลียดกับคำถามนี้มาก เพราะอะไรนะเหรอ! เพราะเธอยังโสดไง!
ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เพราะเธอเป็นคนหน้าตาสวย รูปร่างสมส่วน ผิวขาวเนียนมากของเธอ จนทำให้มีหนุ่ม ๆ มาตามจีบเธออยู่หลายคน
ทว่าตอนนั้นเธอไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องพวกนี้ ด้วยทางบ้านฐานะค่อนข้างลำบาก เมื่อสอบได้ทุนเรียน ทำให้เธอโฟกัสที่การเรียน และทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปด้วย
ทอรุ้งตั้งใจที่จะเรียนให้จบไว ๆ จะได้หางานทำเลี้ยงแม่และส่งน้องสาวเรียน น้องสาวที่มีอายุห่างจากเธอถึงห้าปี
ทว่าน้องสาวได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพียงเทอมเดียว เธอก็มีแฟนและตั้งท้อง ทำให้หยุดพักการเรียนไว้ เพื่อมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก
และก็อย่าถามอีกนะว่า ผู้ชายคนนั้นมันรับผิดชอบน้องสาวเธอไหม ไม่เลย พอรู้ว่าน้องสาวเธอตั้งท้องมันก็ตีตัวออกห่างทันที
ทำให้ทอรุ้งต้องเป็นเสาหลักแบกรับภาระของครอบครัว เธอต้องทำงานเลี้ยงมารดาที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง และน้องสาวกับหลานสาวตัวน้อยเพิ่มมาอีกชีวิต
ส่วนบิดาของเธอได้แยกทางไปมีครอบครัวใหม่ และก็ไม่เคยมาสนใจเธอกับน้องสาวอีกเลย
เพราะชีวิตและลมหายใจเข้าออก ของทอรุ้งมีแต่งานกับงาน ตื่นเช้าแต่งตัวมาทำงานเลิกงานกลับห้องพัก บางวันมีโอทีกว่าจะกลับถึงที่พักเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่ม
ชีวิตของเธอยังวนลูปอยู่แบบนี้ซ้ำ ๆ แทบไม่มีเวลาได้ไปเปิดหูเปิดตาเหมือนคนอื่น
ยิ่งหน้าที่การงานต้องเคร่งเครียดอยู่กับตัวเลข ยิ่งทำให้เธอแทบจะไม่ได้ใส่ใจกับตัวเองมากหนัก
“นี่ยัยรุ้งยัย‘ดา’เก็บของได้แล้วห้าโมงแล้วนะ” ‘แพรวา’ เพื่อนสาวที่อยู่แผนกสโตร์เดินมาเตือนเพื่อนสนิท
“อืม…รู้แล้ว ๆ รอเราอีกแป๊บ” เสียงใส ๆ ครางรับ
เธอกับแพรวา และ‘กานดา’ เป็นเพื่อนสนิทกัน ทว่ากานดาได้แต่งงานไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และตอนนี้เธอได้ตั้งท้องอ่อน ๆ ทำให้สามีของเธอที่รักและเป็นห่วงภรรยา ได้ให้เพื่อนเธอลาออกจากงาน เพื่อไปอยู่บ้านดูแลลูก
ทั้งสามสาวจึงมีนัดไปกินข้าวด้วยกัน
เพื่อเลี้ยงส่งเพื่อนสาว ที่จะเตรียมตัวไปเป็นคุณแม่ ตามใจสามีของเธอที่ทางบ้านทำธุรกิจส่วนตัว
“อ้าว! แพรแกไม่ชวนพี่ ‘กันต์’ไปด้วยเหรอ” กานดาหันมาถามเพื่อน
“ไม่อะ! เราอยากกินข้าวกับพวกแก ถ้าพี่กันต์ไปด้วยเราก็คุยกันไม่สนุกสิ” แพรวาเอ่ยขึ้น
“นั่นสิเนอะ พี่กันต์เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสองเดือน เขาก็ดันตกหลุมพรางเธอซะแล้ว” กานดาเย้าเพื่อน
“คนสวยก็แบบนี้แหละ” แพรวาไหวไหล่แล้วเอ่ยสวน
“ว่าแต่ยัยรุ้งเหอะ! เมื่อไหร่จะเปิดใจรับหนุ่ม ๆ สักที” เสียงกานดาที่หันมาเล่นงานเพื่อนสาวอีกคนของเธอ ที่ยังนิ่งเงียบ
“ใครเขาจะมาสนใจฉันย่ะ” ทอรุ้งยักไหล่ตอบกลับเพื่อน
“ยัยรุ้งในกลุ่มเรา แกสวยกว่าพวกฉันซะอีก เวลาไปไหนมีแต่หนุ่ม ๆ สนใจแกทั้งนั้น ทำไมแกไม่ยอมเปิดใจคบใครดูสักคน” แพรวาว่า
“อย่างฉันใครจะมาสนใจ ภาระเยอะจะตาย” ทอรุ้งเบ้ปาก คนจนอย่างเธอจะมีผู้ชายที่ไหนมาสนใจ
“ก็พี่กริชแผนกHRไง เขาสนใจแกมาตั้งนานแล้วนะยัยบื้อ” กานดาสวนขึ้น
“แกก็รู้ฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้ พี่กริชมีผู้หญิงมาสนใจเขาตั้งหลายคน” เธอว่า
“แต่พี่เขาไม่ได้สนใจผู้หญิงพวกนั้น เขาสนใจแกไง” แพรวาว่า
“ฉันยังไม่อยากมีใครตอนนี้ ฉันอยากทำงานเก็บเงินสักพัก แล้วแกยัยแพรอย่าเพิ่งรีบแต่งนะ อยู่เป็นเพื่อนฉันไปก่อน” ทอรุ้งพูดแล้วหันมาขอร้องเพื่อนสาว ให้อยู่ครองโสดเป็นเพื่อนเธอไปก่อน
“อืม…แกก็รีบ ๆ ละเดี๋ยวขึ้นคานไม่รู้ด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้ไม่ใช่คานไม้เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ” กานดาหันมากระทุ้งเพื่อน
“อืม…จริงด้วย เดี๋ยวนี้มีแต่คานเหล็กหักยากนะแก” แพรวาเสริมขึ้น
“เออ ๆ ฉันจะพยายามพอใจพวกแกรึยัง” ทอรุ้งหันมาตอบเพื่อนสาวส่ง ๆ ให้พ้นตัว
หลังจากนั้นสามสาวก็นั่งรถของแพรวา มาจนถึงร้านอาหารประจำที่พวกเธอชอบมานั่งกินกัน
“อยากกินอะไรสั่งเลย วันนี้ฉันเป็นเจ้ามือ” แพรวาว่าขึ้น
“ได้ไง! เราต้องหารสองดิ เรามาเลี้ยงส่งยัยดานะ จะให้แกออกคนเดียวฉันไม่ยอมด้วย” ทอรุ้งทำหน้าง้ำ
“เออ! หารก็ได้ ตกลงจะกินอะไรสั่งมาเลย” แพรวาว่า
เมื่อสั่งอาหารที่โปรดปรานครบ สามสาวก็นั่งกินและพูดคุยกันไปด้วย จากนั้นแพรวาก็ขับรถไปส่งกานดาจนถึงหน้าบ้านซึ่งเป็นทางผ่าน
หลังจากนั้นก็แวะไปส่งทอรุ้งที่ห้องเช่า ก่อนจะขับรถกลับบ้านของตัวเอง
สองเดือนผ่านไป…
“ห๊า! แกว่าอะไรนะ พูดใหม่อีกทีสิ!”
“ฉันบอกว่าจะแต่งงาน พี่กันต์เขาขอฉันแต่งงานแล้วอะแก…ทำไมแกไม่ดีใจกับฉันเหรอ! ทำตาโตเท่าไข่ห่านขนาดนั้นเชียว” แพรวาขำเพื่อนสาวคนเดียวของเธอ
“ดีใจบ้านแกนะดิ! ช็อกย่ะ! ฉันกำลังช็อก!” ทอรุ้งทำหน้าเซ็ง
“อ้าว! แกไม่ดีใจกับฉันรึไง” แพรวาเอ่ยอย่างงง ๆ
“แกผิดสัญญาไง ไหนว่าจะรอให้ฉันหาแฟนได้ก่อนแล้วค่อยแต่ง นี่! อะไรเล่นทิ้งฉันให้อยู่โดดเดี่ยว แบบนี้ ฉันตายไหม” ทอรุ้งต่อว่า
“อย่าซีเรียสน่า…แกสวยขนาดนี้ ถ้าจะหาจริง ๆ อย่างแกหาไม่ยากหรอก…ฉันสิ นี่! ขบวนสุดท้ายแล้วนะแก ถ้าไม่รีบคว้าไว้ รับรองฉันอยู่บนคานชัวร์” แพรวาให้เหตุผลเพื่อน
“พูดแบบนี้แสดงว่าตอบตกลงกับพี่กันต์แล้วใช่ไหม”
“อืม…ใช่ไง ถ้าฉันยังเล่นตัวอยู่ แล้วเขาทนไม่ไหวฉันจะทำไงอะ”
“เออ! ฉันอยู่คนเดียวได้ แกก็รีบแต่ง ๆ ไปเหอะ!” เธอเอ่ยเสียงงอน ๆ
“ยัยรุ้ง! แกงอนฉันเหรอ!” แพรวารีบยกมือมาจับใบหน้าสวยของเพื่อนสาวให้หันมาสบตากัน
“เปล่า! ฉันแค่นอยด์”
“โอ๋! อย่านอยด์นะแก ถึงฉันจะแต่งงาน แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิมนี่นา…”
“อืม…ฉันเข้าใจแล้ว…ว่าแต่แกกับพี่กันต์จะแต่งกันเมื่อไหร่”
“อีกสองเดือน”
“ห๊า! ทำไมมันไวแบบนี้อะ! ฉันจะทำใจได้ไหม” ทอรุ้งได้แต่บ่นขึ้นมา แต่ยอมรับว่า สักวันหนึ่งเธอกับเพื่อนก็ต้องแยกย้ายกันไปมีครอบครัวจริง ๆ
“ไวตรงไหนยี่สิบเจ็ดแล้ว…แกก็เหมือนกันรีบหาซะ! และก็เตรียมตัวไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉันด้วย”
“อืม…ก็ได้” ทอรุ้งครางรับ เมื่อเพื่อนสนิท เริ่มจะทิ้งเธอไปมีครอบครัวทีละคน
‘ต่อไปนี้คนโสดอย่างเธอจะเอาไงดี’ ทอรุ้งได้แต่ครางอยู่ในใจ
“รุ้ง…ยัยรุ้ง…ทำไมเงียบไป” แพรวาเอ่ยเรียกเพื่อน
“อะไรของแกอีก”
“ฉันจะบอกว่า…วันศุกร์นี้ฉันจะไปจัดปาร์ตี้สละโสด แกต้องแต่งตัวสวย ๆ ด้วยเข้าใจไหม”
“จัดปาร์ตี้สละโสด…” ทอรุ้งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“อืม…ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว” แพรวาว่า
“ที่ไหน”
“ผับSSN…”
“ต้องจัดที่ผับด้วย” ทอรุ้งเสียงสูงปรี๊ด
“ใช่ไง! จะสละโสดทั้งทีจะให้กินอยู่ที่บ้านหรือไง” เพื่อนสาวยอกย้อน
“เออ! วันไหนเมื่อไหร่บอกมา…เดี๋ยวฉันจะแต่งตัวให้สุดเหวี่ยงไปเลย” ทอรุ้งนึกสนุกขึ้นมา ชักอยากจะประชดกับความโสดของตัวเองเสียแล้ว
