

บทที่ 2
“งานสังสรรค์คนในครอบครัว?” นัยน์ตาหยางเทียนปรากฏรอยยิ้มราบเรียบ ทุกครั้งในวันนี้จะเป็นวันที่ย่ำแย่ที่สุดของเขา ช่วยไม่ได้ ก็อนาคตสดใสกว่าเขาทุกคนเลยนี่ ก็ต้องข่มเขาแล้วยกยอความสำเร็จของตัวเองอยู่แล้ว
มองร่างน้องภรรยาที่เดินจากไป หยางเทียนยักไหล่ งานสังสรรค์ ย่อมต้องไป
สีท้องฟ้าโพล้เพล้ เงายามราตรีปรากฏอย่างเลือนราง ริมแม่น้ำไร้ผู้คน “ช่วยด้วยค่ะ!” เสียงตะโกนแหลมรันทดเสียงหนึ่งดังลอยมา แสบแก้วหูอย่างมาก
หยางเทียนเงยหน้าขึ้น เผลอมองไปยังทิศทางที่เสียงลอยมาโดยไม่รู้ตัว เขามีศิลปะต่อสู้ไม่เป็นสองรองใคร และเป็นนักปราชญ์แห่งการแพทย์ด้วย ทุกยุคทุกสมัย การแพทย์และศิลปะต่อสู้ผสมผสานไม่แบ่งแยกกัน
“ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยชีวิตสามีฉันด้วย!” สาวงามคนหนึ่งเสื้อผ้าโชกไปด้วยเลือดวิ่งมาตรงหน้าหยางเทียน บริเวณไม่ไกลมีรถเบนซ์คันหนึ่งจอดอยู่ตรงนั้น สภาพรถถูกชนจนยับเยินสุดจะทน ชายสวมสูทคนหนึ่งนอนอยู่ริมๆ หน้าอกกระเพื่อมอย่างอ่อนแรง เห็นได้ชัดว่าใกล้เสียชีวิต
“ทำไมไม่โทรแจ้ง 120” เห็นหญิงสาวตรงหน้าลนลานไร้หนทาง หยางเทียนก็เอ่ยถามเสียงเรียบ
“โทรศัพท์กระแทกจนพัง สามีฉันจะไม่ไหวแล้วค่ะ” สาวงามกล่าวด้วยความสิ้นหวังเต็มเปี่ยม! ในตอนนี้หยางเทียนคือความหวังสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียวของเธอ
“มาเจอฉันคงเป็นโชคชะตาสินะ!” ภายใต้การจับจ้องด้วยสายตาหมดหนทางของสาวงาม หยางเทียนยิ้มราบเรียบ ความมั่นใจอันสุขุมนี้ ทำให้สาวงามเพียงมองหยางเทียนอย่างโง่งม ทำท่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ร่างหยางเทียนปรากฏตรงหน้าชายหนุ่ม ขณะมองชายหนุ่มที่กำลังจะเสียชีวิตตรงหน้า คิ้วขมวดเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มเรียบๆ “โชคดี ยังมีทางรอด” ภายใต้การจ้องมองด้วยสายตาเหม่อลอยของหญิงสาว หยางเทียนเอ่ยพึมพำ
ปลายนิ้ว มีพลังภายในไหลออกมา เขาไม่ได้พกเข็มเงินติดตัว ชายหนุ่มเสียเลือดมากเกินไปอย่างชัดเจน ปัจจุบันทำได้เพียงผนึกเข็มด้วยพลังภายในเท่านั้น ด้วยการจับจ้องของหญิงสาว หยางเทียนเอานิ้วเชื่อมจุด ลมหายใจของชายหนุ่มมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ หยางเทียนพ่นอากาศเสียออกมาแผ่วเบา หน้าซีดเซียวเล็กน้อย ไม่ใช่เขาไม่แกร่งพอ และเขายังไม่ได้จัดพลังภายในของเขาให้เข้าที่ อย่างไรแล้วก็แค่สามวันเอง
“เรียบร้อย ไม่อันตรายถึงชีวิตแล้ว” หยางเทียนมองหญิงสาวที่งุนงงรับมือไม่ถูกพลางกล่าวเสียงเรียบ
พลันส่ายหน้า แล้วจัดกระดูกซี่โครงสามท่อนของชายหนุ่มที่หักให้เข้าที่เดิม จากนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร 120 “ไม่อันตรายถึงชีวิต ถ่ายเลือดแล้วจะดีขึ้น” หยางเทียนกล่าวกับหญิงสาวเสียงเรียบ เขาเป็นหมอ ช่วยคนใกล้ตายคือหน้าที่ หากไม่ช่วย จะละอายใจต่อมรดกวิชาแพทย์ของเขา
หญิงสาวยังไม่ทันเอ่ยปากขอบคุณ ร่างหยางเทียนก็ไปไกลแล้ว หลังจากหยางเทียนไป 120 ก็รีบเร่งมาถึงในที่สุด
หยางเทียนมาถึงโรงแรมบี้จิ่งตามที่นัดไว้ วันนี้เป็นวันที่สิบห้า(เทศกาลโคมไฟ) ทุกครั้งในวันนี้ญาติในครอบครัวมักจะมารวมตัวกัน แน่นอนว่ามีแค่ญาติฝั่งแม่ยาย เขาเป็นเด็กกำพร้า จะมีญาติที่ไหนกัน
เมื่อหยางเทียนมาถึงโรงแรม หัวหน้าแพทย์แผนกศัลยกรรมในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของจงไห่กำลังมองผู้ชายบนเตียงซึ่งเป็นผู้ป่วยอย่างเหม่อลอย นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ปากก็พึมพำกับตัวเองว่า “เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไง?” เขาเป็นแพทย์มายี่สิบกว่าปี ไม่เคยเห็นฝีมือน่าอัศจรรย์แบบนี้มาก่อน นี่ล้มล้างความรู้ความเข้าใจของเขาเลย ปากแผลไม่ได้เย็บ แต่เลือดไม่ออก กระดูกซี่โครงถึงขั้นถูกจัดเคลื่อน ใกล้บริเวณหัวใจ “คุณนายโจว อีกฝ่ายไม่ได้ใช้อะไรจริงๆ เหรอ?” หัวหน้าแพทย์แผนกศัลยกรรมมองผู้หญิงพลางถาม
“หัวหน้าเยว่ คุณถามฉันมาสามรอบแล้ว อาการสามีฉันเป็นยังไงบ้างคะ?” หญิงสาวขมวดคิ้วเบาๆ ขณะมองชายวัยกลางคนสวมชุดกาวน์พลางถาม
“อ้อ ขออภัยครับ วิธีที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตคนช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน ผมไม่อยากจะเชื่อเลย”นัยน์ตาหัวหน้าเยว่เผยความรู้สึกผิด แล้วยิ้มเจื่อนพลางพูด
