-14- ไม่มีสิทธิ์
" พี่ติณ ทำไมไปนานจัง มีเรื่องอะไรรึป่าว " โบอิ้งถามขึ้นเมื่อชายหนุ่มเดินกลับมาที่รถ
" ทำไมไม่นั่งรอในรถ " พี่ติณเสียงเข้มใส่ฉัน ฉันเห็นเขาไปนาน โทรไปก็ไม่รับ ฉันคิดว่าเขาต้องมีเรื่องกันแน่ ๆ เลยคิดว่าจะลงไปหา แต่ไม่ทันได้เดินไปไหน เขาก็ ออกมาจากตึกวิศวะพอดี
" อิ้งเห็นพี่ไปนาน " ฉันพยายามจะอธิบายแต่คนตัวสูงไม่ฟัง เขาเดินมาเปิดประตูฝั่งฉัน ก่อนจะขึ้นเสียงดุ
" ขึ้นรถ ชอบให้ผู้ชายมองงั้นเหรอ " เมื่อพี่ติณพูดขึ้นทำให้ฉันหันไปมองสำรวจรอบ ๆ ซึ่งก็มีสายตาของกลุ่มผู้ชายที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ข้างตึก มองมาที่ฉันจริง ๆ
ฉันน่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในบริเวณนี้
ผู้ชายมหาลัยนี้หน้าตาดีเกือบทุกคนเลยนะ ฉันแอบชำเลืองมองไปรอบ ๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตัวสูงเสยคางฉัน ให้หันกลับมามองที่เขา
" จะมองอีกนานไหมขึ้นรถ " เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม ชวนขนลุก ก่อนที่คนตัวสูงจะตวัดสายตาไปเขม็งใส่กลุ่มนักศึกษาที่มองมาที่ฉัน จนพวกเขาลุกขึ้นเดินออกไป
" ทำไมต้องทำเสียงดุด้วย " ฉันถามพี่ติณ เมื่อเขาขึ้นมาบนรถ ด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ เวลาโดนคนตัวสูงดุ หรือขึ้นเสียงใส่
"ฟู่วว" เขาพ่นลมหายใจออกมาพยายามความคุ้มอารมณ์ที่กำลังเดือดอยู่ภายใน
" พี่ไม่ชอบให้ใครมองเรา "
" ไม่เห็นเกี่ยว เขาก็แค่มองเอง "
ติ้ง ~
(jack : โบอิ้งพรุ่งนี้ว่างไหม ) เสียง DM ดังขึ้นโทรศัพท์ฉันวางไว้ใกล้พี่ติณ แน่นอนว่าเขาเห็นข้อความที่ส่งมา ฉันเอื้อมมือเพื่อจะไปหยิบโทรศัพท์มาตอบ แต่ทว่า
" ใคร " พี่ติณถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม
" เพื่อน " ฉันตอบกลับไป
" คนไหน " เสียงเข้มถามขึ้นอีกครั้ง
" คนที่พี่เจอตอนไปส่งอิ้งไง "
" หึ แค่เพื่อนเหรอ "
" พี่เป็นอะไรของพี่ " ยิ่งคนตัวสูงทำเสียงเข้มดุ ท่าทีนิ่งขรึม ยิ่งทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก ปนหัวเสียขึ้นมาด้วย
" พี่ไม่ชอบ "
" พี่่มีสิทธิ์อะไรมาไม่ชอบ " ฉันขึ้นเสียงและเผลอหลุดปากพูดไป ทำเอาคนตัวสูงนั่งนิ่งเงียบกว่าเดิม
"อื้ม พี่ยังไม่มีสิทธิ์ใช่ไหม " คำพูดนิ่งเรียบที่ฟังก็ดูออกว่าเขาต้องน้อยใจแน่ ๆ ที่ฉันพูดคำนั้นออกไป
" เอ่อ...อิ้งขอโทษ ไม่ใช่อย่างนั้นพี่ติณ คืออิ้งไม่ได้ตั้งใจ อิ้งแค่รู้สึกไม่ชอบเวลาพี่มาหงุดหงิด หรือขึ้นเสียงใส่อิ้งแบบนี้ อิ้งทำตัวไม่ถูก " ฉันพยายามอธิบายกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
" มันก็จริงอย่างที่อิ้งพูด.....พี่ไม่มีสิทธิ์... พี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เราคุยกันอยู่ตอนนี้ มันอยู่ในสถานะอะไร "
ฉันถึงกับไปไม่ถูก เพราะเราไม่มีสถานะกันจริง ๆ แฟนก็ไม่ใช่เพราะเขายังไม่ได้ขอ หรือจะคนคุยแบบมีซัมติงกัน เอาไงดี ตัวฉันเองก็ยังไม่แน่ใจในความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน ฉันกับพี่เขามันดูรวดเร็ว รวบรัดไปหมด ไม่ทันได้ตั้งตัว
" พี่มีสิทธิ์หวงเราไหม " เขาถามขึ้นอีกครั้ง ทำเอาใจสั่น
"เอ่อ...คือ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันรู้สึกยังไงกับพี่ ฉันไม่เคยมีแฟน "
"พี่ขอมีสิทธิ์ในตัวเราได้ไหม"
ตึกตัก ตึกตัก ~
หัวใจฉันเต้นแรงแทบจะหลุดออกมา
" คบกับพี่นะ " นี่คือการขอเป็นแฟนใช่ไหม กรี๊ดดดดดดด ถึงจะไม่มั่นใจในความรู้สึก แต่ใจสั่นชะมัดเลย เอาก็เอาวะ ลองดูก็ไม่มีอะไรน่าจะมีอะไรเสียไปมากกว่านี้แล้ว
" พี่หมายถึงคบแบบไหน " ฉันถามย้ำเผื่อความมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียว
" เป็นแฟนพี่นะ " ใจฉันแทบหยุดเต้น แต่ต้องนิ่งไว้ เก็บอาการหน่อยโบอิ้ง
" เอ่อ...อื้ม ลองดูก็ได้ "
" งั้นพี่มีสิทธิ์หวง หึง ในตัวเราแล้วใช่ไหม "
" มั้ง แต่อย่าเยอะ แฟนไม่ใช่พ่อ " ฉันตอบกลับ
" แต่พี่อาจจะหวงเธอมากกว่าพ่อนะ " ฉันหันหน้าหนีเขา ฉันเขิน หน้าร้อนจนจะระเบิดได้อยู่แล้ว
"โบอิ้ง" พี่ติณเรียกฉัน แต่เมื่อหันไป
ฟอดดด~
ฉันหันมาแก้มชนกับปากเขาพอดี
" พี่ติณ อะไรของพี่เนี่ย " ฉันตีไปที่แผงอกแกร่งของเขาแก้เขิน
"แฟนพี่น่ารักจัง แต่วันหลังไม่ใส่กระโปรงตัวนี้ได้ไหม ขาเราขาวพี่หวง " หน้าฉันร้อนผ่าว ทั้งกับคำพูดและการกระทำของเขา
" เกี่ยวอะไรกับขาอิ้ง " แล้วมือเขาก็ไม่อยู่นิ่ง วางบนต้นขา ลูบวนไปวนมา จนฉันเริ่มเกิดความรู้สึกอะไรบ้าง แต่ต้องหยุดมันไว้ก่อน
" พี่ติณ หยุดอย่าลูบแบบนั้น " ฉันเอ่ยบอกคนตัวสูง
" ถ้าไม่ให้พี่ลูบ วันหลังก็อย่าใส่สั้นนะครับ “
"เอามือออกพี่ติณ " ฉันแผ่วเสียงดุ ตีมือเขา
" ที่พี่ไม่ให้เราใส่เพราะพี่หวง ไม่อยากให้ใครมอง พี่มองได้คนเดียว เข้าใจไหมครับ "
เขาโน้มเขามากระซิบเสียงแหบพร่า พร้อมทั้งเลื่อนมือมาลูบต้นขาฉันจนรู้สึกหวาบหวิบ
" มันขาว จนทำให้มีมีอารมณ์ด้วยรู้ไหม "
"พี่ติณหื่น ทะลึ่ง " ฉันแห่วเสียงใส่เขาก่อนที่จะพยายามดึงกระโปรงตัวสั่นจิ๋ว เพื่อปิดขาแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย พี่ติณยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อฉันหันไปมอง
" จำข้อแลกเปลี่ยนที่พี่บอกได้ไหม " พี่ติณเอ่ยถาม ทำให้ฉันนึกขึ้นได้
' ถ้าจะใส่ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน '
' พี่จะบอกตอนไปรับ ห้ามปฏิเสธ '
คำพูดของพี่ติณที่บอกว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยนและห้ามปฏิเสธ อย่าบอกนะว่า
หึ เจ้าเล่ห์นักนะ ฉันนึกใจ เมื่อนึกย้อนถึงคำพูดของเขาเมื่อเช้า
เขามักจะชอบแกล้งหื่นใส่ฉันตลอด ถ้าฉันแกล้งหื่นใส่เขากลับละ เขาจะเสียอาการไหม
" ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ "
ฉันเอนตัวพิงไปยังคนตัวสูงกว่าที่กำลังขับรถ แกล้งลูบที่ต้นขาเขาเหมือนที่เขาทำกันฉัน ทั้งขาด้านนอกด้านในลูบจนเกือบถึงกลางลำตัว แล้วก็หยุดไว้ เมื่อเงยขึ้นไปมองคนตัวสูงเม้มปากแน่น ฉันก็ยิ่งได้ใจ แกล้งเขาต่อลูบไล้ไปตามส่วนต่าง ๆของร่างกายเขาอย่างเบามือ เข้าไปในเสื้อเชิ้ตบ้าง
ลูบวนแผงอก จนมาถึงเม็ดบัวที่แข็งเป็นไต
" นี่อะไรน่า " ฉันลูปวนไปวนมา แกล้งหยิกเบาๆ
" แกล้งพี่เหรอ " เขาเอ่ยถามพร้อมจับมือฉันไว้
" ป่าวสักหน่อย ป่าวแกล้งนะ "
" ลูกชายพี่ตื่นขึ้นมาต้องรับผิดชอบด้วย เข้าใจไหม " เข้าดึงมือฉันออกจากอกแกร่งไปจับกุมมือประสานไว้แน่น ตั้งที่หน้าขาเขา
" จับมืออิ้งไว้ทำไม " ฉันเอ่ยถามเสียงกระเส่าข้างหู
" มือจะได้ไม่ซน ถ้าถึงห้องเมื่อไหร่เก่งให้ได้เหมือนในรถนะครับ "
" อะไรของพี่ ไม่รู้ไม่ชี้ " ฉันเอ่ยออกไปแต่ก็ยังพิงซบไหล่เขาอยู่
" อิ้งหิว แวะกินข้าวก่อนได้ไหม "
" กินพี่แทนก็ได้นะ "
หมับ!
ฉันง้างมือจะตีเข้าที่แผงอกแกรง แต่ก็ถูกมือหน้าคว้าไว้ได้
" เขินแล้วชอบทำร้ายร่างกายพี่น่ะเรา "
ฟอด ~
" พี่ติณ " ฉันแห่วเสียงใส่คนตัวสูงไม่จริงจังนัก
" ข้อแลกเปลี่ยน คืนนี้ไปนอนคอนโดกับพี่นะครับ " ฉันพยักหน้าตอบรับ แต่ก็ต้องชะงักกับอะไรบ้างอย่าที่กำลังผงาดอยู่ใต้ร่มผ้าของร่างสูง
ทำให้ฉันอดนึกถึงตอนมันเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ไม่มีสิ่งปกปิดไม่ได้
" อึก! " ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เอ่อ... พี่ติณ ของพี่่มัน " ฉันเอ่ยบอกพร้อมกวาดสายตาไปกลางลำตัวของชายหนุ่ม
" เป็นเพราะใครละ ต้องรับผิดชอบแล้วไหม "
"พี่ทำให้มันสงบก่อนซิ มันชี้หน้าแบบนั้นจะลงไปกินข้าวยังไง "
" มันทรมานรู้ไหมครับ " พี่ติณกัดฟันพูดทั้งพยายามควบคุมอารมณ์ และน้องชายของเขาให้สงบลง แต่มันก็ไม่มีวี่แววที่จะสงบลงเลย
ฉันแกล้งเขาแรงไปรึป่าวนะ แต่ก็ไม่หรอกสนุกดี ฉันแอบนึก และแอบขำท่าทีของเขา น่าสงสารจัง
" มันไม่ลงครับ "
“โบอิ้ง ลงไปสั่งข้าวก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ตามลงไป เรานั่งจ้องอยู่แบบนี้น้องชายพี่ไม่ลงแน่ ๆ ครับ "
" แบบนั้นก็ได้ค่ะ ถึงห้องเดี๋ยวโบอิ้ง รับผิดชอบให้ ฟอด ~ "
