บทที่ 15
ท่านแม่ทัพกำลังหึงเสียแล้ว
หลังจากปล่อยให้เหวินหรงยืนคอยอยู่นานในที่สุด ฉินเย่าหานก็วางผ้าลงก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานาง สายตาคมกริบนั้นเหมือนจะมองทะลุไปถึงขั้วหัวใจ
“เจ้าคิดอย่างไรกับเรื่องเมื่อวาน”
เหวินหรงไม่ต้องเสียเวลาคิดก็นึกออกทันที... ว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องอันใดก็คงหนีไม่พ้นที่สวี่เจิ้งสั่งให้นางขโมยตราประทับนั่นแหละ เขาคงอยากถามเพื่อลองใจว่านางคิดเห็นเช่นไร
เหวินหรงยืดตัวตรง สบตาเขาอย่างมั่นใจก่อนเอ่ยตอบ
“เรื่องเมื่อวานยิ่งทำให้ข้าตาสว่างนักว่าข้านั้นคิดถูกแล้วที่เลือกอยู่ข้างท่าน... ไม่ใช่ครอบครัวที่เห็นข้าเป็นแค่หมากในกระดานความรุ่งเรือง โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าข้าจะตายหรือไม่” นางเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดย้ำจุดยืนของตนให้ชัด “ข้ายังคงยินดีทำตามที่เคยสัญญาไว้เจ้าค่ะ”
ฉินเย่าหานจ้องนางนิ่งอยู่นาน นานจนเหวินหรงเริ่มใจคอไม่ดี เขาไม่ได้แค่ฟังคำพูด แต่เหมือนกำลังจับผิดทุกจังหวะการหายใจของนาง สุดท้ายเขาก็พยักหน้าเบาๆ
“งั้นยังก็ไม่ต้องตอบอะไรกลับไป... รอคำสั่งจากข้าก่อน”
“เจ้าค่ะ” เหวินหรงรับคำและรอจนดูเหมือนเขาจะไม่มีอันใดจะพูดแล้วก็เตรียมจะเผ่นออกจากห้อง ทว่าเสียงเย็นเยียบกลับรั้งนางไว้
“อย่าคิดทรยศข้า”
เหวินหรงชะงักกึก หันกลับมามองเขาด้วยสายตาสงสัยว่านางไปทำอันใดให้เขาคิดว่ากำลังทรยศกันแต่แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดถึงเตือนนางเช่นนี้ “วันนี้เจ้าออกไปพบคู่หมั้นเก่ามาไม่ใช่หรือ? ข้าแค่เตือนสติเจ้าไว้... กลัวไฟเก่ามันจะกลับมาปะทุอีกให้เสียการเสียงานก็เท่านั้น”
เหวินหรงนิ่งไปอึดใจ ก่อนที่มุมปากจะแอบกระตุกยิ้มไม่รู้ว่านางคิดเข้าข้างตนเองไปไหม แต่อาการแบบนี้มัน...
“ไม่ใช่ว่าตอนนี้... ท่านแม่ทัพกำลังหึงข้าอยู่หรอกหรือเจ้าคะ?”
เปรี้ยง! เหมือนฟ้าผ่ากลางห้องทำงาน ฉินเย่าหานชะงักจนเกือบทำดาบหลุดมือ เขาตวัดสายตาขุ่นเคืองมองนางทันที
“ข้าไม่มีทางหึงเจ้า! ข้าแค่เตือนเรื่องหน้าที่! ไม่รู้ว่าป่านนี้ชาวเมืองจะนินทาข้าอย่างไรบ้างแล้วที่เมียตัวเองออกไปอ่อยผู้ชายกลางตลาด...” เขาขึ้นเสียงแข็งแก้ตัวพัลวัน “คืนนี้มาฝนหมึกให้ข้าที่นี่ ถือเป็นการลงโทษ! เจ้าออกไปได้แล้ว”
เหวินหรงยังคงยิ้มกริ่มดูไม่เข้าใจที่เขาพูดแล้วยิ่งพอเห็นนางยังลอยหน้าลอยตา ฉินเย่าหานก็เริ่มอารมณ์ไม่คงที่ ตะคอกไล่เสียงหลงทันที
“ออกไปได้แล้ว! ก่อนที่ดาบในมือข้าจะไปอยู่บนคอเจ้า!”
“เจ้าค่ะๆ ไปแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ!”
นางหัวเราะคิกคักแล้วรีบวิ่งป่าราบออกจากห้องไปทันที เพราะขืนอยู่นานกว่านี้ดาบอาจจะลอยมาจริงๆ
...
ตกดึกสงัดคืนนั้นเองสวี่เหวินหรงหลังจัดการตนเองเสร็จก็เดินมาหยุดที่หน้าห้องทำงานตามนัดหมายที่เขาบอกว่าให้นางมารับบทลงโทษ นางสังเกตได้ว่าวันนี้ไม่มีบ่าวคอยรับใช้อยู่หน้าห้องเหมือนทุกทีคงกะจะใช้งานนางคนเดียวเต็มที่เลยสินะ
ฉินเย่าหานที่นั่งหน้าเคร่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าเหวินหรงมาแล้วก็เอ่ยสั่งงานทันที
“รินชาให้ข้าก่อน แล้วค่อยมาฝนหมึก”
เหวินหรงรับคำอย่างว่าง่าย นางรินชาเสร็จก็เดินไปที่แท่นฝนหมึก... ทว่าพอเห็นอุปกรณ์วางเรียงกัน นางกลับยืนนิ่งสนิท เพราะปกตินางก็ใช้ถาวฮวาทำส่วนนางก็แค่นั่งดูเฉยๆ พอต้องมาทำเองจริงกลับไม่รู้ต้องทำอย่างไร แต่แค่ฝนแท่งหมึกให้มีน้ำสีดำ ๆ ออกมาก็ไม่น่าจะยากนักมือเรียวจึงลองถูแท่งหมึกลงไปมั่วๆ จนสุดท้ายแท่งหมึกเจ้ากรรมก็ลื่นหลุดจากมือกระแทกแท่นหินเสียงดังสะท้านห้องแสนเงียบสงบทันใด
ฉินเย่าหานเงยหน้าขึ้นมองทันที ส่วนเหวินหรงผู้ทำผิดก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้พลางเอ่ยบอกแก้เก้อ
“คือ... ข้าว่าข้าไปตามบ่าวมาทำให้ดีกว่าเจ้าค่ะ ดูเหมือนข้าจะ... ไม่ค่อยมีพรสวรรค์ด้านนี้เท่าไหร่นัก”
“หยุด” ฉินเย่าหานสั่งเสียงเข้มก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงมาหานาง “มานี่... เดี๋ยวข้าทำให้เจ้าดูก่อน”
เขาหยิบแท่งหมึกที่ตกขึ้นมา แล้วเริ่มสาธิตวิธีการฝนหมึกอย่างใจเย็น ทว่าด้วยพื้นที่ที่จำกัด ทำให้กลายเป็นว่าร่างสูงใหญ่ของฉินเย่าหานต้องยืนซ้อนหลังเหวินหรงในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น เหวินหรงเริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แรกๆ ก็มองวิธีทำอยู่หรอก แต่พักหลังชักจะเริ่มเผลอไผลไปมองใบหน้าคมเข้มข้างๆ แทน
เวลาเขาตั้งใจทำอะไรก็ดูน่ามองกว่าที่คิดแฮะ เหวินหรงแอบพินิจคิ้วเข้มและสันกรามของเขาจนเพลิน ทว่าจู่ๆ ฉินเย่าหานกลับหันหน้ามาสบตานางเข้าอย่างจัง!
ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด บรรยากาศเงียบสงัดรอบข้างเริ่มก่อรวมกลายเป็นความหวานซึ้งที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ใบหน้าของคนทั้งคู่ค่อยๆ เลื่อนเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า
ริมฝีปากกำลังจะแตะกัน...
“ท่านแม่ทัพขอรับ!!!”
เสียงตะโกนจากหน้าห้องทำเอาทั้งคู่กระเด้งตัวออกจากกันราวกับติดสปริง! เหวินหรงรีบยกมือจัดผมตัวเองพัลวัน ส่วนฉินเย่าหานรีบหันไปอีกทาง กระแอมไอแก้เก้อก่อนจะตะคอกถามต้นเสียงแฝงความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
“มีเรื่องอะไรถึงได้มาเอะอะยามวิกาลเช่นนี้!”
“แย่แล้วขอรับท่านแม่ทัพ! ฮูหยินผู้เฒ่าอาการทรุดหนัก ตอนนี้คนกำลังไปตามท่านหมอ คุณหนูจิ้นสั่งให้บ่าวมาเชิญท่านแม่ทัพไปหาด่วนขอรับ!”
บรรยากาศเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุก สีหน้าของฉินเย่าหานเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด เขาไม่เสียเวลาเอ่ยคำลาแม้แต่คำเดียว รีบสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างเร่งร้อน
เหวินหรงขยับเท้าจะตามไปโดยสัญชาตญาณ ทว่านางกลับชะงักฝีเท้าไว้... หากนางที่คนป่วยเกลียดเข้าไส้โผล่หน้าไปตอนนี้ อาจจะกลายเป็นอาการหนักกว่าเดิมก็เป็นได้
...ขอให้เวิ่นซู่อวี้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด
