ตัดสินใจสวมบท 2
พร้อมเอ่ยถามออกไปว่า
“ทำไมเขาถึงทำกับข้าเช่นนี้?”
“ตั้งแต่ที่พวกเรามาอยู่ที่นี่ พวกเราก็ถูกกลั่นแกล้งรังแกมาโดยตลอด นำโดยแม่ชีไป๋จิ้งเจ้าค่ะ”
“เอ๊ะ ไป๋จิ้ง ไป๋เหลียนซือ พวกนางทั้งคู่เป็นอะไรกัน?”
จิ้นกั๋วรั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงงเต็มขั้น
ไป๋เหลียนซือเป็นถึงนางเอกในนิยายที่จิ้นกั๋วรั่วซีปลาบปลื้มในความจิตใจดี หน้าตาดีเลยเชียวนะ แล้วเธอจะมามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันกับแม่ชีนามไป๋จิ้งได้ยังไงกันมิทราบ
“แม่ชีไป๋จิ้งอ้างว่าตนเองเป็นป้าแท้ๆ ของคุณหนูไป๋เหลียนซือ จึงได้หาเรื่องกลั่นแกล้งรังแกพวกเราเป็นการแก้แค้นคืนให้กับหลานสาวเจ้าค่ะ แม่ชีไป๋จิ้งเองไหนนางจะสั่งให้คุณหนูไปตักน้ำผ่าฟืน อีกทั้งยังคอยยกน้ำล้างเท้ามาให้กับนางอีก ล่าสุดคุณหนูมิยอมทำตามคำสั่งนาง นางจึงได้บีบคอคุณหนูเข้าเจ้าค่ะ ส่วนข้าเองก็ถูกบังคับให้เทกระโถนการขับถ่าย และคอยรับใช้ทั่วไปพวกนางด้วยเจ้าค่ะคุณหนู” แม่นมฮั่วตอบกลับมาด้วยความคับข้องใจ
“อ้อ ข้าพอที่จะเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้บ้างพอลางๆ แล้ว เอาล่ะ วันนี้พวกเราก็เหนื่อยกันมามากแล้ว แม่นมฮั่วช่วยไปนำน้ำมา ให้ข้าทำความสะอาดร่างกายและล้างเท้าเสียหน่อยเถอะ”
จิ้นกั๋วรั่วซีสั่งการลงไปน้ำเสียงนุ่ม
“เจ้าค่ะคุณหนู” แม่นมฮั่วกล่าวรับคำก่อนจะรีบไปทำตามคำสั่งด้วยความรวดเร็ว แต่ในขณะที่จิ้นกั๋วรั่วซีกำลังแช่เท้าอยู่นี้ ประตูอาศรมของนางก็ถูกพังเข้ามาเสียก่อน นำโดยไป๋จิ้งแม่ชีร่างใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าทีมในการรังแกเจ้าของร่างเดิมเดินนำหน้าเข้ามาก่อน ก่อนนางจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงข่มขู่ว่า
“เจ้ายังไม่เข็ดใช่หรือไม่ เหตุใดจึงกล้าต่อต้านข้า ไม่กลัวว่าตนเองจะมาสิ้นใจตายยังอารามป่าไผ่นี่หรืออย่างไรกัน?”
“ก็แล้วยังไง?” จิ้นกั๋วรั่วซีเลิกคิ้วถามอย่างไม่ยี่หระ
“เจ้า หนอยแน่ พวกเจ้าเข้าไปจับนางเอาไว้ให้ข้าที”
แม่ชีนามไป๋จิ้งเอ่ยออกมาเสียงดัง ก่อนทุกคนจะกรูเข้ามาหมายจับตัวแม่นมฮั่วและจิ้นกั๋วรั่วซีเอาไว้ด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
จิ้นกั๋วรั่วซีเห็นอย่างนั้นก็ไม่รอช้า เธอจัดการจับพวกเธอตบเข้าไปที่ใบหน้าคนละไม่ต่ำกว่าสี่ครั้งเรียงตัวก่อนจะเตะอัดทุกคนเข้ามุมห้องไป แม่นมฮั่วจึงได้จัดการพวกนางต่อ
แม่ชีไป๋จิ้งเห็นอย่างนั้นก็รีบกระโจนเข้าใส่จิ้นกั๋วรั่วซีด้วยความโมโห ก่อนจะถูกจิ้นกั๋วรั่วซีรัวหมัดเข้าใส่ครึ่งปากครึ่งจมูกจนเลือดสดสีแดงฉานไหลซึมไปทั่วใบหน้า หลังจากนั้นจิ้นกั๋วรั่วซีจึงใช้เศษผ้ารัดคออีกฝ่ายไว้จนแม่ชีนามไป๋จิ้งแทบจะขาดอากาศหมดลมหายใจไป นางถึงยอมปล่อยอีกฝ่ายให้ได้หายใจหายคอเสียหน่อย
“ทราบมาว่าก่อนหน้านี้แม่ชีไป๋จิ้งชอบใช้แรงงานข้าให้ทำงานหนักทุกอย่าง อีกทั้งยังสั่งให้คนมารังแกข้าด้วย นับจากนี้ไปเกรงว่าพวกเราเห็นทีต้องสลับหน้าที่กันและกันแล้ว”
หลังกล่าวจบจิ้นกั๋วรั่วซีก็กดใบหน้าบวมๆ ของอีกฝ่ายให้จุ่มลงไปในน้ำล้างเท้าของตนพร้อมเอ่ยออกไปว่า
“แม่ชีไป๋จิ้ง น้ำล้างเท้าของข้าอร่อยมั้ย เจ้ากินให้หมดเลยนะ ส่วนพวกเจ้าทั้งสี่คน ให้ช่วยกันทำความสะอาดและซ่อมแซมประตูอาศรมของข้าให้เสร็จเรียบร้อยจึงกลับไปได้”
จิ้นกั๋วรั่วซีสั่งการน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะใช้เชือกมัดตัวพวกนางเอาไว้ให้แม่นมฮั่วคอยติดตามพวกนางไปอีกที ป้องกันการหลบหนีเอาไว้ก่อน
“เจ้าต้องไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่”
แม่ชีไป๋จิ้งกล่าวข่มขู่ขึ้นด้วยความเจ็บแค้น
“ข้าจะอยู่อย่างสงบสุขหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา เจ้านั่นต่างหาก จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้สักกี่วัน จำไว้ไป๋จิ้งหากมีคนมุ่งทำร้ายข้ามากเท่าใด ชีวิตของเจ้าก็ยิ่งจะเข้าสู่ความตายมากไปเท่านั้นอีกหลายเท่าตัว ข้าเมิ่งจินเจียวพูดจริง ทำจริง พูดคำไหนคำนั้น หากอยากจะมาสู้กัน ก็ต้องลองดู และถ้าข้าทราบมาว่าเจ้าแอบลอบส่งข่าวนี้ออกไป อันดับแรกข้าจะตัดมือเจ้าก่อนสองข้าง หลังจากนั้นค่อยควักตาและตัดลิ้นเจ้าเป็นลำดับถัดมา เช่นนี้ดีหรือไม่?”
จิ้นกั๋วรั่วซีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเยียบเย็น เธอตัดสินใจแล้วว่านับจากนี้ไปเธอจะสวมบทเป็นเมิ่งจินเจียวหลานสาวของนางร้ายให้ดีที่สุด และสมบทบาทมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ทันใดนั้นเอง
“รั่วซี ข้าขอฝากให้เจ้าใช้ชีวิตต่อไปแทนข้าด้วย และช่วยลบล้างมลทินให้กับข้าด้วยนะ”
น้ำเสียงแว่วหวานที่ลอยมาตามสายลมเอื่อย ทำให้จิ้นกั๋วรั่วซีรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่างกายก่อนเธอจะสะบัดศีรษะไปมาเบาๆ พร้อมตอบอีกฝ่ายออกไปในใจว่า
“จินเจียว เธออย่าห่วงไปเลย วางใจเถอะ”
“ขอบใจมาก รั่วซี ข้าจะอยู่ข้างเจ้าไปก่อนในช่วงนี้ เมื่อพลังของข้ามากพอ ข้าจึงจะยอมจากไปอย่างหมดห่วง”
