-03-ไม่เมา
4 เดือนก่อน…
“ปุยฝ้ายกูไปชมรมดนตรีก่อนนะ”
“ไปทำไม ไปด้วยดิ”
“ไปเอาของที่ธันวา แป๊บเดียว”
“ธันวา! ใครวะ”
“ญาติกู มึงไม่เคยเจอ”
“ไปด้วย”
“มึงไปรอพิงค์หน้าตึกให้กูหน่อย”
“อะไรของมึงเนี่ย ไปด้วยดิ”
“กูรีบไปรีบมา มึงไปด้วยเดี๋ยวก็บ้าผู้ชายอีกอะ”
“มึงเห็นกูเป็นคนอย่างนั้นหรอทราย”
“เออค่ะ คุณเพื่อน”
“ชิ” ไม่ทันที่ปุยฝ้ายจะได้เถียงกลับ ทรายก็เดินหนีออกไปก่อน
“ปุยฝ้าย ทำไมทำหน้างั้นอะ” พิงค์ แฟนสาวของทรายที่พึ่งลงจากตึกเรียนเดินเข้ามาหาปุยฝ้าย แต่หน้าตาของอีกฝ่ายกลับบึ้งตึงเหมือนพึ่งถูกใครขัดใจมา
“เปล่า เซ็งเฉย ๆ ทรายไม่ให้ไปด้วย” ปกติปุยฝ้ายกับทรายมักตัวติดกันจนเพื่อนในกลุ่มคิดว่าทั้งสองคนมีซัมติงกัน
‘ถ้าไม่ติดว่าฉันไม่ชอบตีฉิ่ง ก็กะว่าจะเอาไอ้ทรายนี่แหละทำผัวแทน’
‘แต่เผอิญไม่ชอบ มันไม่ถึงใจ’
“แล้วทรายไปไหนอะ”
“ไปชมรมดนตรี”
“ไปหาธันวาแน่เลย”
“เออ ๆ ใช่ ชื่อธันวาอะไรนี่แหละ รู้จักด้วยหรอ”
“รู้จักดิ เพื่อนกันตั้งแต่ประถมละ เป็นญาติห่าง ๆ ของทราย”
“อืม หล่อปะ” ไม่สนเรื่องนั้นหรอก จะเป็นญาติหรืออะไรก็ช่าง
“ได้อยู่นะ”
“ฮ่า ๆ ได้อยู่แปลว่าอะไร” ถ้าหล่อก็ต้องบอกหล่อเลยสิถึงจะได้น่าสนใจหน่อย แต่นี่ได้อยู่ สงสัยคงหน้าตาเฉย ๆ ดีละที่ไม่ไป
“ต้องเจอเองอะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ฮ่า ๆ”
เราสองคนต่างพูดคุยเรื่องไร้สาระกันไปเรื่อยระหว่างรอทราย
“ปุยฝ้าย ดื่มกันหน่อยปะคืนนี้” พิงค์หันไปกระซิบข้างหูเป็นจังหวะที่ทรายเดินมาถึงพวกเธอสองคนพอดี
“บี้ทำไรอะ” ทรายตะโกนขึ้นพร้อมเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างปุยฝ้ายกับพิงค์ให้ออกห่างจากกัน
“อะไรอะตัวเอง” เป็นเรื่องปกติเมื่อพิงค์กับทรายอยู่ด้วยกันก็มักจะใช้น้ำเสียงมุ้งมิ้งเสียงสองเสียงสาม
ทำเอาปุยฝ้ายที่ยืนอยู่อยากจะกลอกตามองบน รู้สึกเลี่ยนหูกับน้ำเสียงที่ทั้งคู่ใช้พูดคุยแทนตัวเอง
“มึงคุยอะไรกับเมียกูปุยฝ้าย”
“เหอะ ถามไรกู ถามเมียมึงดิ” ปุยฝ้ายแย่งกุญแจรถในมือทรายมาก่อนจะเดินไปยังรถโดยไม่รอทรายและพิงค์ที่ยืนพูดคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่
ไม่นานทั้งสองก็ตามขึ้นมาบนรถ ปุยฝ้ายเปิดทั้งแอร์และเพลงไว้เสียงดัง ส่วนเจ้าตัวนั้นปรับเบาะหลับตานอนอย่างสบายใจ
“กูก็คิดว่ามึงจะขับเห็นแย่งกุญแจรถมา” เป็นทรายที่บ่นขึ้นเมื่อเปิดประตูรถหรูเจ็ดที่นั่งของครอบครัวซึ่งใช้ขับมามหาลัยก็เห็นปุยฝ้ายนอนอยู่ด้านหลัง
“ไม่อะ กูขี้เกียจฟังพวกมึงหวานกันเลี่ยนหู”
“เออ” ทรายตอบกลับอย่างตัดรำคาญ ปกติก็มักจะเป็นเธออยู่แล้วที่คอยขับรถเพราะไม่ไว้ใจฝีมือของปุยฝ้ายสักเท่าไหร่
“สรุปมึงดื่มปะ คืนนี้”
“มึงดื่มกูก็ดื่มอะ ได้หมด”
“ดื่มที่บ้านนะบี้ เมาจะได้นอนเลย โอเคมั๊ย”
ทรายหันไปถามพร้อมยกมือลูบผมพิงค์เบา ๆ
“โอ๊ยยย รำคาญหวานกันอยู่ได้” เป็นปุยฝ้ายที่เปล่งเสียงออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อทั้งสองคนสวีตกันปานมดจะขึ้น
“ฮ่า ๆ พอแล้วบี้ เดี๋ยวปุยฝ้ายอกแตกตายพอดี”
“ช่างมัน”
“เหอะ อย่าให้กูมีผัวขึ้นมานะ”
“มึงก็เลือกสักคนดิ ผู้ชายในสต็อกอะตามจีบกันให้ควั่ก เล่นตัวอยู่ได้”
“เรื่องของกู”
…
“นั่งยิ้มอะไรของมึงปุยฝ้าย”
“เปล่า”
เมื่อมาถึงบ้านทราย ทั้งสามต่างก็ไม่รอช้า ดื่มกันทันทีตั้งแต่ฟ้าไม่ทันมืด
“บี้ลองกินอันนี้ดู อร่อย”
“เค้ามึนแล้วไม่ไหว แค่นิดนึงนะ”
“ไม่เอา ๆ”
“เล่นเกมกันดีกว่า”
“เกมไรอะไรของมึงทราย”
“เป่ายิงชุบ”
“ติ๊งต๊อง”
“แก้เบื่อไหมล่ะ มาเร็ว ๆ”
“มึง เดี๋ยวมึงออกกรรไกรนะ” ทรายกระซิบบอกปุยฝ้ายเพื่อให้เธอสองคนออกเหมือนกัน
“อะไรของมึง”
“เอาน่า กูจะมอมเมีย” เราสามคนอยู่บ้านเดียวกัน เจ้าของบ้านก็คือไอ้ทรายนี่แหละ มันเป็นผู้หญิงห้าว ฉันคบกับมันมา 2-3 ปีละ แรก ๆ มันก็ชอบผู้ชายอยู่หรอก แต่หลัง ๆ เบี่ยงเบนมาตีฉิ่งแทน
ส่วนพิงค์ เคยเป็นเพื่อนกับทรายตั้งแต่ปฐม แต่พอไอ้ทรายย้ายโรงเรียนก็ไม่ได้เจอกันอีก เธอเป็นรุ่นน้องพวกเราปีนึง แต่อายุเท่ากันนะ คือพิงค์พักเรียนไปหางานทำอยู่น่ะ เลยทำให้สอบเข้ามหาลัยช้ากว่า
ทรายกับพิงค์พึ่งเจอกันตอนรับน้องนี่แหละ ตอนแรกก็คิดว่ามันก็แค่คนรู้จักกัน ทำไปทำมาไม่ใช่ เปลี่ยนเป็นตีฉิ่งเฉย
พิงค์ก็เคยคบผู้ชาย แล้วก็พึ่งเลิกมาสด ๆ ร้อนก่อนคบกับทราย สรุปคือเริ่มหันไปตีฉิ่งด้วยกันทั้งคู่
ส่วนฉันพึ่งเลิกกับแฟน เลยขอมาพักอาศัยอยู่บ้านไอ้ทรายมัน แม่ทรายค่อนข้างใจดีเป็นกันเอง แถมทั้งพ่อทั้งแม่ยังคอแข็งสุด ๆ
เสาร์ - อาทิตย์ถ้าไม่มีเรียนบางทีพวกเราก็นั่งแฮงค์กับท่าน
แล้ววันนี้เราพึ่งสอบกันเสร็จ พรุ่งนี้จึงไม่มีเรียนเลยฉลองสักหน่อย
แต่พ่อกับแม่ไม่อยู่วันนี้ ทั้งบ้านมีแค่พวกเราสามคน และที่ไอ้ทรายชวนเล่นเกมเนี่ย ไม่ใช่เพื่อแก้เบื่ออะไรหรอก
มันจะมอมเมีย
“งือ บี้เค้าโดนอีกแล้ว”
“เอาน่านิดเดียว เดี๋ยวบีบมะนาวตาม นิดเดียว ๆ”
อึก อึก
ทำไปทำมาก็แม่ง เมียมันได้กินอยู่คนเดียว
“พอแล้วมึง พิงค์ตัวแดงเป็นกุ้งแล้วนั่น”
“ทำเหล้าปั่นกินกันดีกว่า” ปุยฝ้ายเอ่ยขึ้นเพราะถ้ายังเล่นดื่มเพียวแบบนี้มีหวังได้น็อกก่อนแน่ๆ
“เออมา เดี๋ยวกูทำให้” ทรายพูดอาสา
“โอเค อร่อย ๆ นะมึง”
“สัส! อย่าสั่ง”
“ฮ่า ๆ” ทรายมันเป็นประเภทให้ทำอะไรได้หมด แต่อย่าไปสั่งมัน เพราะจะไม่ทำเลย หรือไม่ก็ทำตรงกันข้ามแทน
ผ่านไปไม่นาน ทรายมันก็ยกถังเหล้าปั่นเข้ามา มีหลอดปักสามมุม
รสชาติเหมือนบลูฮาวาย ผสมกาโตะ แต่กลือนลงคอปุบร้อนเป็นทาง
“มึงใส่อะไรบ้างเนี่ย”
“สูตรลับ” หน้าตามันตอนนี้ไว้ใจไม่ได้เลย แต่ก็กิน อย่างมากแค่เมาหัวทิ่มแหละ
“ปุยฝ้าย มึงดูดไม่วางหลอดขนาดนั้น ยกซดเลยก็ได้นะ
“มึงใส่อะไรลงไปบ้างวะเนี่ย มึนฉิบ” อร่อยจนดูดเพลิน รู้สึกตัวอีกทีเหมือนบ้านหมุน ๆ
“สมน้ำหน้า ไปไหนของมึง”
“ห้องน้ำ”
“เดินดี ๆ” หลังจากที่ปุยฝ้ายเข้าห้องน้ำไปได้ไม่นาน ทรายก็เอ่ยเรียกและเคาะประตูเสียงดัง
“ปุยฝ้ายเร็ว ๆ เสร็จยัง”
“ที่รักอย่าพึ่งอ้วกตรงนี้นะ” เมื่อหันไปหาพิงค์ แฟนสาวกลับส่ายหน้าอย่างอดกลั้นกับสิ่งที่ดันออกมาไม่ไหว
“แป๊บนึงบี้ เดี๋ยวเค้าไปเอาถุงให้”
อุ๊บ โอ๊กกกกกก!!!! อ๊อกกกกกก!!! แหวะ!!!!
ไม่ทันที่ทรายจะไปหยิบถุงมาให้ พิงค์ก็อ้วกออกมาเป็นทางยาว ก่อนจะฟุบหลับลงหน้าห้องน้ำ
“ฉิบ ไม่น่าเลยกู” ทรายสบถออกมาเมื่อเห็นสภาพแฟนสาวซึ่งนอนฟุบหน้าห้องน้ำ รวมถึงอ้วกที่เต็มพื้นไปหมด ถ้าเธอไม่เล่นพิเรนทร์ผสมทุกอย่างที่ซื้อมา ทั้งปุยฝ้ายทั้งพิงค์คงไม่เมาเป็นหมาขนาดนี้
ตอนแรกแค่ตั้งใจมอมพิงค์ให้แค่พอมึน ๆ จะได้อ้อนเธอน่ารัก ๆ และทำกิจกรรมอย่างอื่นร่วมกัน
แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดแผนไปหมด เพราะทั้งปุยฝ้ายทั้งพิงค์กลับกินเหล้าปั่นนั้นเหมือนน้ำหวาน กินเอาๆ อย่างเอร็ดอร่อย จนเธอเองที่เป็นคนทำแทบไม่ได้ดูดสักอึก
ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทั้งคู่ถึงเมาขนาดนี้
ยังดีที่ก่อนหน้านี้ทรายดื่มไปไม่มากและเธอเองก็ถือว่าคอแข็งกว่าทั้งสองคนทำให้ไม่รู้สึกสะทกสะท้านและยังมีสติควบคุมตัวเองได้ ไม่งั้นบ้านคงเละกว่านี้
แอด~
“เป็นไรอะ” ปุยฝ้ายถามทรายที่กำลังเอาขนหนูเช็ดตัวพิงค์อยู่
“มึงอะ เข้าไปทำอะไรตั้งนาน ดูดิเละหมดเลย”
“กูเวียนหัว”
“มึงไปนอนเลย เดินดี ๆ ไม่ต้องกินแล้ว ห้ามอ๊วกด้วยได้ยินไหม กูขี้เกียจเช็ด” ทรายพูดเสียงดังตามหลังปุยฝ้ายที่เดินโซซัดโซเซไปยังเตียงนอน
“กูกินในแก้วที่เหลือหมดเลยนะ”
“มึงไม่ฟังที่กูพูดเลยหรอวะ”
“อ๊าาา” ปุยฝ้ายยกเหล้าปั่นในถังที่เหลือขึ้นซดจนหมดก่อนจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนุ่ม ๆ ของเพื่อน
“กูร้อนอะทราย ปรับแอร์ให้หน่อย”
“ปรับเองดิ”
“ปรับให้หน่อย กูลุกไม่ไหวบ้านหมุน”
ทรายที่พึ่งเช็ดตัวให้พิงค์และลากเข้ามาในห้องหลังเช็ดทำความสะอาดพื้นเสร็จโดนใช้ให้ปรับแอร์ทั้งที่รีโมตก็อยู่ข้างปุยฝ้ายแท้ ๆ แต่ยังเรียกให้เธอเดินอ้อมไปหาอีก
“มึงเมายังปุยฝ้าย”
“ไม่เมา ๆ ใครเมา ไม่มี”
