บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 คำบอกเล่าของเหลียนเหนียง

บนเรือที่แล่นเป็นขบวนไม่ช้าไม่เร็ว เฮ้อหลางเอ้าอยู่หัวเรือของเรือนำขบวน คนคุ้มกันจำนวนไม่น้อยในเรือแต่ละลำมีหน้าที่เพียงเดินตรวจบนเรือเพียงลำละสองคนในทุกครึ่งชั่วยามจึงผลัดเปลี่ยนคนขึ้นไปเฝ้าไว้เพื่อตบตาผู้คนไม่ให้เพ่งความสนใจมา มองดูภายนอกการตกแต่งสิ่งต่างๆที่วางไว้ให้เห็นคล้ายกับเรือขนสินค้าเกษตรทั่วไป ทั้งยังหลบเลี่ยงจากขุนนางที่ตรวจตราเส้นทางน้ำตลอดทางด้วย

“เงินคราวนี้จำนวนมากกว่าทุกครั้งเลยนะขอรับ ต้องใช้เรือมากถึงสามลำในการขนหีบเงินพร้อมกับอีกสามลำบรรทุกของมีค่าไหนจะเสบียงอาหารอีกกลายเป็นขบวนใหญ่ขนาดนี้”

“หุบปากของเจ้าซะ หากไม่อยากให้พวกเราต้องตายทั้งหมด มีกินมีใช้ไม่ดีหรือไร ไม่ต้องออกแรงไม่ต้องใช้สมองแค่ทำงานตามหน้าที่ มันหนักหนาหรือไง ปากเจ้าชอบหาเรื่องจริงๆ”

“โถ่ ข้าไม่ได้ว่าอะไรแค่สงสัยเฉยๆ ดูสิหีบพวกนี้เต็มไปด้วยก้อนเงิน หนทางจากที่นี่ไปถึงเมืองหลวงไม่ใช่ใกล้ๆ ”

“ของพวกนี้จัดใส่ลงเรือล่องตามลำน้ำพอถึงเมืองท่าใกล้ๆ ก็ขนขึ้นฝั่งก่อนเข้าเมืองหลวงจะมีคนมารับ ไม่ต้องกลัวไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายหรอก”

“แน่นอน เจ้านายคุ้มหัวพวกเรายิ่งใหญ่ไม่มีใครแส่หาเรื่องใส่ตัวแน่นอน”

“เจ้าไปบอกคนของเราเตรียมตัวเอาไว้ตลอดเวลา หากเกิดเหตุการณ์จะได้ลงมือได้ทันที อย่าละเลยหน้าที่”

นกพิราบสื่อสารถูกปล่อยออกไปจากมือของเฮ้อหลางเอ้า เขายืนมองมันบินห่างออกไปจนลับตา ก่อนจะหันหลังกลับไปพักผ่อนเหลือเวลาอีกสองชั่วยามกว่าๆ จะถึงจุดนัดหมายเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็เดินทางกลับไม่จำเป็นต้องติดตามหีบเหล่านี้เข้าไปในเมืองหลวง การเดินทางครั้งนี้นานเกือบครึ่งเดือนกว่าจะกลับถึงลี่เซิ่น นิสัยของอาสือเป็นอย่างไรตนย่อมรู้ดีการมอบหมายให้คนที่มีนิสัยเลวทรามเช่นสือเสิ่นหยู๋เป็นความตั้งใจของเขา หากคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเจ้านั่นต้องสร้างเรื่องขึ้นอีกแน่นอน

“สือเสิ่นหยู๋ เจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังเชียวนะ”

โรงเตี้ยมเหลียนฮวา มีเฒ่าแก่เนี้ยรูปร่างเจ้าเนื้อหน้าตาไม่นับว่าโดดเด่นเพียงแต่แววตาเป็นคนฉลาดเฉลียวแม้วัยจะกลางคนแล้วแต่ยังคงเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง ยามได้เห็นชายหนุ่มจูงม้าหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมไม่สั่งเสี่ยวเอ้อร์แต่เดินออกมาต้อนรับด้วยตนเอง

“นายท่านทั้งสาม เชิญเข้ามาก่อนโรงเตี๊ยมเหลียนฮวาของเรามีห้องพักที่สะอาดและเป็นส่วนตัว อาหารก็มีชื่อเสียงด้านความสะอาดและรสชาติสดใหม่ เข้ามาก่อนเจ้าค่ะ”

เสวียนหลงเทียนมองสภาพโดยรวมเพียงเล็กน้อยก็ก้าวเท้านำเข้าไป เสี่ยวเอ้อร์ด้านนอกรีบก้าวเข้ามาดูแลม้าทั้งสามนำไปยังโรงม้าด้านข้าง ภายในโรงเตี๊ยมมีแขกที่นั่งอยู่แล้วสองโต๊ะลักษณะเช่นพ่อค้าที่เดินทางผ่านมา ชุนเหลียนฮวารีบพาทั้งสามไปนั่งที่โต๊ะด้านข้างมีฉากกั้นเล็กน้อยมองดูเป็นส่วนตัวพอสมควร

“พวกท่านต้องการอะไรบอกข้าได้นะเจ้าคะ ที่นี่ ขึ้นชื่อคือเป็ดตุ๋นสามราตรี ปลาราดพริก ผัดผักสามสวรรค์ สุราก็มีนารีแดง ดอกเหมยเมามาย”

“เฒ่าแก่เนี้ย ท่านนำอาหารที่ขึ้นชื่อมาแล้วก็ขอสุรานารีแดงหนึ่งกา ชาร้อนสักกาแค่นี้ก่อน”

“ได้ๆ พวกท่านพักผ่อนสักครู่อาหารจะจัดเตรียมและส่งให้พวกท่านทันที”

ชุนเหลียนฮวาเคลื่อนกายอันอุดมสมบูรณ์ไปสั่งงานเสี่ยวเอ้อร์ทั้งยังกำชับให้ดูแลแขกโต๊ะเสวียนหลงเทียนเป็นพิเศษจากที่นางสังเกตชายหนุ่มทั้งสามมีลักษณะต่างจากชาวบ้านและพ่อค้าทั่วไป คนค้าขายย่อมต้องชื่นชอบผู้มีเงินทองและอำนาจบารมีเป็นธรรมดา สั่งงานเสร็จนางก็เดินอ้อมเข้าไปด้านหลังยกไหสุรานารีแดงส่งให้เสี่ยวเอ้อร์อีกคนยกไปปากก็กำชับความอ่อนน้อมถ่อมตนให้เขาด้วยว่าระมัดระวังอย่าทำไหสุราตกแตก

“สุรามาแล้วขอรับ”

“เสี่ยวเอ้อร์เมืองนี้เงียบสงบมาก ชาวบ้านคงมีกินมีใช้มากสินะ”

หลูสือเอ้อร์ทำหน้าแปลกไป มองชายหนุ่มอายุน้อยที่สุดในกลุ่มที่ถามเขาก่อนจะตอบเบาๆ เหมือนจะกลัวคนอื่นได้ยิน

“ท่านอย่าได้พูดไป คำพูดเมื่อครู่หากเป็นคนมีเงินหน่อยก็คงไม่คิดมากแต่หากเป็นชาวบ้านทั่วไปหรือคนจากต่างถิ่นที่เข้ามาทำงานที่ลี่เซิ่นนับว่าทำร้ายจิตใจพวกเขาอย่างมาก”

“ทำไมหล่ะ ข้ามองดูร้านค้ามากมาย ผู้คนก็ไม่น้อย”

เสี่ยวเอ้อร์ตรงหน้าทำมือป้องปากก่อนจะก้มน้อมตัวลงมาพูดด้วยเสียงเบาพอได้ยินในโต๊ะ

“ในลี่เซิ่น เหมืองลี่เซิ่นเป็นแหล่งงานและเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่มากกว่าครึ่ง ดังนั้นหัวหน้าและลูกน้องที่ควบคุมเหมืองมีอำนาจมากขนาดขุนนางที่ถูกส่งมาดูแลเหมืองและท้องที่ยังไม่กล้า นับเป็นทุกข์ของผู้คน

คนงานส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตเมือง พวกท่านจึงมองว่าไม่อดอยาก พวกที่ทำงานในเหมืองร่างกายดูแข็งแรงแต่สีหน้าและแววตาไร้ความหวังไร้ความสุข ที่ท่านเห็นคือชาวบ้านที่ไม่ได้ทำงานในเหมืองหรือคนต่างถิ่นที่เดินทางผ่านไปมาขอรับ”

“เป็นเช่นนั้นเชียวหรือ”

“แน่เสียยิ่งกว่าแน่ หากว่าท่านพักอยู่หลายวันก็ลองออกไปเปิดหูเปิดตาได้ แล้วถ้าพบพวกหัวหน้างานของเหมืองก็หลบเลี่ยงให้ห่าง ทางที่ดีอย่ามีเรื่องด้วยจะดีกว่า”

“ขอบใจมาก”

สวีหวินหลงยื่นเหรียญเงินส่งให้เสี่ยวเอ้อร์ พอดีกับโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปร้องเรียกเขาก็หันจากไปบริการโต๊ะด้านนั้น อาหารถูกนำมาส่งและวางบนโต๊ะทั้งสามต่างก้มหน้าก้มตาทานเงียบๆ

“ฉู่ยิ่น ข้าต้องการพักแยกจากผู้อื่น”

“ขอรับ”

ฉู่ยิ่นอิ่มพอดี ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะคิดเงินของเฒ่าแก่เนี้ยนั่งมองมานางรีบยืนขึ้นทันทีสีหน้ายิ้มแย้ม

“เฒ่าแก่เนี้ย นายท่านของข้าเลือกพักที่นี่ไม่ทราบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีที่พักที่แยกจากผู้อื่นหรือไม่ พวกเรามีธุระในลี่เซินอย่างน้อยต้องอยู่เกินสิบห้าวัน”

“มีๆ พวกท่านโชคดีอย่างยิ่ง ปกติโรงเตี๊ยมในลี่เซิ่นไม่มีเรือนแยกแต่ของเหลียนฮวาเรามี จำนวนสองหลังท่านตามข้าไปดูได้เจ้าค่ะว่าพึ่งพอใจหรือไม่ หากอยู่ยาวเช่นนี้ข้าคิดราคาพิเศษให้ได้”

“หากดีพอ พวกเราต้องการอาหารสามมื้อด้วย ท่านคิดรวมได้เลยจะมัดจำล่วงหน้าเท่าใดก็บอกมา”

“ได้ ข้าจะให้เสี่ยวเอ้อร์พาไปดูเรือนก่อน หากท่านถูกใจค่อยวางมัดจำให้ข้า”

"ได้ รบกวนด้วย"

“ท่านสามารถเรียกข้าว่าเหลียนเหนียงก็ได้นะ”

ฉู่ยิ่นยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะเดินไปตรวจดูเรือนที่พักว่าจะเลือกหลังใด

สวีหวินหลงมองตามหลังฉู่ยิ่นที่เดินไปด้านหลังพร้อมกับเฒ่าแก่เนี้ย พวกเขาน่าจะออกไปดูที่พักจึงนั่งนิ่งรอพร้อมกับเจ้านายของนางอดที่จะเหลือบไปมองหน้าเขาไม่ได้

“ใบหน้าข้ามีอะไรติดอยู่”

“เปล่าๆ ขอรับ”

“เจ้ามองบ่อยๆ ทำไม”

“เจ้านาย ท่านมีใบหน้าที่หล่อเหลาเหตุใดชอบทำหน้านิ่ง ไม่ยิ้มไม่หัวเราะบ้างขอรับ”

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำตามใจใคร”

ตามใจท่านเถอะ ข้าแต่พูดออกไปเพราะว่าท่านถามข้าเท่านั้นแหล่ะ สวีหวินหลงก้มหน้าลงทำปากขมุบขมิบนางน่าจะตามฉู่ยิ่นไปดูเรือนพักไม่สมควรมานั่งอยู่ตรงนี้

เสวียนหลงเทียนรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี้พูดจาสะกิดใจเขา เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่ได้อยากนึกถึงที่ผ่านแล้วก็ควรปล่อยผ่านไป บรรยากาศรอบตัวของสองคนระหว่างนั่งรอจึงดูแปลกพิกล ต่างคนต่างจิบชาไปเงียบๆ ผ่านไปราวหนึ่งเค่อฉู่ยิ่นก็กลับมาที่โต๊ะ

“ข้าจะพาไปที่พักขอรับ เป็นเรือนพักที่ห่างออกไปด้านหลังในเรือนมีห้องนอนสามห้องมีห้องครัวเล็กและมีห้องรับแขกด้านหน้านอกเรือนยังมีพื้นที่พอสมควรห่างจากเรือนอีกหลังไม่น้อยทีเดียว”

จัดเก็บสัมภาระเรียบร้อย ฉู่ยิ่นและสวีหวินหลงก็ไปรอที่ห้องรับแขกในเรือนจนเสวียนหลงเทียนเดินออกมานั่งเป็นประธาน

“นายท่านเมื่อครู่ เหลียนเหนียงนางเล่าสถานการณ์ในเมืองลี่เซิ่นให้ฟังว่า ช่วงที่ผ่านมาสองสามปีนี้มักมีอุบัติเหตุในเหมืองเกิดขึ้น คนงานได้รับบาดเจ็บบางครั้งคนงานต่างถิ่นที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็หายสาบสูญไปเขาเล่ากันว่าถูกสังหารแล้วใช้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำลายหลักฐานขอรับ”

“คนของเราที่ล่วงหน้ามาก่อนสืบได้อะไรบ้าง”

“ข่าวที่ส่งเข้ามาบอกว่าจำนวนแร่ที่พบน่าจะมีปัญหา และเงินที่ได้จากการขายแร่ก็ดูจะมีจำนวนที่ไม่ถูกต้องขอรับ อ้อ หัวหน้าคุมคนงานช่วงนี้ก็หายตัวไปมีคนพูดว่าเขาออกจากเมืองไปแต่ไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อใด งานต่างๆ ในเหมืองระยะนี้ให้รองหัวหน้าที่ชื่อสือเสิ่นหยู๋ดูแล

เจ้าคนผู้นี้เลวทรามมากขอรับ ใช้ความรุนแรงชอบเฆี่ยนตีคนงาน ลวนลามสตรีที่เข้าไปทำงานคนไหนที่ถูกตาต้องใจก็ฉุดคร่าไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นสตรีออกเรือนแล้วหรือลูกสาวของใคร

ในเรือนมีอนุภรรยาแปดคนเมื่อสามวันก่อนก็ฉุดคร่าสตรีต่างถิ่น อาจจะเป็นบุตรสาวของป้าคนที่พวกเราพบเห็นยามเดินทางมาถึงก็ได้ขอรับ”

“ให้คนของเราหาหลักฐานมาเพิ่มทั้งจำนวนแร่ จำนวนเงิน จำนวนคนงานทั้งชาวบ้านและคนจากต่างถิ่น”

ฉู่ยิ่นรับมอบหมายงานแล้วก็หันหลังเดินไปก่อนจะออกประตูเสียงของเสวียนหลงเทียนก็ตามออกไปอีกประโยค สวีหวินหลงยืนนิ่งไม่เข้าใจว่าพวกเขาเริ่มงานกันตั้งแต่เมื่อใดทั้งๆที่ตนเองก็อยู่ด้วยตลอดเวลา หรือว่าคนพวกนั้นถูกมอบหมายงานก่อนที่จะออกเดินทานมาจากซานซิน

“อย่าลืมส่งคนอีกส่วนหนึ่งไปช่วยสตรีนางนั้นออกมา”

“ขอรับ”

"สวีหวินหลงเจ้าเคยแต่งเป็นสตรีหรือไม่"

จู่ๆ เสวียนหลงเทียนก็หันมาถาม สวีหวินหลงกระพริบตางงๆ ก่อนจะเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย

“นายท่านต้องการให้ข้าเข้าไปในเหมืองหรือขอรับ”

“ใช่ เจ้ากล้าหรือไม่”

“แต่ข้าไม่เคยใส่ชุดสตรี ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้หรือไม่”

“โครงร่างของเจ้าเล็กและค่อนข้างบาง เสริมบางส่วนอีกสักหน่อยคงพอใช้ได้ ข้าจะให้เหลียนเหนียงช่วยเจ้าจัดการ”

“ขอรับ”

สวีหวินหลงเดินคอตกออกไปจากห้องนี่เรียกว่าความโชคดีในความโชคร้ายได้หรือไม่ ได้มีโอกาสแต่งสตรีครั้งแรกในสภาพที่เป็นนกต่อแถมถูกพูดใส่หน้ามาอีกว่า"บางส่วน"ที่ว่าของนายท่าน ตามสายตาแล้วข้าแทบจะหมดศักดิ์ศรีของสตรีไปเลยทีเดียว ยังดีที่ผ่านมานางแต่งกายเป็นบุรุษมาตลอด

เหลียนเหนียงเมื่อได้รับการไหว้วานจากลูกค้าย่อมบริการอย่างเต็มที่แม้จะแปลกใจนักว่าคุณชายรูปงามท่านนั้นเหตุใดมีรสนิยมที่แปลกๆ ให้เด็กรับใช้ข้างกายแต่งเป็นสตรีทั้งยังต้องเสริมบางส่วนให้นูนให้เว้าตามที่สตรีทั่วไปมี

“ข้าเตรียมมาเรียบร้อยแล้ว เจ้าใส่ได้พอดีแน่นอน”

“เหลียนเหนียงรบกวนท่านบอกลำดับการสวมให้ข้าด้วย เอ่อ ข้าไม่เคยสวมชุดของสตรี”

“โอ้ ฮ่าๆๆ ง่ายมากๆ มาๆ นี่ชิ้นนี้นะ…..”

เสวียนหลงเทียนอ่านตำรารอดูว่าเหลียนเหนียงจะสามารถแปลงโฉมของสวีหวินหลงให้พอใช้งานได้หรือไม่ เมื่อได้ยินเสียงรองเท้ามาหยุดที่หน้าบานประตูก็สงสัยเงยหน้ามอง

“รีบเข้าไปสิ”

“ข้าไม่กล้า”

“เข้าไปๆ เชื่อข้า”

รองเท้าสตรีสีชมพูเข้มปักลายดอกไม้เล็กๆ ก้าวเข้าประตูมาชายกระโปรงสีชมพู่แม้จะเนื้อหนาเช่นผ้าชาวบ้านทั่วไปแต่ก็อ่อนหวานรับกับตัวเสื้อด้านบนสีขาวปักลายดอกไม้สีชมพูคลุมด้วยเสื้อแขนยาวตัวหนาสีขาวขลิบสีชมพอ ตำราในมือของเสวียนหลงเทียนหลุดจากมือ ตาจ้องมองคนที่เดินเข้ามาหยุดห่างออกไปสามก้าว

ด้านหลังคือเหลียนเหนียงที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชื่นชมฝีมือของตนเองที่สามารถแปลงร่างเด็กหนุ่มให้กลายเป็นสาวงามได้ในเวลาเพียงชั่วยามกว่าๆ ใบหน้าเรียวเล็กถูกเติมสีสรรไม่มากนักเพราะเจ้าตัวไม่เคยชินกับแป้งทาหน้าของสตรีเกรงว่าจะมีอาการแพ้เกิดขึ้นภายหลัง

“นายท่าน ฝีมือข้าเหลียนเหนียงใช้ได้ไหมเจ้าคะ น้องชายมีรูปร่างผอมใบหน้าเรียวปรับแต่งเล็กน้อยก็คล้ายสตรีนี่หากไม่บอกว่าเป็นบุรุษเกรงว่าจะไม่มีใครสงสัยแน่นอน”

“ขอบใจมาก”

“ข้าออกไปก่อนนะเจ้าคะ”

“เจ้ามานั่งให้เรียบร้อย”

แค่ก้าวเท้าได้สามก้าวสวีหวินหลงก็สะดุดชายกระโปรงตนเองถลาไปด้านหน้า ก่อนที่จะลงไปนอนกลับพื้นแขนที่แข็งแกร่งของเสวียนหลงเทียนก็ยื่นออกมาช้อนเอวเอาไว้ได้ทำให้ไม่ล้มลงไปนอนเล่นบนพื้น ร่างของสวีหวินหลงถูกดึงกระชากเข้าหาตัวจนแทบจะนั่งบนหน้าขาของเจ้านายอดที่จะยกมือและแขนยันหน้าอกอีกฝ่ายไว้ไม่ได้ หน้าของสองคนห่างกันเพียงฝ่ามือเดียว

“อ่ะ ขอโทษๆ ข้าออกไปก่อนขอรับ”

ฉู่ยิ่นที่กลับเข้ามาพอดีเห็นเจ้านายตนเองกอดร่างสาวงามไว้ก็ตกใจเตรียมจะออกไปจากห้อง

“กลับมา”

สวีหวินหลงที่ถูกปล่อยออกมายืนด้านข้างเอามือดึงชายเสื้อเอาไว้ไม่ต้องบอกว่านางอายขนาดไหน ยังดีที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นสตรี ส่วนฉู่ยิ่นที่หันกลับมาก็ค่อยๆเดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับคนทั้งสอง

“เจ้านาย ข้ามิได้ตั้งใจเข้ามาขัดจังหวะ”

“พี่ฉู่ ข้าเอง”

“หา นี่ๆๆๆ”

“นายท่านให้ข้าใส่เสื้อผ้าสตรีเตรียมเข้าไปทำงานในเหมือง เมื่อครู่ข้าสะดุดชายกระโปรงล้มไปเกือบทับนายท่าน”

“อ่อ ว่าแต่เจ้าเหมือนสตรียิ่งนัก แทบไม่น่าเชื่อนี่น่าตกใจจริงๆ เจ้าใส่เป็นครั้งแรกจริงๆหรือ”

“ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของเหลียนเหนียงนางจัดหาและช่วยข้า”

ฉู่ยิ่นเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะเดินวนมองรอบตัวของสวีหวินหลง มือยกขึ้นเตรียมจะจิ้มเข้าไปที่หน้าอกของนาง สวีหวินหลงถอยหลังหลบส่วนเสวียนหลงเทียนก็คว้ามือเขาเอาไว้

“ทำอะไร อย่าคิดว่าเป็นชายเหมือนกัน ให้คิดว่านี่คือสตรีเจ้าจะทำแผนข้าเสีย”

“ข้าทราบแล้วขอรับ เมื่อครู่ขอโทษด้วยข้าเคยชินคิดว่าเจ้านี่เป็นบุรุษ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel