บท
ตั้งค่า

บทที่ 14 ปรนนิบัติพัดวี 1/2

ห้องหอ

หลังจากเสร็จพิธีรีตองคู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันก็นั่งสบตากันอยู่บนเบาะนอนนิ่ง แม่หญิงผู้เคยช่างเจื้อยแจ้วเจรจา บัดนี้นั้นหนากลับเงียบงันไปไม่เป็นเช่นแม่หญิงคนเดิม

“เป็นกระไรไป มิเห็นจักพูดจา”

นายช่างทัพเอ่ยถามทันทีที่เห็นท่าทีแม่น้องน้อยแปรเปลี่ยนไป

ด้านแม่หญิงผู้เป็นเมียนั้นที่ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดด้วยเพราะเธอกำลังเฝ้านึกถึงคำที่แม่ผัวพร่ำบอก

‘เมื่อเข้าหอนอนแล้วแม่ชบาในฐานะเมียมีหน้าที่ดูแลปรนนิบัติผัวให้สบายเนื้อสบายตัว เข้าใจฤๅไม่ลูก’

เมื่อตกผลึกแห่งความคิด แม่ชบาน้อยก็เข้าใจทันที การทำให้คุณพี่ทัพของเธอสบายเนื้อสบายตัวได้คงมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เธอต้องกระทำ

“เอ่อ...คุณพี่ทัพเจ้าขา ข้าจักเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คุณพี่ดีฤๅไม่เจ้าคะ”

“เอาสิ ถ้าเจ้าอยากทำ”

นายช่างทัพมิได้ปฏิเสธแต่ปล่อยให้มือน้อย ๆ ของแม่หญิงปลดกระดุมเสื้อเม็ดแล้วเม็ดเล่า ในขณะที่เขาเฝ้ามองการกระทำนั้นของแม่หญิงมิวางตา

เมื่อกล้ามอกอันแน่นหนั่นเปิดเปลือยแก่สายตา ภายในหูแม่หญิงบัดนี้ ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนที่เต้นดังตึกตัก แม้มือน้อย ๆ นั้นจักสั่นแต่ก็ยังฝืนถอดเสื้อให้คุณพี่กระทั่งเพลานี้กายท่อนบนของนายช่างทัพเปลือยเปล่า

มือสั่น ๆ ของแม่หญิงจัดการเอาผ้าชุบน้ำผสมน้ำอบที่วางอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะบิดจนผ้าหมาด แล้วจึงเช็ดไปยังแผงอกแกร่งอย่างเบามือ ก่อนที่มือหนาจักจับกุมมือบางไว้

“มองหน้าพี่สักน้อยเถิดหนาแม่ชบา แลช่วยบอกพี่ว่าวันนี้เจ้าเหน็ดเหนื่อยฤๅไม่”

แม้จักถามด้วยถ้อยคำแสนธรรมดา แต่แววตานั้นหนาเป็นประกายวาววับ

“ข้ามิได้เหน็ดเหนื่อยเจ้าค่ะ คุณพี่ทัพมิต้องห่วงดอกหนา อย่างไรเสียวันนี้ข้าจักปรนนิบัติพัดวีคุณพี่เป็นแน่เจ้าค่ะ”

แม้จักเขินอายจนต้องก้มหน้างุด แต่ก็บอกออกไปด้วยถ้อยคำฉะฉาน

นายช่างทัพได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะผุดยิ้มเจ้าเล่ห์ เพลานี้เขาเองก็อยากรู้นักว่าแม่ชบาน้อยจักปรนนิบัติพัดวีเขาด้วยวิธีใด

“เช่นนั้นเจ้าจงเร่งปรนนิบัติพัดวีพี่เถิด”

“เจ้าค่ะ”

ว่าแล้วมือน้อย ๆ ก็เฝ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คุณพี่ผู้เป็นผัวของเธออย่างตั้งอกตั้งใจต่อไป

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณพี่”

แม่หญิงชบาเช็ดตัวให้จนเนื้อตัวคุณพี่ของเธอเย็นเฉียบ ก่อนจะเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เปลี่ยน พ่อทัพคนดีก็ไม่มีขัด หยิบเอาเสื้อผ้าในมือแม่หญิงไปผลัดเปลี่ยนเสียอย่างดี

“เจ้าเล่า มิผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าดอกรึ”

“เปลี่ยนเจ้าค่า เช่นนั้นคุณพี่พักผ่อนหนาเจ้าคะ ข้าจักไปผลัดผ้ามินาน”

แม่หญิงขยับไปเปลี่ยนผ้าหลังฉากกั้น โดยหารู้ไม่ว่าสายตานายช่างสังคโลกนั้นได้มองนิ่งไปที่แม่นวลลออตาไม่กะพริบ ผิวเนื้อที่ขาวผ่องนวลใยสะท้อนออกมาจากฉากกั้น ราวกับแสงของพระจันทร์นั้นได้กระแทกตานายช่างทัพเข้าอย่างจัง เพลานี้เขารู้สึกตาพร่า แลเหมือนว่าในอกนั้นร้อนรุ่มหวามไหว ชวนให้ในลำคอพลอยแห้งเป็นผุยผง

‘นี่แม่ชบาน้อยกลอยใจของพี่ โตเป็นสาวแล้วจริง ๆ ฤๅ’

ริมฝีปากหยักกดยิ้มเล็กน้อย แม้ใบหน้าเหมือนว่าจักเรียบนิ่ง แต่ทว่าดวงตาสีรัตติกาลกลับส่องประกายราวกับดาวฤกษ์

“คุณพี่ทัพ ไยยังไม่นอนเล่าเจ้าคะ”

เมื่อผลัดผ้าออกมาแล้วเห็นคุณพี่ยังนั่งรอท่า ทำให้แม่ชบารู้สึกผิดนัก

“พี่รอเจ้าอย่างไรเล่า มาเถิดมานอน คืนนี้พี่จักส่งเจ้าเข้านอนเองแม่ชบาน้อย”

เอ่ยบอกพร้อมตบเบาะนอนเบา ๆ หมายให้แม่เนื้ออ่อนเดินมานั่งใกล้กัน

“ข้าหาใช่เด็กเล็กจ้อยดังแต่ก่อนไม่ ไยจักต้องมากล่อมนอนกันเล่าเจ้าคะ”

เมื่อทิ้งสะโพกกลมกลึงลงบนเบาะนอนแล้วไซร้ แม่เนื้อนวลไยก็ให้เอ่ยถาม คุณพี่ไยทำกิริยามิงาม หลอกล่อกันราวกับว่าเธอเป็นเด็กตัวเล็กเหมือนในวันวาน

“อย่างไรเสียในสายตาพี่ เจ้าก็ยังเป็นแม่ชบาน้อยอยู่ดีนั่นแล”

“โธ่คุณพี่ล่ะก็ ข้าโตแล้วหนาเจ้าคะ”

ยิ่งได้ฟัง แม่หญิงก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel