บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ตัวเล็กสเปคปีย์

“ปีย์เดินทางมาเหนื่อย ๆ เอาข้าวของไปเก็บก่อนนะลูก พลอยไปช่วยพี่เขาข้างบนนะลูก เดี๋ยวแม่ตั้งโต๊ะรอ”

“เอ่อ ค่ะ / ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง ให้พลอยช่วยแม่ดีกว่า ผมเอากระเป๋าไปเก็บแล้วขออาบน้ำไม่นานครับแม่ ผมหิวอยากชิมฝีมือแม่แล้วครับ”

ว่าแล้วปวีย์ก็รีบยกกระเป๋าขึ้นห้องนอนของเขาไปทันที ส่วนพลอยชมพูเมื่อเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เธอจึงไปช่วยชื่นฤทัยตั้งโต๊ะแทน

วันนี้ชื่นฤทัยทำอาหารหลายอย่าง เพราะดีใจที่ลูกชายและลูกสะใภ้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน นางรอวันนี้มานานแสนนาน

“ปีย์ลงมาแล้วเหรอลูกปรับเวลาได้หรือยัง”

“ไม่มีปัญหาครับแม่ เมื่อคืนนอนเต็มที่เลยครับ ตอนนี้สบายมาก”

“งั้นทานข้าวกันเลยนะ พลอยตักข้าวเลยจ๊ะ”

พลอยชมพูตักข้าวให้ทุกคนรวมทั้งตัวเองด้วย ทุกคนเริ่มรับประทานอาหาร ปวีย์รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เพราะคิดถึงฝีมือแม่มาก ส่วนพลอยชมพูเธอไม่เจริญอาหารมากนัก บนโต๊ะอาหารมีเพียงการสนทนาระหว่างชื่นฤทัยและปวีย์ พลอยชมพูจะร่วมสนทนาด้วยก็ต่อเมื่อชื่นฤทัยถามเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไร เธอรู้สึกอึดอัด เธออยากกลับคอนโดแล้ว ที่นี่คงไม่ใช่ที่ของเธออีกต่อไปแล้ว

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จพลอยชมพูขันอาสาล้างจาน และเก็บโต๊ะ เธอปล่อยให้สองแม่ลูกพูดคุยกัน เพราะไม่ได้เจอกันเสียนาน

“แม่คะ พลอยว่าพลอยขอตัวกลับก่อนนะคะ ดึกแล้ว พรุ่งนี้พลอยจะต้องไปทำงานแต่เช้าค่ะ มีงานค้างไว้เยอะเลยเดี๋ยวยายปิ๊งจะบ่นเอา”

“พูดถึงยายปิ๊งนี่หายไปเลยนะ วันนี้ก็ไม่มา คงลืมป้าไปแล้วสินะ”

ชื่นฤทัยไม่ได้เจอกับหลานสาวมานาน อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ หลานสาวเธอยุ่งจนไม่มีเวลามาเยี่ยมเธอบ้างเลย ไม่เหมือนลูกสะใภ้ เรียกเมื่อไหร่ก็มา

“เอ่อ ยายปิ๊งงานเยอะค่ะคุณแม่ นอกจากงานที่ห้องเสื้อแล้ว ยังเตรียมโปรเจคออกแบบชุดเข้าประกวดด้วยนะคะ ตอนนี้ทำงานจนหน้าตาดูไม่ได้เลยค่ะ บอกว่าอยากได้รางวัลน่ะค่ะ”

“อ้อ ขยันเสียจริงเพื่อนเรา” ชื่นฤทัยอดค่อนขอดไม่ได้ ขยันจนลืมป้า ขยันจนลืมดูแลตัวเอง

“งั้นพลอยขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพี่ปีย์”

พลอยชมพูยกมือไหว้ลาชื่นฤทัยและปวีย์ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป เธอล้วงเอากุญแจรถออกมาไว้ในมือ ก่อนจะกดรีโมทเพื่อเปิดประตูรถ แล้วทันใดนั้น กุญแจรถของเธอก็โดนแย่งออกไปจากมือ

“ดึกแล้ว เดี๋ยวขับไปส่ง”

“พี่ปีย์ พลอยไม่รบกวนพี่ปีย์ดีกว่าค่ะ พลอยขับรถไหว เวลานี้รถไม่ค่อยติด ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงคอนโดแล้วค่ะ พลอยขอกุญแจรถคืนนะคะ”

ปวีย์ไม่ได้สนใจคำพูดของพลอยชมพู เขาเปิดประตูรถฝั่งคนขับ ขึ้นไปนั่งแล้วติดเครื่องยนต์ทันที พลอยชมพูยืนมองหน้าเขาผ่านกระจกรถโดยไม่ขยับตัวไปไหน กระทั่งเขาทนไม่ไหว ลดกระจกลง มองหน้าเธอนิ่งอยู่สักครู่ ก่อนจะพูดกับเธอ

“จะขึ้นมานั่งดีดีไหม ดึกแล้วเนี่ย”

“พลอยบอกว่าพลอยกลับเองได้ค่ะ พี่ปีย์กลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ พลอยไม่อยากรบกวน เดี๋ยวพลอยถึงคอนโดแล้วพลอยจะโทรกลับมารายงานตัวกับแม่เองค่ะ” เพราะไม่อยากรบกวนให้เขาไปส่งพลอยชมพูเลยยังไม่ยอมขึ้นรถ

“จะขึ้นมาดีดีไหม”

ปวีย์มองหน้าพลอยชมพูแล้วพูดด้วยโทนเสียงต่ำ พลอยชมพูรู้ได้ทันทีว่าเขาเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว เธอถอนหายใจแรง ๆ แล้วเดินไปเปิดประตูรถขึ้นมานั่งข้าง เขา เมื่อเธอรัดเข็มขัดเรียบร้อยนเขาก็ออกรถทันที ระหว่างทางกลับคอนโดเธอหันหน้าออกไปมองข้างทางตลอดเวลาไม่ได้อยากสนทนาใด ๆ กับเขาเลย เขาคงคิดว่าเขาจะอารมณ์เสียได้คนเดียวสินะ เธอก็อารมณ์เสียเป็นเหมือนกัน เขาทำเป็นฟาดงวดฟาดงาใส่เธอ ถ้าเขาไม่อยากมาส่งเธอทำไมไม่ปฏิเสธชื่นฤทัยไปล่ะ ไม่เต็มใจจะมาแล้วจะมาทำไม ในเมื่อเธอก็ขับรถกลับเองได้ เธอไม่ได้ขอ ระหว่างที่เธอคิดค่อนขอดเขาในใจ จู่ๆ ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยคำถามของเขา

“สบายดีใช่ไหม”

“ค่ะ ถ้าพี่ปีย์ไม่อยากพูดกับพลอย พลอยก็เข้าใจนะคะ”

“หือ แล้วบอกเหรอว่าไม่อยากพูดด้วย”

“พี่ปีย์ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ มองจากดาวอังคารพลอยยังรู้เลย”

“หึ”

อะไรคือหึ เสียงหึในลำคอของเขาพลอยชมพูได้ยินชัดเจน เธอส่งค้อนวงใหญ่ไปให้เขา เธอสิสมควรจะร้องหึใส่เขา อารมณ์ไม่ดีก็ควรนอนอยู่บ้านใช่ไหม ไม่ใช่ออกมาเพ่นพ่านข้างนอก เธอไม่ได้บังคับมาเสียหน่อย

“มีแฟนรึยัง คบใครอยู่รึเปล่า”

“ห๊า นี่พี่ปีย์ถามพลอยเหรอคะ ตอนนี้พลอยยังไม่มีใครหรอกค่ะ ก็ชื่อในทะเบียนสมรสยังโชว์หราอยู่อย่างนั้น”

เธอต้องรู้สึกยังไงที่สามีของตัวเองถามว่ามีแฟนหรือยัง คบใครอยู่หรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เธออยากกระโดดไปขยุ้มหัวเขาเสียจริง ๆ แต่คงได้แค่คิด

“ดี”

“คะ?”

อะไรคือดี นี่นอกจากทิ้งเธอไปไม่ลาสักคำแล้วเขายังอยากให้เธอขึ้นคานอีกเหรอ แบบนี้มันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือยังไง ทีตัวเองยังมีแฟนได้เลย คอยดูอีกไม่นานหย่าเมื่อไหร่เธอจะมีบ้าง เธอจะหาให้ดีกว่าเขาเลยด้วย

“เอ่อ พลอยแพลนเอาไว้ว่าหย่าเมื่อไหร่จะมีเลยค่ะ”

“อ้อ เข้าใจแล้ว”

พลอยชมพูมองเขาด้วยหางตา ไม่อยากจะสนทนากับเขาอีก เขาเข้าใจอะไรมิทราบ ถามมาได้ เธอจะไปมีแฟนได้ยังไงในเมื่อชื่อยังโชว์หราอยู่ในทะเบียนสมรส รอก่อนเถอะหย่าเมื่อไหร่ ใครเข้ามาเธอจะพิจารณาทันที

เมื่อขับรถมาถึงคอนโด ปวีย์ก็จอดส่งเธอที่หน้าทางเข้าอาคาร

“พรุ่งนี้จะมารับ”

“ห๊า มารับทำไมคะ”

“จะส่งเราแค่ตรงนี้ แล้วจะขับรถเรากลับบ้านเลย เราไม่มีรถใช้นี่ เดี๋ยวจะมารับ จะให้มารับกี่โมง”

“พลอยติดรถปิ๊งไปทำงานได้ค่ะ ถ้าจะกรุณาพี่ปีย์ช่วยเอารถไปให้พลอยที่ห้องเสื้อแล้วกันนะคะ ขอบคุณค่ะ กู้ดไนท์ค่ะพี่ปีย์”

พลอยชมพูไม่รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรอีก เธอรีบลงจากรถ และเร่งฝีเท้าเดินเข้าคอนโดไปทันที ส่วนปวีย์เขาก็ขับรถออกไปทันทีเช่นกัน

พลอยชมพูหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ค่อยๆ หันไปมองตามแสงไฟท้ายรถคันนั้นด้วยแววตาแสนเศร้า เธอยังรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจอยู่เลย คนใจร้ายคนนั้นทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอต้องชดใช้ความผิดที่ก่อไปจนถึงเมื่อไหร่ เธอต้องทนกับความรู้สึกนี้ไปอีกนานแค่ไหน ‘อยากรักก็รักไม่ได้ อยากเกลียดก็เกลียดไม่ลง’

ด้านปวีย์เมื่อขับรถออกมาแล้ว เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงสีหน้า ท่าทาง และคำพูดของพลอยชมพู ก็ดูยายลูกแมวนั่นทำเข้าสิ หน้าที่การงานความรับผิดชอบอาจจะโตขึ้น แต่ยายลูกแมวก็ยังเป็นยายลูกแมวเหมือนเดิม เมื่อก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น

ปวีย์อดคิดถึงตอนที่เขาเจอพลอยชมพูครั้งแรกไม่ได้ พิมพ์มาดาผู้เป็นแม่ของพลอยชมพู และแม่ของเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันและรู้จักกันมาก่อน เมื่อพ่อของพลอยชมพูประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แม่ของพลอยชมพูเลยตัดสินใจย้ายที่อยู่ เลยมาซื้อบ้านอยู่ข้างๆ กัน และนั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักเธอ

“พี่ปีย์ช่วยพลอยระบายสีเจ้าหญิงหน่อยนะคะ”

ตอนนั้นพลอยชมพูอายุแค่แปดขวบ ยังเป็นน้องสาวตัวน้อยหุ่นจ้ำม่ำน่าฟัด น่าหยอก ในสายตาเขาอยู่เลย

ส่วนเขาอายุสิบหกกำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น ถึงพ่อกับแม่เขาจะแยกทางกันแต่เขาไม่ใช่เด็กมีปัญหา เขายังติดต่อกับพ่อของเขาอยู่เสมอ ทำให้หลังจากนั้นอีกสองปีเขาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ต่างประเทศโดยคำแนะนำของพ่อ และแม่ก็เห็นดีด้วย ตอนนั้นแม่ของเขาก็ได้ปิ๊งซึ่งเป็นหลานสาวมาอยู่เป็นเพื่อน เขาก็เลยไม่ต้องเป็นห่วงแม่มาก

ช่วงเวลาที่เรียนอยู่นั้นเขาไม่ได้กลับมาไทยเลย มีแต่ผู้เป็นแม่ที่เดินทางไปเยี่ยมเขาเอง เพราะถือเป็นการพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ

กระทั่งเขาเรียนจบ เขาตัดสินใจลองทำงานที่นั่นต่อเป็นเวลาสามปีเต็ม เขาจึงกลับมาไทยอีกครั้งตอนอายุยี่สิบห้า และนั่นทำให้เขาได้เจอพลอยชมพูอีกครั้ง ในเวอร์ชั่นที่เปลี่ยนไป

@ห้าปีที่แล้ว

ปวีย์เดินทางกลับมาจากต่างประเทศหลังลาออกจากงาน โดยมีเพื่อนสนิทสมัยมัธยมไปรับเขาที่สนามบิน

ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน เขาและเพื่อน ๆ ได้ไปเยี่ยมเพื่อนในกลุ่มที่ประสบอุบัติเหตุรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งอาการโคม่ามาหลายวัน พอได้รับข่าวดีว่าเพื่อนฟื้นแล้ว สามารถพูดคุยได้ และหมอให้เยี่ยมแล้ว พวกเขาเลยต้องเร่งไปให้กำลังใจกันสักหน่อย

ระหว่างที่ปวีย์กับเพื่อนสนิทอีกสองคนกำลังโดยสารลิฟท์ขึ้นไปยังห้องพักผู้ป่วยซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร

“ติ๊ง”

เสียงลิฟท์จอดยังชั้นที่มีคนเรียกทำให้ปวีย์และเพื่อน ๆ หยุดการสนทนาลง และหันไปมองยังประตูลิฟท์ที่ค่อย ๆ เปิดออก เมื่อผู้โดยสารคนใหม่เข้ามาทุกคนไม่ได้พูดอะไรอีก ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารลิฟท์เงียบสงัด จนกระทั่งถึงชั้นที่ผู้โดยสารคนนั้นเรียกไว้ เธอจึงเดินออกไป การสนทนาของพวกเขาจึงกลับมาอีกครั้ง

“แม่ง ตัวเล็กสเปคไอ้ปีย์มัน ไอ้เหี้ยปีย์ตาค้างไปเลยนะมึง” เตชิณพูดกับปวีย์ และหันมามองหน้าเขาก่อนส่งยิ้มอย่างรู้กัน

“ถ้าได้แบบนี้กูสาบานว่าจะเลิกเจ้าชู้ จะหยุดที่คนนี้คนเดียว”

ปวีย์พูดไปยิ้มไป ก็สาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มน่ารักคนนั้น คนที่เพิ่งเดินออกจากลิฟท์ไปเนี่ย สเปคเขาชัด ๆ บอกได้คำเดียวว่า “ตัวเล็กสเปคปีย์”

“ที่พูดนี่แน่ใจนะมึง ได้ข่าวมีสาวรอคิวมึงอีกหลายคนไม่ใช่เหรอวะ”

บูรพาเอ่ยแซวปวีย์บ้าง เพราะความฮอตของปวีย์เป็นที่รู้กันในกลุ่มเพื่อนๆ

ใช่ว่าปวีย์จะเจ้าชู้แต่เพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ต่างหาก เขาไม่มีแฟน เลยกลายเป็นหนุ่มโสดที่หัวกระไดไม่แห้งอยู่อย่างตอนนี้ มีสาวเสนอเขาก็สนอง แต่ก็จบแค่นั้น กระทั่งเจอสาวตัวเล็กคนเมื่อกี้ เขากลับรู้สึกอยากสละโสดเสียจริงๆ ปวีย์ได้แค่แอบคิดขำๆ เพราะคงไม่ได้เจอเธอคนนั้นอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel