ตอนที่ 2.1
เป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดจากความตั้งใจของผมล้วน ๆ ผมฉวยโอกาสโอบกอดเอวเธอไว้แน่นด้วยเหตุผลที่แสนจะดูดี กลัวว่าหญิงสาวจะล้มจนได้รับบาดเจ็บ ตัวกิ่งหอมเหมือนของหวานเลย ผมเผลอสูดดมอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว เราสองคนกอดกันนิ่ง อารามตกใจทำให้เธอไม่มีสติ
“กิ่ง เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม” ผมถาม แต่มือไม่ยอมปล่อยเอวบาง ด้วยความที่เธอตกใจเมื่อได้สติจึงใช้ฝ่ามือยันที่อกหนาเพื่อจะได้หลุดออกจากตรงนี้ ทว่าผมไม่ยอมปล่อยกลับกอดแน่นกว่าเดิม
“เดี๋ยวก็ล้มจริง ๆ หรอก” ผมดุเธอ หญิงสาวหน้าสลดหลุบสายตาลงต่ำ ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดผม เมื่อเห็นว่าเธอนิ่งแล้วจึงยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างแสนจะเสียดาย
“ดิฉันขอโทษค่ะ” ผมรู้สึกเกลียดคำ ๆ นี้มากเลย จึงฉวยโอกาสดึงเอวบางเข้ามากอดอีกครั้ง
“อุ๊ย!!”
“ทำไมไม่แทนตัวเองว่าหนู ทำไมไม่เหมือนเดิม” กิ่งฉัตรมองหน้าคนเอาแต่ใจ ด้วยสายตางุนงง เกิดอะไรขึ้นทำไมบอสเตชิตเปลี่ยนไป
“ปะ ปล่อยก่อนค่ะ” กิ่งฉัตรหลีกเลี่ยงที่จะพูดคำที่ไม่ควรพูดออกมา
“พี่ไม่ปล่อย อยู่กับพี่ให้เรียกพี่ว่าพี่เต้ และแทนตัวเองว่าหนู” บอสเอาแต่ใจ แล้วแบบนี้เธอจะทนทำงาน
ด้วยไหวไหม แค่วันแรกยังเจอขนาดนี้เลย กิ่งฉัตรเริ่มเครียดและกังวล
“ค่ะพี่เต้ หนูขอโทษค่ะ” ในที่สุดเธอก็ยอมพูดแล้ว แบบนี้ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย ผมเดินอ้อมกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเอง
พักกลางวัน
เฮ้อ…..ออกมาจากห้องทำงานนั้นได้เสียที แบบนี้ค่อยหายใจหายคอคล่องขึ้นมาหน่อย กิ่งฉัตรบ่นพึมพำกับตนเองในใจ เธอเลือกมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวหน้าบริษัทฯ ทำงานวันแรกก็รู้สึกท้อซะแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเงินเดือนสูงนะเธอคงหนีกลับบ้านตั้งแต่วันแรกแล้ว
“น้องกิ่ง กินไรครับวันนี้” ป้องกูลเดินเข้ามาคุยด้วย พลางกวักมือเรียกเพื่อนอีกสามคนมานั่งร่วมโต๊ะกับเธอด้วย ซึ่งกิ่งฉัตรมีความยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งจะได้ถือโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานเลย
“บะหมี่ต้มยำค่ะ”
“นี่พวกเราน้องกิ่งเลขาฯ ของบอส ส่วนนี่พี่นัท ไก่โต้ง จิ๊บเป็นแฟนพี่นัท” กิ่งฉัตรยิ้มทักทายผู้หญิงคนเดียว จิ๊บน่าจะอายุไล่เลี่ยกับเธอ พี่นัทเป็นผู้ชายผิวเข้มตัวสูงใหญ่ใส่แว่น ไก่โต้งเป็นผู้ชายตัวสูงผอมฟันไม่เข้า
“จิ๊บทำงานที่นี่มาตั้งสามปีแล้วไม่เห็นบอสเปิดรับสมัครตำแหน่งเลขาฯ เลย”
“แกสามปี พี่เนี่ยทำกับบอสตั้งแต่เปิดบริษัทฯ เมื่อวานยังตกใจเลยที่บอสบอกให้น้องกิ่งมาเขียนใบสมัครใหม่แล้วค่อยส่งไปเจ๊บัวเอชอาร์” ดูเหมือนว่าทุกคนจะให้ความสนใจกับตำแหน่งงานของเธอมา
“บอสไม่เคยมีเลขาฯ เลยหรือคะ” กิ่งฉัตรตัดสินใจถามออกไป
“ใช่ครับน้องกิ่ง ถ้าจะมีก็มีแต่พี่ป้องคนนี้นี่แหละครับที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้บอสทุกอย่าง” พี่ป้องชี้นิ้วเข้ามาตัวเอง
“ได้แล้วจ้า เล็กน้ำตกไม่ชิ้นของคุณป้อง เล็กโฟไม่บุ้งของหนูจิ๊บคนสวย” ป้าสะอาดเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟด้วยตนเอง
“ของผมล่ะป้า” พี่นัทโวย ตนเองสั่งก่อนเพื่อน แต่ทำไมยังไม่ได้
“เดี๋ยวสิรูปหล่อ มาแล้ว ๆ หมี่น้ำใสใส่ทุกอย่าง และก็หมี่เหลืองน้ำตกของไก่โต้งจ้า”
“ขอบคุณครับ น้ำซุบหอมเหมือนเดิม” ไก่โต้งชมป้าสะอาด
“ปากหวาน เอ้า นี่มาใหม่หรือหนู หน้าตาน่ารักเชียวชื่ออะไรล่ะลูก” ป้าสะอาดชวนกิ่งฉัตรคุยด้วย
“กิ่งค่ะป้า กิ่งมาทำงานเป็นเลขาฯ”
“เลขาฯ!! เลขาฯ ของคุณเต้น่ะหรือ คุณป้องไหนบอกป้าว่าคุณเต้ไม่เอาเลขาฯ ไง นังลูกหมีของป้าก็เสียใจสิแบบนี้” ลูกหมีคือลูกสาวคนโตของป้าสะอาดเอง เคยมาสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการของเจ้าของบริษัทฯ แต่ถูกเตชิตปฏิเสธ ลูกหมีจึงไปสมัครงานที่อื่นแทน
“ก็เมื่อก่อนงานมันไม่ได้เยอะเหมือนเดี๋ยวนี้นี่นา อีกอย่างผมก็งานล้นมือทำไม่ทันด้วย พอดีน้องกิ่งมาสมัครงานคุณเต้เขาเลยเอามาเป็นผู้ช่วยแทนผมเลย จะได้แบ่งเบางานจากผมไปด้วยไง” ป้องกูลอธิบายอย่าง
ใจเย็น ป้องกูลเป็นคนเก่งฉลาดพูดฉลาดตอบ กิ่งฉัตรจึงแอบชื่นชมป้องกูลในใจ
“แล้วเมื่อไหร่ลูกป้าจะได้มาทำงานที่นี่” ป้าสะอาดบ่นอิดออดไม่พอใจปนน้อยใจ นางปรารถนาอยากให้ลูกสาวได้ทำงานในบริษัทฯ ของเตชิตมาก เพราะเจ้านายใจดีมีเมตตากับลูกน้อง และที่สำคัญหล่อ รวย นิสัยดี ลูกหมีเองก็เป็นผู้หญิงที่สวยหน้าอกหน้าใจก็ล้นทะลักมากกว่าพนักงานคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาอีก
“ถ้ามีตำแหน่งว่างจิ๊บจะรีบบอกเลยนะป้า ว่าแต่น้องลูกหมีก็ได้งานทำแล้วนี่นา” จิ๊บเอ่ยขึ้นมา
“ได้งานใหม่ก็ลาออกได้ ลูกหมีมันเรียนเก่ง ทำงานก็เก่ง แถมยังสวยด้วย ไม่มีบริษัทไหนปฏิเสธหรอก นี่ก็ได้งานทำในบริษัทมหาชนเชียวนะ เงินเดือนเริ่มต้นก็เกือบสองหมื่นแล้ว” ป้าสะอาดอวยลูกสาวตนเอง
“อ้าว ได้ทำงานในบริษัทใหญ่แบบนี้จะลาออกมาทำงานในบริษัทเล็ก ๆ ทำไมกัน” พี่นัทแย้งบ้าง หลังจากทนฟังป้าสะอาดขี้โม้ต่อไปไม่ไหว
“เอ้า ก็นังลูกหมีมันอยากทำงานกับคุณเตชิตนี่นา อีกอย่างก็อยู่ใกล้ป้าด้วย”
“อ๋อ!!!!!” ทุกคนส่งเสียงพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ทำให้กิ่งฉัตรอดที่จะขำไม่ได้
หญิงสาวกลับขึ้นมาทำงานอีกครั้งในช่วงบ่ายโมง ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานเธอเดินเข้าห้องน้ำก่อนเพื่อตอบข้อความแฟนหนุ่มเรื่องเวลาเลิกงาน หลังจากที่ได้สอบถามพี่ ๆ แล้วได้ความว่าเลิกงานห้าโมงครึ่ง จึงรีบ ส่งข้อความไปแจ้งเจนภพทันที เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับเข้ามาทำงาน
“บอส” กิ่งฉัตรตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นบอสเตชิตนั่งทำงานอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาข้างฝาผนังยังเหลือเวลาอีกตั้งห้านาทีถึงจะบ่ายโมงตรง ซึ่งเธอไม่ได้เข้างานสาย
“ไปไหนมา!”
“อ๊ะ!” เสียงขรึมถามขึ้นมาเป็นจังหวะที่เธอกำลังหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ต้องสะดุ้งกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“เอ่อ ไปทานข้าวกับพี่ ๆ มาค่ะ”
“ให้เวลาเตรียมตัวห้านาที เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับพี่” พูดจบผมก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำทันที
ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกับคำตอบของเธอ ผมรอจะออกไปกินข้าวด้วย แต่พอหันมาอีกทีกิ่งฉัตรไม่อยู่ในห้องแล้ว เมื่อเห็นว่าเธออยู่กับป้องกูลกับพนักงานคนอื่น ๆ ในร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าบริษัทฯ ทำให้ผมไม่มีอารมณ์ลงไปกินข้าวเลย หิวก็หิว แทบจะกินคนได้ทั้งตัวอยู่แล้ว
“ไปไหนคะ ตามตารางวันนี้ไม่มีประชุมหรือออกไปพบลูกค้าที่ไหนนะคะ” เธอถามด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวก็รู้”
ระหว่างเดินออกจากบริษัทฯ ทุกคนให้ความสนใจกับผมมาก โดยเฉพาะป้องกูลที่เดินตรงดิ่งเข้ามาถามทันทีที่เห็น
“บอสจะไปไหนครับ ให้ผมขับรถให้ไหม”
“ไม่ต้อง ดูทางนี้ให้เรียบร้อยก็พอ” ผมตอบเท่านั้นก่อนจะเดินนำกิ่งฉัตรออกไปอย่างรวดเร็ว
ผมเปิดบริษัทฯ มากว่าแปดปีแล้ว ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับ และมุก ที่มีทั้งหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นมุกน้ำจืด มุกขาวทะเลใต้ มุกญี่ปุ่นหรือมุกอะโกยา มุกตาฮิติหรือมุกดำ ถือเป็นอัญมณีอีก
ชนิดที่คนนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครอบครัวของผมเป็นชาวประมง นั่นทำให้ผมอยู่กับมุกอยู่กับทะเลมาตั้งแต่เด็ก เรียนรู้และซึมซับมาตลอดจนกระทั่งโตขึ้นมีโอกาสได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทำให้เกิดความสนใจและอยากนำมาต่อยอดจนเกิดเป็นธุรกิจเลี้ยงชีพให้กับตนเอง กระทั่งถึงทุกวันนี้
มุกของเรามีทั้งมุกที่เกิดจากธรรมชาติ และมุกเลี้ยง ซึ่งมุกที่เกิดโดยธรรมชาติจะใช้เวลาและที่สำคัญมันมีราคาแพงกว่ามุกเลี้ยง แถมยังเป็นที่นิยมของผู้ที่สนใจในอัญมณีประเภทนี้มาก
