เจ้าหญิงในดวงใจ (1)
“พี่นลขา...น้องอยากกอดแม่อร” เด็กผู้หญิงตัวน้อยขนตางอนงามที่ส่อเค้าว่าโตขึ้นแล้วจะต้องเป็นสาวสวยมากคนหนึ่งกำลังสวมกอดแขนของเด็กชายอนล เกียรติกรไกร ผู้เป็นพี่ชายเอาไว้แน่น เด็กผู้หญิงร้องอ้อนหาคนเป็นแม่ เด็กชายอนลไม่กล้าบอกกับน้องสาวที่เพิ่งวัยสี่ปีออกไปว่าแม่อรทัยของพวกเขานั้นหลับสนิทแบบไม่มีวันที่จะลืมตาตื่นขึ้นมายิ้มและกอดพวกเขาได้อีกแล้ว เด็กชายอนลได้แต่กอดเด็กหญิงอิสรียา เกียรติกรไกรเอาไว้
“แม่อรกำลังเฝ้ามองน้องกับพี่นลอยู่บนฟ้า แม่อรไม่ต้องเจ็บป่วยทรมานแบบที่ผ่านมาแล้ว”
“น้องไม่เข้าใจที่พี่นลพูดเลย พี่นลขา...น้องแค่อยากกอดแม่อรเท่านั้น” เด็กหญิงอิสรียาเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เมื่อพี่ชายของเธอไม่ยอมพาเธอไปหาแม่อรทัยเสียที เธอไม่ได้เจอกับแม่อรทัยมาหลายวันจนจำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไร
“น้องรักของพี่นล พี่นลจะเป็นทุกอย่างในชีวิตให้น้องเอง น้องไม่ร้องไห้นะครับ พ่อครับ…น้องร้องไห้หาแม่มาหลายวันแล้ว” เด็กชายอนลส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่ผู้เป็นพ่อ อาวุธเพิ่งเสียภรรยาไปไม่ถึงเดือน ครอบครัวเกียรติกรไกรกำลังตกอยู่ในความโศกเศร้า
อาวุธ เกียรติกรไกร ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลย ชีวิตนี้เขาต้องมาพบกับการสูญเสียคู่ชีวิตไปก่อนเวลาอันควร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รักภรรยาที่พ่อแม่จัดเตรียมเอาไว้ให้มากเท่ากับคนรักคนแรก แต่เขามีความรักและความผูกพันกับภรรยาที่ผู้ใหญ่เห็นชอบคนนี้มากไม่ใช่น้อยเลย หลักฐานของสายใยรักระหว่างเขาและอรทัยเป็นลูกชายและลูกสาวที่ถอดพิมพ์หน้าของภรรยาที่จากไปด้วยโรคมะเร็งที่ อาวุธลุกขึ้นเดินเข้าไปกอดลูกชายและลูกสาวที่กำลังโศกเศร้าต่อการจากไปของอรทัย
“น้องต้องไม่ร้องไห้ ต่อจากนี้ไปบ้านของเราจะมีกันแค่สามคน แม่อรไปรอพวกเราอยู่บนสวรรค์แล้ว”
“สวรรค์คืออะไร ทำไมแม่อรต้องไปอยู่บนสวรรค์ด้วย พ่อวุธขา...แม่อรไม่รักน้องแล้วหรือ แม่อรถึงทิ้งน้องเอาไว้แบบนี้ น้องคิดถึงแม่อร” เด็กหญิงวัยสี่ปีถามขึ้นด้วยความสงสัย ขนตางอนงามยังคงมีคราบน้ำตาเกาะจนชุ่มฉ่ำอยู่เลย
“แม่อรรักน้องมาก แต่ตอนนี้แม่อรกลายเป็นนางฟ้า แม่อรไปเฝ้ามองดูน้องกับพี่นลบนสวรรค์แทน”
“น้องอยากกอดแม่อร น้องคิดถึงแม่อร” อิสรียาไม่เข้าใจและไม่ยอมรับด้วย เธอแค่อยากกอดแม่เท่านั้น
“น้องต้องเป็นเด็กดีไม่ร้องไห้ ยิ่งหนูร้องไห้แบบนี้ แม่อรที่อยู่บนสวรรค์จะยิ่งลำบากใจ สวรรค์อยู่ไกลจากโลกมาก แม่อรยังมาหาน้องกับพ่อไม่ได้นะลูก”
“น้องจะไม่ร้องไห้ก็ได้ พ่อวุธขา...พี่นลขา...แม่อรจะมาหาน้องได้ไหม” คำถามของเด็กหญิงตัวน้อยทำเอาอาวุธและอนลตอบคำถามนี้ไม่ได้ทั้งคู่ อาวุธได้แต่ยิ้มปลอบขวัญลูกสาวตัวน้อยได้เท่านั้น
“พ่อวุธไม่รู้ แต่ที่พ่อวุธรู้ พ่อจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้น้องกับพี่นล ตอนนี้เจ้าหญิงตัวน้อยของพ่อได้เวลาเข้านอนแล้ว พ่อจะกล่อมเจ้าหญิงของพ่อให้นอนหลับฝันดี” อาวุธอุ้มลูกสาวตัวน้อย และพาอนลเดินไปกล่อมอิสรียาด้วยกันในห้องนอนสีชมพูหวานแบบที่อิสรียาชอบ
“พ่อวุธครับ คืนนี้นลขอไปนอนเป็นเพื่อนน้องได้ไหมครับ” อนลสงสารน้องสาวที่ยังไม่เข้าใจความหมายของการจากลาไม่มีวันกลับมาของแม่
“นลต้องหัดให้น้องเข้มแข็ง คืนนี้พ่อวุธดูแลน้องเอง นลไปนอนพักเถอะ พ่อรักลูกทั้งสองคน พรุ่งนี้ลูกทั้งสองคนต้องไปโรงเรียนกันแล้ว” อาวุธหันไปตบไหล่ให้กำลังใจลูกชายที่เขารู้ว่าลูกชายกำลังเสียใจอยู่ไม่แตกต่างกันกับเขาเลย
“พ่อครับ นลคิดถึงแม่อร แต่นลทนเห็นแม่อรทรมานมากไปกว่านี้ไม่ได้เหมือนกัน บางครั้งนลก็คิดนะครับ การจากไปของแม่อรอาจจะทำให้แม่อรไม่เจ็บปวดอีก แต่นลยังอยากให้แม่อยู่กับนลและน้องให้นานกว่านี้” น้ำตาของลูกชายที่พูดไปร้องไห้ไป มันบาดลึกในหัวใจของอาวุธเช่นกัน เขาเสียใจต่อการจากไปของอรทัยไม่ต่างกับลูกทั้งสองคนเลย แต่หน้าที่ความรับผิดชอบและโซ่ทองคล้องใจทั้งสองคนเป็นสิ่งที่เตือนสติให้อาวุธไม่ร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างที่เขาอยากจะทำ เขาต้องเป็นหลักยึดให้ลูกสองคน คนหนึ่งโตพอจะรับรู้ทุกอย่างและอีกคนหนึ่งยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความหมายของการจากไปของคนเป็นแม่
“ทุกอย่างบนโลกของเรา เราไปกำหนดอะไรไม่ได้เลย แต่เราต้องทำให้วันนี้ดีที่สุด เพื่อให้วันพรุ่งนี้ดีไปด้วย พ่อห้ามไม่ให้แม่อรจากพวกเราไปไม่ได้ แต่พ่อดีใจที่ทุกวินาทีที่แม่อรหายใจอยู่ พ่อได้ทำหน้าที่ดูแลแม่ของนลและน้องให้มีความสุขจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจได้ นล...พ่อ และน้อง เราสามคนต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขแทนแม่อรนะลูก”
“นลจะพยายามครับพ่อ นลจะดูแลน้องให้ดีแทนแม่อรครับ” อนลพยักหน้ารับคำสอนของพ่อและยอมไปนอนในห้องของตัวเองแม้ว่าจะนอนไม่หลับก็ตาม
ค่ำคืนที่แสนเจ็บปวดของสามคนพ่อลูกเกียรติกรไกรผ่านไปได้เกือบหนึ่งปี ไม่มีใครในบ้านรู้เลยว่าเด็กหญิงตัวน้อยยังคงร้องไห้ก่อนนอนทุกคืนและหลับพร้อมคราบน้ำตา ค่ำคืนนี้ไม่แตกต่างกับค่ำคืนอื่น ๆ ที่ผ่านมา เพียงแต่ว่าค่ำคืนนี้ครอบครัวเกียรติกรไกรมีแขกจากอังกฤษมาเยี่ยมเยียน และเด็กหญิงอิสรียาวัยห้าปียังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจภาษาอังกฤษที่พ่อและพี่ชายสื่อสารกับคนต่างชาติในสายตาของอิสรียา
อาวุธกับโลแกน เมดิสัน เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่อาวุธไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ โลแกนแต่งงานกับ จีน่า คู่หมั้นที่ครอบครัวเลือกไว้ให้และโชคดีที่ทั้งสองคนเกิดตกหลุมรักกันจริงจนมีลูกชายสองคน เจมส์ เมดิสัน ลูกคนโตที่อายุมากกว่าอนลสองปี ส่วนโรเบิร์ต เมดิสัน ลูกชายคนเล็กมีอายุเท่ากับอนล เด็กชายทั้งสามคนต่างเป็นเพื่อนสนิทกันได้ไม่ยากเลย โดยเฉพาะอนลที่วางแผนจะไปเรียนต่อที่อังกฤษหลังจบประถมปลาย การเป็นเพื่อนกับโรเบิร์ตทำให้อนลเลิกลังเลเรื่องไปเรียนต่อโดยสิ้นเชิง
“น้องสาวนายอายุเท่าไรหรอก” โรเบิร์ตมองเด็กผู้หญิงผมหยักศกตากลมโตหวานรับกับขนตางอนด้วยความสนใจ เด็กผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวในสายตาของโรเบิร์ตกำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังของอนลและมีแววตาตื่นกลัวคนต่างชาติ
“น้องสาวเราเพิ่งสี่ขวบย่างห้าขวบ ร็อบ...นายอย่าไปจ้องน้องเราแบบนี้ ยายน้องไม่คุ้นเคยกับคนต่างชาติ ปีหน้าพ่อว่าให้น้องย้ายไปเรียนโรงเรียนนานาชาติแล้ว” อนลโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษกับโรเบิร์ตให้เพื่อนสนิทเลิกจ้องมองน้องสาว นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของโรเบิร์ตยิ่งทำให้อิสรียากลัวคนต่างชาติหนักเข้าไปใหญ่
“พี่นลขา...คนนี้เป็นปีศาจหรือเปล่า ตาของเขาเป็นสีฟ้าด้วย ผมก็สีแดงแปลกประหลาด น้องกลัว เขาจะจับน้องกินไหม” อนลลูบศีรษะน้องสาวปลอบโยนและอดที่จะขำไปกับจินตนาการของน้องสาวที่ถูกเลี้ยงมาดั่งไข่ในหินไปด้วย
“เขาเป็นคนเหมือนกับพี่นลและน้องแหละครับ แต่ร็อบแค่แตกต่างกับผมสีดำ ตาสีน้ำตาลแบบน้องกับพี่ เพราะเขามาจากคนละบ้านคนละเมืองกัน ถ้าเราสองคนไปเดินบ้านเมืองของร็อบ คนเขาต้องมองเราสองคนแปลกประหลาดเหมือนกัน น้องลองยิ้มให้พี่ร็อบซิครับ” อนลตั้งใจสอนน้องสาวให้มีมารยาทกับแขกต่างชาติ
อิสรียาเพิ่งเคยสนทนากับคนต่างชาติครั้งแรกได้แต่ส่งยิ้มน้อย ๆ ไปให้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทั้งที่เด็กน้อยยังคงกลัวดวงตาสีฟ้าของโรเบิร์ตจับใจ โรเบิร์ตยิ้มตอบและส่งมือทำความรู้จักให้เด็กหญิงตัวน้อย ที่เขาคิดว่าหน้าหวานยิ่งกว่าขนมหวานอะไรในโลกที่เขาเคยกินมาทั้งชีวิต
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่ชื่อร็อบ” คำทักทายของโรเบิร์ตทำเอาอิสรียาวิ่งมาหลบข้างหลังของอนลเหมือนเดิม โรเบิร์ตได้แต่ยื่นมือและยืนยิ้มค้างอยู่ตรงหน้าอนล
“นายทำน้องเรากลัวเสียแล้วเพื่อน เอาไว้รอให้น้องของเราโตอีกหน่อย นายค่อยมาทำความรู้จักกับน้องของเราแล้วกัน ตอนนี้เชิญแยกย้ายไปนอนได้แล้ว แม่นายบอกให้นายกับพี่เจมส์ไปนอนห้องของเรา เราจะไปส่งน้องเข้านอนก่อน”
“เราขอตามนายไปกล่อมน้องนอนด้วยคนได้ไหม” โรเบิร์ตไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงอยากตามไปมองหน้าหวานของอิสรียาอีกสักหน่อย เด็กอะไรหน้าหวานจนติดตาเขาขนาดนี้
“ไม่ได้ น้องสาวของเรา เราหวง นายพาพี่เจมส์ไปที่ห้องของเราดีกว่า น้องสาวของเราคนนี้เป็นเจ้าหญิงของบ้าน” อนลหันไปจูงมืออิสรียาที่จับมืออนลเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“พี่นลขา...เล่านิทานให้น้องฟังก่อนนอนนะคะ” อนลยิ้มแสนอบอุ่นให้กับอิสรียาและไม่สนใจว่าโรเบิร์ตจะมองตาค้างไปกับรอยยิ้มของเจ้าหญิงตัวน้อยอยู่ข้างหลังของเขาหรือไม่
ในวินาทีที่ปากน้อยช่างเจรจากับพี่ชายของเธอ โรเบิร์ตเริ่มอยากเข้าใจว่าสองคนพี่น้องกำลังคุยเรื่องอะไรกัน แต่โชคร้ายตกเป็นของเขา เขาฟังภาษาไทยไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียวเลย
