บทที่ 6 โสดจีบได้
วันนี้มิลันตาเริ่มทำงานเป็นวันแรกหลังจากหยุดยาวมาหนึ่งสัปดาห์ ช่วงเช้าออกรายการการทอล์คโชว์ที่คุยสบาย ๆ แบบเป็นกันเอง พูดคุยกันแบบเรื่องส่วนตัว ตอนเย็นเธอก็ไปร่วมงานเปิดตัวสกินแคร์ซึ่งเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ ในงานนี้เธอเองก็ได้เจอกับธาวิตด้วย เขามาร่วมงานในฐานะผู้บริหารของไร่ชาธาราเคียงตะวัน เพราะสินค้าตัวนี้เป็นสกินแคร์ที่ใช้สารสกัดจากยอดอ่อนชาเขียวคุณภาพดีที่ได้จากไร่ของธาวิต ดังนั้น เจ้าของไร่อย่างเขาจึงไม่พลาดที่จะมาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ด้วยตนเอง
ในงานเขาหันมองมาทางเธอไม่วางตา แต่ไม่ได้เอ่ยทักทายเธอสักคำ และก็เป็นเธอที่เข้าไปทักทายสวัสดีเขาไปตามมารยาท เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร หรือคิดอะไรแต่สำหรับเธอแล้ว เธอจะทำทุกอย่างให้ได้นั่งอยู่ในหัวใจเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้เธอเคยตัดใจจากเขาไปแล้ว แต่คืนนั้นเป็นเขาที่เริ่มก่อน เธอไม่ยอมให้เขาฟันเธอแล้วทิ้งไปอย่างไม่ไยดีแน่ ๆ ทะเบียนสมรสก็ไม่มี เธอแค่ไปรับหน้าเป็นเจ้าสาวตัวแทนแต่กลับต้องมาเสียตัวให้เขาอีก งานนี้มีสิ่งเดียวที่จะชดเชยให้เธอได้ นั่นก็คือเธอต้องได้หัวใจของเขากลับมาเท่านั้น
เมื่อจบงานนักข่าวก็กรูเข้ามาสัมภาษณ์ แต่ระหว่างการสัมภาษณ์กลับมีคนมาส่งดอกไม้ช่อใหญ่ให้เธอกลางวงนักข่าว ซึ่งมีการ์ดไม่ได้ลงชื่อแนบมากับช่อดอกไม้ช่อนั้นด้วย เธอได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้านักข่าวอย่างเขินอาย
“พอจะบอกได้ไหมคะว่าเจ้าของช่อดอกไม้นี่เป็นใคร” นักข่าวเริ่มถาม
“มิก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ไม่มีชื่อบอก พี่ ๆ ก็เห็น”
เธอเปิดการ์ดให้นักข่าวดูอย่างไม่ปิดบัง
“แหม น้องมิน่าจะบอกหน่อยนะคะ”
นักข่าวยังถามไม่หยุด เพราะเรื่องชาวบ้านคืองานของเขา
“มิไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ ฝากพี่ ๆ ช่วยสืบให้หน่อยนะคะ แล้วถ้าพี่ ๆ ทราบว่าคนส่งดอกไม้มาคือใครก็ช่วยบอกมิด้วยนะคะ” มิลันตาเอ่ยบอกพร้อมด้วยรอยยิ้ม
“เอ้ หรือว่าจะเป็นคนที่กำลังมีข่าวกับน้องมิอยู่ค่ะ”
ยังยังไม่เลิกถาม
“ใครเหรอคะ”
มิลันตาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ว่านั่นคือใคร เพราะเธอเป็นข่าวกับหลายคนมาก จนไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้วจริง ๆ คนสวยอ่ะเนอะ
“ก็หนุ่มนักธุรกิจไฟแรงที่มักส่งดอกไม้ไปให้น้องมิบ่อย ๆ ไงคะ”
นักข่าวสำนักหนึ่งถามเนื่องจากที่ผ่านมาเรียกได้ว่ามิลันตานั้นหัวกระไดไม่แห้งเลยก็ว่าได้ แม้เธอจะไม่ได้มีข่าวเสียหายอะไร แต่ก็มีข่าวเรื่องหนุ่ม ๆ เข้ามาตามจีบไม่ขาดสายมาหลายปี แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ได้เลือกเปิดตัวกับใครสักคน
“มิไม่แน่ใจว่าเป็นใครค่ะ จริง ๆ ก็มีคนเข้ามาคุยหรือทำความรู้จักบ้างค่ะ แต่ก็เป็นแค่คนรู้จักกันหรือไม่ก็เป็นเพื่อน ๆ กันมากกว่า มิยังไม่ได้เล็งใครไว้เป็นพิเศษเลยค่ะ”
“แบบนี้เรียกว่าสวยเลือกได้ได้ไหมคะ”
“จริง ๆ ผู้หญิงเรานี่ก็ควรเลือกอยู่แล้วนะคะ ยิ่งเรามีคนเข้ามาในชีวิตมากหน้าหลายตาก็ยิ่งต้องเลือกค่ะ มิไม่อยากคบเผื่อเลือก ดังนั้น จะคบใครก็ควรจะดูให้ดี ดูกันยาว ๆ จริงไหมคะ มิว่าคบ ๆ เลิก ๆ มันเสียเวลา มิเอาเวลามาทำงานดีกว่าจริงไหมคะ”
“แล้วสรุปตอนนี้หัวใจยังว่างใช่ไหมคะน้องมิ”
นักข่าวยังถามไม่หยุด ด้วยเรื่องรัก ๆ ใคร ๆ เอาไปเขียนข่าวแล้วเป็นที่สนใจนักแล
“เอางี้แล้วกันนะคะ ฝากพี่ ๆ นักข่าวช่วยกระจายข่าวด้วยนะคะ ตอนนี้มิโสดสนิทค่ะ ใครสนใจมาจีบได้ค่ะ มิจะรับไว้พิจารณา”
มิลันตาบอกไปพร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างคนขี้เล่น ซึ่งเป็นบุคลิกเฉพาะตัวของเธออยู่แล้ว เธอเป็นนางเอก เป็นคนสวยที่จัดว่าอารมณ์ขัน
“ว้าว ได้ค่ะพวกพี่จะกระจ่ายข่าวให้ทั่วเลย และหวังว่าคราวหน้าคงจะได้มีข่าวดีกับน้องมิบ้างนะคะ”
“ถ้ามีข่าวดีมิบอกแน่นอน วันนี้ขอบคุณพี่ ๆ นักข่าวมากเลยนะคะ มิฝากละครเรื่องใหม่ของมิ และสกินแคร์ไลน์ชาเขียวตัวนี้ไว้ด้วยนะคะ มิทดลองใช้แล้วใช้ดีมาก ๆ เลยค่ะ พี่ ๆ อย่าลืมเอาสินค้าตัวอย่างไปทดลองใช้กันนะคะ รับรองผิวดีขึ้นแน่ ๆ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ทุกถ้อยคำที่เธอตอบนักข่าวธาวิตได้ยินทุกอย่างอย่างชัดเจน เพราะเขาก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ
หลังจากตอบคำถามสื่อเสร็จเธอก็ออกจากงานเพื่อเดินทางกลับคอนโดทันที โดยมีเดซี่เดินทางมาส่งยังห้องพัก ในลิฟท์ทั้งคู่ก็พูดคุยกันไปเรื่อย
“น้องมิข่าวไปไวมากคะ นางเอกคนดังประกาศโสดจีบได้ คริคริ น้องมิก็ช่างพูดนะคะ ว่าแต่ใครเป็นเจ้าของช่อดอกไม้นี่คะ”
เดซี่ถามถึงเจ้าของช่อดอกไม้แสนสวยที่เธอถือติดมือมาด้วย ทำให้มิลันตายิ้มแสนเจ้าเล่ห์ก่อนจะกระซิบข้างหูเดซี่ด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
“มิรู้ว่าคืนนี้พี่ไท่จะมางานนี้ด้วย มิเลยสั่งให้ตัวเองค่ะ”
มิลันตากระซิบบอกพร้อมแววตาเจ้าเล่ห์
“อย่างนี้ก็ได้เหรอคะน้องมิ”
“ได้ไม่ได้ไม่รู้ มิทำลงไปแล้วค่ะ หรือพี่เดซี่จะให้มิเสียตัวให้พี่ไท่ฟรี ๆ”
เพราะเรื่องนี้ธาวิตเริ่มก่อนแท้ ๆ เขากล้าจะทำแบบนั้นกับเธอ เธอก็จะทำให้เขาเป็นของเธอคนเดียวเช่นกัน
“เอาแน่เหรอคะน้องมิ”
“ก็เอาไปแล้วนี่ค่ะพี่เดซี่ ให้มิทำไงได้ พี่ไท่น่ะถ้ามิเข้าหาเขา เขาก็จะหนี มิต้องหนีหน้าเขาก่อน เขาจะได้ตามค่ะ”
มิลันตาเอ่ยบอกผู้จัดการสาวด้วยความมั่นใจ เพราะเธอรู้จักธาวิตมาตั้งแต่เด็ก เขานิสัยเป็นอย่างไรมีหรือที่เธอจะไม่รู้
“มั่นใจเหรอคะ แล้วถ้าเขาไม่ตามล่ะ”
“พี่เดซี่อ่ะ ไม่ให้กำลังใจมิเลย มิบอกว่าตามก็ตามสิคะ”
“ค่ะตามก็ตาม พี่ขอให้น้องมิสมหวังก็แล้วกันค่ะ วันหลังก็บอกเขาเบา ๆ หน่อยนะคะ วันนั้นทิ้งรอยไว้ทั้งตัว กว่าจะหายใส่เกาะอกไม่ได้ไปหลายวัน โชคดีแค่ไหนที่พี่เดซี่งดรับงาน ไม่งั้นใครเห็นเข้าน่าเกลียดตายเลย”
“ค่ะ”
“ค่ะเต็มปากเต็มคำเลย แสดงว่าวันหน้าจะมีอีกใช่ไหมคะ”
“ก็หวังว่าจะมีอีกค่ะ คริคริ”
มิลันตาตอบยิ้ม ๆ ทำหน้าตาทะเล้นให้กับเดซี่ ก็เธอเป็นเมียเขาแล้ว เธอสวยขนาดนี้เขาก็ต้องติดใจบ้างล่ะ ความมั่นหน้าเธอก็มีไม่น้อย
“โอ๊ยเป็นสาวเป็นนาง ดูพูดเข้า”
เดซี่รับรู้เรื่องของมิลันตาทุกเรื่อง ตั้งแต่เธอแอบชอบธาวิต อกหักตัดใจจากเขา ส่วนฝ่ายชายก็โดนพี่สาวมิลันตาหลอกมาหลายรอบ สับรางเป็นว่าเล่น จนหนีงานแต่งไปกับไฮโซหนุ่มพันล้าน กระทั่งน้องสาวอย่างมิลันตาต้องเข้าพิธีแทน เช้าหลังวันส่งตัวเข้าหอพอเดซี่เคาะห้องเรียกก็พบธาวิตรีบออกไปจากห้องพัก เดซี่รออยู่นานมิลันตาไม่ตื่นสักที เดซี่เลยปลุกแต่พลันต้องตกใจเพราะปากดาราในสังกัดบวมเจ่อเดือดร้อนเธอต้องแต่งหน้าให้ แถมธาวิตยังทิ้งรอยไว้ทั้งตัว ไหนบอกรักพี่สาว แต่พอน้องสาวมารับหน้าที่เป็นเจ้าสาวแทนกลับรวบหัวรวบหางเสียอย่างนั้น เดซี่ไม่เข้าใจในตัวธาวิตเลย สรุปเขาจะเอายังไงกับมิลันตากันแน่
มิลันตาและผู้จัดการออกจากลิฟท์ก็เดินมุ่งตรงไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงทั้งคู่ก็ชะงักฝีเท้าในทันที เพราะเบื้องหน้าของมีชายหนุ่มที่อยู่ในหัวข้อสนทนามาตลอดทางมายืนรออยู่แล้ว วันนี้ธาวิตมาในมาดหนุ่มนักธุรกิจสุดหล่อ ไม่ได้เป็นหนุ่มชาวไร่แบบเมื่อหลายวันก่อน
“โอ้ ตายยากจริง ๆ แค่พูดถึงก็มารอเลย”
เดซี่กระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน ส่วนมิลันตาได้แต่ยิ้มในตาพร่างพราว ในที่สุดเขาก็มา
“นั่นสิคะ มิยังนึกไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงต่อดี มาไวเกิ๊น”
ว่าแล้วทั้งคู่ก็เดินไปกระทั่งถึงหน้าประตูที่มีเขายืนรอท่าอยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะคุณไท่ มาหาน้องมิเหรอคะ”
“ครับ”
ธาวิตเอ่ยบอกในขณะที่สายตายังจ้องมองดาราสาวตรงหน้าไม่วางตา
“พี่ไท่มีธุระอะไรกับมิเหรอคะ”
“เข้าไปคุยกันด้านใน”
“ก็ได้ค่ะ”
ว่าแล้วเธอก็เปิดประตูห้องพัก แล้วก้าวเดินเข้าไปก่อนในฐานะเจ้าของห้อง ธาวิตเดินตามมติด ๆ และตามด้วยเดซี่
“นั่งคุยกันที่โซฟานี่เลยนะคะ”
เธอเอ่ยบอกชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงโซฟาเพื่อรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรกับเธอ
“เรื่องส่วนตัว อยากคุยกันแค่สองคนครับ”
ธาวิตหันหน้าไปทางเดซี่แล้วบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทำให้เดซี่ถึงกับหน้าม้าน
“มิไม่มีอะไรปิดบังพี่เดซี่ค่ะ แล้วอีกอย่างถ้าพี่ไท่มาอยู่ในห้องสองต่อสองกับมิ มิจะเสียหาย”
มิลันตาบอกกับเขาอย่างจริงจัง ก่อนจะหันไปซ่อนรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์เอาไว้อย่างแนบเนียน
“ใช่ค่ะคุณไท่ เดซี่กับน้องมิเราไม่มีความลับต่อกันค่ะ”
“อ้อ งั้นก็ดีครับ”
ว่าแล้วธาวิตก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ มิลันตาแล้วช้อนอุ้มเธอไว้แนบอกก่อนจะเดินมุ่งตรงไปยังห้องนอน
“ว้าย พี่ไท่ปล่อยมิค่ะ”
เดซี่ได้แต่มองตามด้วยความตกอกตกใจ ธาวิตเดินไปถึงประตูห้องนอนจึงหันกลับมาถามเดซี่ว่า
“จะตามเข้าห้องด้วยไหมครับ”
เดซี่ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะรีบลุกออกจากห้องไปทันที ‘ทำขนาดนี้ใครจะกล้าอยู่ บ้าที่สุด เดซี่อดใจสั่นแทนมิลันตาไม่ได้เลย’
