บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 เมีย

สายของอีกวันธาวิตรู้สึกตัวตื่น เขาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ เธอยังหลับไหลไม่ไหวติงราวกับคนอดหลับอดนอนมานาน ร่างบางพลิกตัวกลับมานอนตะแคงหันหน้ามาหาเขา ทำให้เขาเห็นใบหน้าเธอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เธอดูไร้เดียงสา แม้จริง ๆ จะแสบไม่ใช่เล่น ผมยาวดำสลวยเป็นธรรมชาติ หน้าเธอยามไม่ได้แต่งแต้มสีสันแต่ก็ยังเป็นคนสวยไม่ต่างจากพี่สาว มุกขรินทร์ดูสวยเฉี่ยวน่าดึงดูดใจ ส่วนมิลันตาดูสวยหวานสบายตา ขนตาเธอเรียงตัวยาวเป็นแพ คิ้วเรียงเส้นสวย จมูกเชิดรั้นเป็นคนดื้อดึงอย่างที่เขาก็พอรู้ ปากเป็นกระจับของเธอเขารู้ว่ามันหวานแค่ไหน เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ธาวิตก็ให้ตกใจ เขารีบลุกจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำไปทันที

เขาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย พอดีกับที่เสียงประตูห้องพักก็ดังขึ้น ธาวิตหันไปมองตามเสียงนั้น ก่อนจะเดินไปเปิดประตูออกก็ปรากฎร่างผู้มาเยือนยืนยิ้มกริ่มอยู่หน้าห้อง

“สวัสดีค่ะคุณไท่ พี่เดซี่มาหาน้องมิค่ะ น้องมิตื่นรึยังคะ”

เดซี่เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม แม้จะรู้สึกไม่ชอบอกชอบใจธาวิตสักเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวเคยไปอาละวาดดาราสาวในสังกัดของตนอยู่หลายครั้งด้วยเรื่องของสาวคนรัก

“ครับ งั้นผมขอตัวก่อน เชิญตามสบาย”

ว่าแล้วธาวิตก็เดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้เดซี่หันมองตามหลังเขาไปจนลับตา

“หล่อก็หล่อ หุ่นก็แซบ แต่ทำไมไม่ฉลาดเลยคะ ลูกสาวเจ้ทั้งสวยทั้งดีทำไมไม่สนใจ”

ว่าแล้วเดซี่ก็เดินเข้ามาในห้องพักพร้อมปิดประตูทันที เธอสอดส่ายสายตาไปรอบห้อง เห็นมิลันตายังนอนหลับอยู่บนเตียง เธอจึงปล่อยให้มิลันตานอนต่อไปด้วยรู้ดีว่ามิลันตานั้นไม่ได้พักผ่อนมาหลายวันแล้ว

“พักเยอะ ๆ นะคะน้องมิ พี่เดซี่มาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

ว่าแล้วเธอก็นั่งลงตรงโซฟาข้างเตียงก่อนจะเปิดดูตารางงานต่าง ๆ ของดาราสาวเพื่อเป็นการฆ่าเวลา

ด้านธาวิตเมื่อออกมาจากห้องพักของโรงแรมแล้ว เขาก็ขับรถมุ่งตรงไปยังไร่ชาของตนในทันที

เมื่อมาถึงบ้านธาวิตก็เจอผู้เป็นย่านั่งอยู่ที่ห้องรับแขก

“อ้าวไท่กลับมาแล้วเหรอลูก”

“ครับ”

“แล้วหนูมิล่ะลูก ไม่ได้มาด้วยเหรอ”

ผู้เป็นย่าเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหลานชายกลับมาเพียงลำพัง ไร้เงาของมิลันตาผู้ซึ่งเป็นเจ้าสาวตัวแทนติดสอยห้อยตามมาด้วย

“เอ่อ มิยังไม่ตื่นครับ ตอนนี้อยู่กับผู้จัดการส่วนตัวของเขาที่โรงแรมครับ”

“อ้อ งั้นเหรอ คงเหนื่อยได้ข่าวถ่ายละครเสร็จก็รีบมางานเลย ยังไม่ได้นอนด้วยซ้ำ แล้วยังต้องมาเป็นเจ้าสาวแทนพี่สาวอีกคงเหนื่อยนั่นแหละ เอ่อ ไท่กินอะไรมารึยังลูก”

“ยังครับ”

“งั้นไปนั่งรอเดี๋ยวย่าให้คนเตรียมให้”

“ครับคุณย่า เดี๋ยวทานเสร็จผมว่าจะเข้าไร่เลย”

“ยังไม่ต้องเข้าไร่หรอกไท่ เดี๋ยวคุณบารมีจะเข้ามาคุยกับเราเรื่องของมุขรินทร์น่ะ”

ธาวิตไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้า เมื่อวานช่วงเย็นคนของเขารายงานเรื่องเกี่ยวกับมุขรินทร์ให้เขาทราบแล้ว เธอหนีออกจากไร่ไปในคืนก่อนที่จะเริ่มงาน ตอนนี้มุขรินทร์และผู้ชายคนนั้นยังอยู่ที่กรุงเทพ ฯ ด้วยกัน เธอคงชอบผู้ชายไฮโซมากกว่าหนุ่มบ้านไร่แบบเขา เขาอยากจะหัวเราะเยาะในความโง่งมของตัวเองนัก เฝ้ารักเฝ้าทะนุถนอมเธอมาหลายปี ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แต่กลับไม่มีค่าอะไรเลย ที่ผ่านมาเขาไม่กล้าจะแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ แถมกับเขาเองมุขรินทร์ยังหวงเนื้อหวงตัวนักหนา แต่กับไอ้ผู้ชายคนนั้นหนีตามมันไปหน้าตาเฉย ไม่รู้ว่าไปถึงไหนต่อไปกันแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเขาโง่ให้เธอหลอกเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง

เขารู้จักสนิทสนมกับครอบครัวของมุขรินทร์มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เข้านอกออกไปบ้านเธอในฐานะเพื่อนมานาน กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเขากับมุขรินทร์ก็ตกลงคบหากันเป็นแฟนโดยบารมีก็รับรู้ คบกันมาแปดปี มีเขาที่โง่จริงใจกับมุขรินทร์อยู่ฝ่ายเดียว วันนี้เขารู้สึกราวกับว่าเขาไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนรักเลย

ส่วนมิลันตาเองเขาก็เห็นเธอมาตั้งแต่เด็ก รับรู้ว่าเธอแอบชอบเขามาตั้งแต่แตกเนื้อสาว แต่เธอก็ต้องตัดใจเมื่อเขาตัดสินใจคบหากับพี่สาวเธอ ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เชื่อเสียทีเดียวว่ามิลันตาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เขาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนของบารมีนั้นเขาเชื่อสนิทใจว่าท่านไม่ได้รับรู้กับการกระทำในครั้งนี้ของมุขรินทร์

ระหว่างที่ธาวิตรับประทานอาหารไปเขาก็คิดทบทวนอะไรไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งอาหารหมดจาน เขาก็เห็นรถของคุณบารมีเข้ามาจอด ธาวิตจึงรีบเดินออกไปยังห้องรับแขกที่ผู้เป็นย่าและบารมีนั่งรออยู่ในทันที

“ไท่ พ่อขอโทษไท่อีกครั้งนะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้พ่อรู้แล้วว่ามุกหนีไปกับคนที่ชื่อนฤบดินทร์”

บารมีเอ่ยบอกธาวิตทันทีที่เห็นหน้า ท่านสืบจนกระทั่งรู้ว่าลูกสาวหนีไปกับหนุ่มไฮโซทายาทธุรกิจพันล้าน ท่านมองสบตาธาวิตอย่างเห็นอกเห็นใจ

“ครับ ผมรู้แล้ว”

“แล้วไท่จะทำยังไงต่อไป ให้ตามยายมุกมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องดีไหม เดี๋ยวพ่อไปตามให้เอง มีอะไรก็ควรจะพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาไม่ใช่มาทำแบบนี้”

“ไม่ต้องตามมาหรอกครับพ่อ แค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าเขาชอบไฮโซมากกว่าชาวไร่อย่างผม”

“แล้วไท่โอเคเหรอ” บารมีถามด้วยความเป็นห่วง

“ครับผมโอเค ถ้าเขาอยากไปก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ ดีกว่าแต่งกันไปแล้วมาเลิกรากันภายหลัง”

สิ้นคำธาวิตผู้เป็นย่าอย่างคุณพริ้มเพราลูบไหล่หลานชายเหมือนเป็นการปลอบใจ พร้อมเอ่ยปลอบ

“ดีแล้วนะไท่ เลิกแล้วกันไปอย่าไปคิดแค้นอะไรหนูมุกเขาเลย ย่าว่าเขาเองก็คงไม่มีความสุขนักหรอก จะมองหน้าพวกเราได้ยังไง”

“พ่อขอโทษนะไท่ที่เลี้ยงลูกไม่ดี ไท่จะให้พ่อรับผิดชอบอะไรอีกบ้าง บอกพ่อมาเถิดนะ”

“ไม่ต้องหรอกครับ พ่อไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ คนทำเขายังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ผมก็จะทำเป็นเหมือนว่าไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็แล้วกันนะครับ”

ธาวิตเอ่ยบอกบารมีด้วยความจริงใจ เขาไม่อยากมีอะไรติดค้างกับมุขรินทร์อีก ไม่อยากไปตอแย ในเมื่อเธอเลือกที่จะไปแล้วเขาก็จะปล่อยเธอไป

“อือ ขอบใจนะไท่ เอ้ แล้วยายมิล่ะ น้องอยู่ไหนล่ะไท่”

บารมีเพิ่งนึกได้ว่าท่านมาสักพักแล้วแต่ยังไม่เห็นลูกสาวคนเล็กอย่างมิลันตา จึงเอ่ยถามเอาความกับธาวิต

“ยังนอนอยู่ที่โรงแรมครับ อยู่กับผู้จัดการส่วนตัวของเขา”

ธาวิตเอ่ยบอก ก่อนที่ทุกคนจะหยุดการสนทนาลงเพราะรถตู้คันหรูวิ่งมาจอดหน้าบ้านพอดิบพอดี

“สวัสดีค่ะคุณย่าพริ้มเพรา สวัสดีค่ะคุณพ่อ พี่ไท่”

มิลันตาและเดซี่ที่เพิ่งมาถึงกล่าวทักทายทุกคน

“มิมานี่มาลูก มานั่งใกล้ ๆ ย่า”

มิลันตาเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ ๆ คุณย่าพริ้มเพรา ธาวิตได้แต่มองเธอไม่วางตา ใบหน้าเขายังเรียบเฉย มิลันตาเองก็เหมือนกันเธอทำราวกับว่าระหว่างเขากับเธอไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

“นี่คุยเรื่องพี่มุกกันอยู่เหรอคะ” เมื่อนั่งลงแล้วมิลันตาก็เอ่ยถาม

“ใช่ พี่เราเขาหนีไปกับคนชื่อนฤบดินทร์”

สิ้นคำผู้เป็นบิดา มิลันตาชะงักเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่าพี่สาวจะหนีไปกับไฮโซหนุ่มคนนั้น เธอเคยเห็นเขาบ้างผ่านทางหน้าสื่อสังคมต่าง ๆ และก็เป็นคนเดียวกับที่พี่สาวแอบไปนัดเจอทำให้ธาวิตเข้าใจว่าเธอเป็นคนแนะนำให้รู้จัก

“ถ้าอย่างนั้น ในเมื่อทราบแล้วว่าพี่มุกอยู่ที่ไหนก็คงเคลียร์กันได้ในเร็ววันนี้นะคะ มิคงหมดหน้าที่แล้ว มิว่าจะกลับกรุงเทพฯ กับพี่เดซี่วันนี้เลยค่ะ ก็เลยจะแวะมาลา มิอยากพักผ่อนค่ะ ถ่ายละครติดต่อกันมาหลายวันยังไม่ได้พักเลย”

มิลันตาบอกผู้ใหญ่พร้อมด้วยรอยยิ้ม

“พักเสียที่นี่สิจ๊ะหนูมิ ที่ออกจะกว้างขวาง พักได้ย่าให้คนเตรียมสถานที่ให้”

“มิไม่อยากรบกวนค่ะ อีกอย่างอีกไม่กี่วันก็เริ่มทำงานแล้ว ถ้าได้กลับไปแต่เนิ่น ๆ คงดีกว่ารีบกลับเอาใกล้ ๆ วันทำงานค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจหนูมินะ ถ้ามีเวลาว่างก็มาพักผ่อนที่ธาราเคียงตะวันอีกนะ ย่ายินดีต้อนรับ”

“ค่ะคุณย่า เอ่อ แล้วพ่อละค่ะ จะกลับวันไหน”

“พ่อจะอยู่อีกสักสองสามวัน มีอะไรจะได้ปรึกษาไท่เขาด้วย มิกลับไปก่อนเลยนะ พ่อกลับเองได้ เดี่ยวพ่อให้ผู้ช่วยจัดการเรื่องการเดินทางให้”

บารมีเอ่ยบอก ท่านยังไม่อยากกลับ อยากให้แน่ใจก่อนว่าธาวิตทำใจได้แล้วจริง ๆ สำหรับท่านแล้วธาวิตเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เหมือนลูกชายอีกคนของท่านด้วยรู้จักกันมานานนักหนา เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก และท่านก็รักธาวิตมาก เรียกว่าหมายมั่นปั้นมือให้เป็นลูกเขยตลอดมาก็ว่าได้

“ค่ะถ้าอย่างนั้น มิกับพี่เดซี่คงต้องกลับก่อนนะคะ”

“จ้ะ เดินทางปลอดภัยนะหนูมิ ขอบใจมากที่อุตส่าห์ช่วย”

คุณย่าพริ้มเพราอวยพรพร้อมลูกศีรษะเธออย่างรักใคร่เอ็นดู

“พ่อค่ะมิไปก่อนนะคะ พ่อดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

เธอเอ่ยพร้อมเข้าไปกอดบิดาอย่างแสนรัก

“เดินทางปลอดภัยนะลูก ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้มิคงอับอายขายขี้หน้าใครเขาแย่”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ มิยินดีค่ะ เอ่อ มิลานะคะพี่ไท่”

ว่าแล้วเธอก็ยกมือไหว้ธาวิต เขาก็ยังเฉยเมยไม่ได้สนใจไยดีเธออย่างเคย ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากปากหยักของเขา กระทั่งมิลันตาและเดซี่ขึ้นรถตู้จากไป

“อีกสักพักถ้าใครถามเรื่องหนูมุกไท่ก็บอกไปแล้วกันว่าหย่ากันแล้ว..”

“มุกไม่ใช่เมียผมครับย่าเพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องไปอธิบายกับใคร เพราะถ้าเป็นเมียผมแล้ว ผมคงไม่ปล่อยให้เดินหนีไปง่าย ๆ แน่”

ธาวิตพูดพร้อมมองตามรถตู้คันที่เพิ่งขับจากไปอย่างไม่วางตา 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel