ตอนที่ 1. หมอผีเก๊
“ตามจับมันมาให้ได้ !!”
“ทางนี้ !”
“วิ่งเร็วเกินไปแล้ว ชาติก่อนเกิดเป็นหนูหรือไงวะ !”
“อย่าปล่อยให้หนีไปได้ ยิงเลย !”
ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง !
เสียงไล่ล่าพร้อมเสียงปืนดังสนั่นในเขตร้างย่านชานเมือง หลานซืออิน สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ในอกแสบร้อนไปหมดจนหายใจไม่ทัน หญิงสาววัยสามสิบปีผมเผ้ายุ่งเหยิง ปอยผมปรกหน้าผากบดบังรอยปานรูปผีเสื้อสีน้ำตาลให้เห็นเพียงวับ ๆ แวม ๆ หยาดเหงื่อเต็มใบหน้าอันซีดเซียวที่แม้จะงดงามแต่กลับทรุดโทรมทั้งผอมซูบทั้งขอบตาดำ
สองขาของเธอสับเท้าวิ่งหนีลัดเลาะหาที่หลบซ่อนอย่างสุดชีวิต ถ้าพลาดเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเธอได้ไปพบหน้าบรรพบุรุษที่ยมโลกแน่ ๆ
“นังหมอผีเก๊จอมลวงโลก ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ !!”
“บังอาจมาหลอกลวงนายท่านของเรางั้นเหรอ !”
“ถ้าวันนี้ฉันจับแกได้ ไม่ตายดีแน่ !”
หลานซืออินกัดปากสับเท้าเร็วกว่าเดิม ไม่สนใจความเจ็บปวดทั่วร่างกาย ในใจเต็มไปด้วยคำสบถ
บ้าเอ๊ย ! ใครมันจะปล่อยให้พวกแกจับฉันได้ล่ะ... อีกอย่าง ฉันไม่ใช่หมอผีเก๊สักหน่อย !
เธอน่ะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลาน ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านวิชาเต๋า ผลิตปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงมานักต่อนักแล้วนะ... ถึงแม้นั่นจะเป็นเรื่องในอดีต ก่อนที่ตระกูลหลานจะล่มสลายจนเหลือเธอเพียงคนเดียวตั้งแต่เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนก็เถอะ
อีกอย่าง คำว่าหมอผีเก๊ลวงโลกนี่อย่างไรเธอก็รับไว้ไม่ได้ เธอทำตามความต้องการของลูกค้าทุกอย่างนะ แต่แค่พลังวิญญาณน้อยไปหน่อยเลยได้ผลลัพธ์ไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง แค่ก ๆ เรื่องนี้จะโทษเธอไม่ได้
เธอพยายามมากแล้วจริง ๆ ร่ำเรียนกับพ่อแม่และตายายมาจนถึงสิบขวบ พอพวกเขาตายหมดเธอก็ไปอยู่กับป้านอกสายเลือด ระหว่างนั้นยังถูกเคี่ยวกรำจากผีบรรพบุรุษในตระกูลต่ออีกยี่สิบปีเต็ม ไม่ว่าจะเป็นทวด ทวดของทวด หรือทวดของทวดของทวด หรือผู้ก่อตั้งตระกูลก็ตาม พวกเขาถึงขั้นลุกมาจากหลุมเพื่อฝากความหวังไว้ที่เธอเชียวนะ ความรู้ใหญ่เล็กวิชาทางเต๋าทุกอย่างเต็มหัวไปหมด
จะโทษก็ต้องโทษพรสวรรค์งอกง่อยของเธอที่แม้จะมีดวงตา หยินหยางมองเห็นวิญญาณได้ ฝึกพลังบำเพ็ญได้ แต่กลับเปิดประตูจิตวิญญาณไม่ออกและไม่มีดวงตาฟ้าดิน ซึ่งเป็นสองสิ่งสำคัญสำหรับเรียกใช้วิชาอันทรงพลังที่อยู่ในหัว ทุกครั้งจึงใช้งานความสามารถได้แค่แบบ ขาด ๆ เกิน ๆ พอฉิวเฉียด
แหม... หวังพึ่งพลังบำเพ็ญอันน้อยนิดที่รวบรวมได้จากโลกแห้งแล้งแห่งนี้จะทำอะไรได้บ้างเล่า
แต่เธอก็เก็บค่าจ้างตามความสามารถนะ ราคาถูกขนาดนี้ทำได้เท่านี้ก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้ว พวกไม่ได้อยู่ในวงการนี่ช่างไม่รู้เรื่องเลย ยังมาหาว่าเธอเป็นหมอผีเก๊อีก ถึงอย่างนั้นครั้งนี้ก็ซวยจริง ๆ ที่ลูกค้าดันเป็นผู้มีอิทธิพลหัวร้อนง่าย ก็เลยถูกตามล่าเอาชีวิตอย่างที่เห็น...
“เจ้านายรีบวิ่งเร็ว ! คนพวกนั้นตามมาแล้ว !”
วิญญาณเต่าเรืองแสงขนาดเท่าฝ่ามือที่เกาะหัวหลานซืออินอยู่แหกปากคอยเร่ง เธอได้ยินแล้วยิ่งขมวดคิ้วกัดฟันตอบในใจ
“เงียบไปเลยนะ ! ถ้าสัตว์วิญญาณอย่างแกมีประโยชน์กว่านี้สักหน่อยฉันคงไม่ลำบากแล้ว !”
“เรื่องนี้ต้นเหตุก็เป็นเพราะเจ้านายบำเพ็ญพลังได้ห่วยแตกไม่ใช่หรือไง”
หลานซืออินอยากจะเถียงก็เถียงไม่ออก สัตว์วิญญาณล้วนเป็นของคู่กายปรมาจารย์ผู้มีวิชาเต๋า กลั่นควบรวมมาจากวิญญาณต้นกำเนิดของเจ้าของ ปกติแล้วต้องมีอิทธิฤทธิ์มากมาย แต่หลานซืออินพยายามแทบตายกลับได้เต่าตัวจิ๋วที่มีพลังสร้างเกราะป้องกันมา... ซึ่งเกราะนั้นกันได้แค่ฝุ่นผงและแมลงเท่านั้น แถมตอนนี้พลังของมันก็หมดแล้วด้วย จึงไม่ต่างจากตุ๊กตาพูดได้เท่านั้น...
วินาทีนั้นความรู้สึกเลวร้ายรุนแรงก็แผ่มาจากกระดูกสันหลังของหลานซืออิน เธอรีบหันหลังกลับไปกำยันต์ห้าใบสุดท้ายปาออกไปทันที ตรงนั้นควันหน้าผีร้ายลูกหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ตู้ม !
เสียงปะทะกันดังสนั่น ควันหน้าผีร้ายนั่นหายไปพร้อมกับยันต์ทั้งห้าใบที่กลายเป็นเถ้าถ่าน หัวใจดวงน้อยหลั่งเลือดเป็นสายเพราะยันต์แสนรัก
เงิน... เงินที่เธอหาได้มาอย่างยากลำบากทั้งนั้น...
หลานซืออินกัดฟันวิ่งอีกครั้ง พวกมันถึงกับจ้างนักพรตคนอื่นมากำจัดหมอผีไม่สมประกอบอย่างเธอเชียวเหรอ นี่จะแค้นกันเกินไปไหม !
อันที่จริงแค่คนธรรมดาถือปืนพวกนั้นเธอก็ไร้ทางหนีมาตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งมีนักพรตมาร่วมมืออีก หนทางไปสู่ความตายก็ปูพรมแดงมาอย่างสวยงาม
ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง !
กระสุนมากมายทะลุเข้าร่างเธอสร้างความเจ็บปวดอันมหาศาล หลานซืออินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น รู้สึกได้ว่าเลือดกำลังไหลออกจากตัวเป็นก๊อกน้ำ มองไปยังหน้าผาที่อยู่ห่างไปไม่ถึงเมตรก็ยกยิ้มหยัน แค่จะเลือกทางตายเองยังไม่ปัญญาเลยสินะ...
“ถือว่าหนีได้เก่งมากเลยนะหลานซืออิน”
แปะ แปะ แปะ แปะ
เจ้านักพรตเฒ่าคนหนึ่งเดินทอดน่องปรบมือเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ใบหน้านั้นหลานซืออินรู้จักเป็นอย่างดี นักพรตเฒ่าที่ตามรังควานขัดขวางเธอมาตลอด
“ฮุนอู๋เซิง...”
“โอ้ ดีใจนะที่เธอให้เกียรติจำฉันได้ ฮ่า ๆ ๆ ฉันอุตส่าห์อาสามารับวิญญาณเธอด้วยตัวเองเลยนะ เสียดายก็แต่ตอนลูกพี่ลูกน้องของเธอฉันไม่ได้ไปจัดการด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงได้ฉายาผู้กวาดล้างตระกูลหลานแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”
หลานซืออินตกใจหนัก... ที่แท้ ลูกพี่ลูกน้องคนสุดท้ายที่เป็นความหวังว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวตายไปเพราะพวกมันเหมือนกันสินะ เข้าใจแล้วว่าทำไมตลอดหลายปีมานี้ไม่สามารถหาตัวเขาเจอได้เลย
“พวกแก... คำสาป... เป็นฝีมือพวกแกตระกูลฮุน...”
หลานซืออินที่ร่างเต็มไปด้วยเลือดเปล่งเสียงเฮือกสุดท้ายลอดไรฟันด้วยความแค้น
หากเธอแข็งแกร่งกว่านี้...
หากมีพลังมากกว่านี้...
เธอจะต้องมีชีวิตรอด....
จะต้องปกป้อง...
จะต้องแก้แค้น...
