1.เริ่มต้นการขำระแค้น
EP1.เริ่มต้นการชำระแค้น
เสียงวีดีโอคอลดังขึ้นมาเป็นระยะ ‘มารีน่า มัส’ สาวน้อยวัย 27 ปี เผยยิ้มออกมาทันทีที่เห็นรายชื่อของคนที่โทรเข้ามา ‘Mom’ มารีน่ารีบกดรับสายของมารดาทันที เพราะเธอคิดถึงแม่มากๆ และยิ่งไปกว่านั้นวันนี้เป็นวันสำคัญของเธอ ไม่แปลกเลยที่แม่จะโทรมา
“ฮาย แม่คะ”
“Congratulations น้ะจ้ะสาวน้อยของแม่ ขอโทษด้วยนะลูกที่แม่ไม่ได้บินไปแสดงความยินดี ไว้หนูกลับมาบ้านแม่จะฉลองให้ย้อนหลังนะลูก”
มาเรียมเอ่ยกับลูกสาวคนเล็กของตระกูล นางภูมิใจในตัวมารีน่ามากที่สามารถเรียนจบปริญญาโทจากมหาลัยชื่อดังที่ประเทศอังกฤษได้
“ได้เลยค่ะแม่ แม่สัญญาแล้วนะคะห้ามลืมนะ วันนี้หนูสวยมั้ยคะ”
คนปากหวานเอ่ยถามมารดาพร้อมกับโชว์หน้าที่ตนเองบรรจงแต่งเองอย่างสุดฝีมือ ใบหน้าลูกครึ่งเยอรมัน-ไทย ของหญิงสาวนั้นไม่เป็นรองใคร หน้าตาแบบนี้สามารถไปเดินทางสายนางแบบได้ไม่ยากเลย แต่มารีน่าไม่ชอบ
“สวยจ้ะ สวยที่สุดเลยลูกแม่ แล้วพิธีรับใบประกาศเสร็จเรียบร้อยหรือยังจ้ะ”
พอได้ยินมารดาเอ่ยถาม มารีน่าก็โชว์ใบประกาศนียบัตรที่เพิ่งได้มาหมาดๆให้มารดาดูด้วยความภาคภูมิใจ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ รีน่ากำลังจะกลับห้องพักแล้วค่ะแม่ แล้วพวกพี่ๆไปไหนกันหมดล่ะคะ”
ตอนนี้ที่อังกฤษเวลาหมุนอยู่ที่ตอนเที่ยง ส่วนที่ไทยก็น่าจะประมาณหัวค่ำล่ะมั้ง มารีน่าถามหาพี่ชายทั้งสามคนของเธอ ตระกูลมัสมีลูกทั้งหมด 4 คน มาติเนส พี่ชายคนโตสุด ผู้สืบทอดตระกูลมาร์เฟียต่อจากบิดา มาร์คัส ส่วนคนที่สองคือมาร์โค คุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลของตระกูล ครอบครัวของเธอมีธุรกิจหลากหลาย เนื่องจากพ่อเป็นมาเฟียอาจจะไม่ได้ทำธุรกิจขาวสะอาดทั้งหมด แต่พอมีมารดาเข้ามาในชีวิตของบิดา ท่านจึงสร้างโรงพยาบาลให้มารดาโดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนที่ขาดโอกาสทางการแพทย์ ส่วนพี่ชายอีกคนของมารีน่าคือมาร์ติน เจ้าของเกาะอันดาราชื่อดังที่โด่งดังไปทั่วโลก พี่ชายของเธอทุกคนนั้นต่างมีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ หากสาวๆเห็นคงจะแย่งกันกรี๊ดอยู่ร่ำไป แค่นึกถึงพวกพี่ๆเธอก็อยากกลับไทยจะแย่แล้ว
อยากกลับบ้านจัง…..
“พี่ๆยังไม่มีใครกลับมาบ้านเลยลูก แม่กำลังนั่งรอพ่อลงมาทานข้าวจ้ะ”
“โอเคค่ะแม่ งั้นไว้คุยกันใหม่นะคะ รักแม่นะ บายค่ะ”
“รักเหมือนกันจ้ะ”
หลังจากที่วางสายเสร็จมารีน่าก็หันไปบอกลาเพื่อนๆที่ยืนอยู่แถวนั้นเพื่อขอตัวกลับบ้าน แต่ยังไม่ ทันยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพาย เสียงข้อความก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
ชาร์ล:วันนี้ไปทานข้าวเย็นกันนะ ห้ามปฎิเสธ!
มารีน่า:นี่ชวนหรือบังคับกันแน่คะ?
ชาร์ล:บังคับสิ ก็เธอปฎิเสธฉันมาหลายรอบแล้ว
มารีน่าขำออกมาเบาๆเมื่อเจอฝ่ายตรงข้ามพิมพ์ข้อความสื่อสารออกมาตรงๆ เธอรู้จักชาร์ลเพราะเขาเคยเข้ามาเป็นอาจารย์สอนคลาสพิเศษที่มหาลัย และดูเหมือนว่าเขาจะชอบเธอ ถึงได้ตามจีบมาเป็นเดือนแล้ว แต่เสียอย่างเดียวคือเธอไม่ได้ชอบเขานี่สิ ถึงเขาจะหล่อก็เถอะ เมื่อตอบตกลงเสร็จมารีน่าก็เตรียมตัวเดินไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับห้อง โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลย ว่าอีกด้านของถนนกำลังมีคนจับตามองเธออยู่
อีกด้านของคนที่อยู่ในรถ ใบหน้าหล่อคมภายใต้ชุดสูธสีดำจ้องมองร่างบางที่กำลังเดินมารอรถที่ป้ายรถบัสด้วยสายตาสงบนิ่ง มาเฟียหนุ่มชาวสเปนจับจ้องเลือนร่างนั้นอย่างไม่วางตา ความแค้นภายในใจมันค่อยๆปะทุขึ้นมาทันทีที่สมองของเขาพลันนึกถึงน้องสาวที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว หากคารีน่ายังอยู่ เธอก็คงจะอายุเท่ากันนั่นแหละ
“แน่ใจนะว่าคนนี้”
‘คริสเตียน คาร์เซ้น’ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับ
“ครับ เท่าที่ตามสืบมา ไอ้ชาร์ลมันตามจีบผู้หญิงคนนี้มาเป็นเดือนแล้วครับ ดูเหมือนว่ามันจะชอบเธอจริงๆ”
ชาลีบอกข้อมูลของศัตรูให้เจ้านายฟังตามที่เขารู้ เขาตามสืบเรื่องของชาร์ลไม่ถึงอาทิตย์ก็ได้รู้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว
“เธอชื่ออะไรนะ”
คริสเตียนละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นก่อนจะหันไปถามลูกน้องอีกครั้ง เธอคนนั้นดูมีอะไรบางอย่างที่ถูกใจเขา ไม่แปลกใจทำไมชาร์ลถึงตามจีบเธอมาเป็นเดือน แต่ที่น่าแปลกคือเธอจะเล่นตัวทำไมนานนับเดือน ถ้าไอ้นั่นมันไม่ชอบเธอจริงๆคงหาทางจับเธอขึ้นเตียงได้ไม่ยากหรอก แสดงว่าผู้หญิงคนนี้คงจะพิเศษสำหรับมันจริงๆ มันถึงได้ให้เกียรติเธอ ทั้งๆที่มันควรจะให้เกียรติผู้หญิงทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน!
“มารีน่าครับ”
“อืม สั่งให้พวกนั้นลงมือได้ แล้วก็ไปตามสืบเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้มาให้ฉันด้วย”
“ครับเจ้านาย”
พูดจบชาลีก็พาเจ้านายหนุ่มขับรถไปยังจุดมุ่งหมาย แผนการที่เขาวางเอาไว้มันกำลังจะเกิดขึ้น เเละเธอ…คือผู้หญิงโชคร้ายที่กำลังจะตกมาเป็นหมากในเกมส์การแก้แค้นของเขา
บริเวณป้ายรถบัส มารีม่ากำลังยืนรอรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางกลับห้อง แต่จู่ๆก็มีรถตู้สีดำทึบหนึ่งคันแล่นมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ ผู้ชายในชุดสูธสีดำสองคนก้าวเท้ายาวๆลงมาจากรถ ซึ่งพวกมันไม่ได้เดินเข้ามาหาคนอื่นที่ไหน นั่นก็คือเธอนั่นเอง
“พวกคุณเป็นใครคะ?”
มารีน่าเอ่ยถามก่อนจะเดินถอยหลัง แต่ดูเหมือนคนพวกนั้นไม่ได้สนใจจะตอบ เพราะอยู่ดีๆผู้ชายคนแรกก็เอาผ้าผืนเล็กๆมาโป๊ะใส่จมูกของเธอ จนรู้สึกแสบไปหมด
“โอ้ย! จะทำอะไร ปล่อยนะ!”
ร่างแน่งน้อยดิ้นเร่าๆอยู่ได้ไม่ถึงนาทีเธอก็ฟุบลงไปเลย ชายพวกนั้นใช้ยานอนหลับปิดจมูกเธอเอาไว้ หากไม่หลับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว โชคชะตานำพาทุกอย่างให้มาบรรจบกัน โดยที่เราไม่สามารถรู้เหตุผลของมันได้เลย
4 ชั่วโมงต่อมา ……
ณ เกาะส่วนตัวของคริสเตียน คาร์เซ้น
ดวงตากลมโตค่อยๆลืมขึ้นมาช้าๆ หัวสมองของมารีน่าหนักอึ้งไปหมด เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าตัวเองนอนหลับไปนานแค่ไหน ทันทีที่สายตาของหญิงสาวมองเห็นเพดานห้อง ความทรงจำครั้งสุดท้ายของเธอก็ผุดขึ้นมาบนหัวทันที
เธอโดนลักพาตัวมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้!
แกร๊ก!
เสียงประตูห้องถูกผลักเข้ามาก่อนจะปรากฎภาพตรงหน้าให้เห็น ชายหนุ่มที่สวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเดินเข้ามาจ้องหน้าเธอไม่วางตา หน้าอกแกร่งที่เต็มไปด้วยซิกแพ็คอัดกันหลายๆก้อนทำให้หัวใจของมารีน่าเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าของเขาคมเข้มเหมือนกับดาราดังๆ แถมหุ่นก็สมบูรณ์แบบสุดๆ มันไม่ใช่เวลามาชื่นชมเขา! เธอกำลังถูกลักพาตัวนะมารีน่า
“ตื่นแล้วหรอ…”
เมื่อมารีน่าได้สติ เธอจึงนึกกลัวเขาขึ้นมาได้ เขาคือคนที่ลักพาตัวเธอมางั้นหรอ
“คะคุณเป็นใคร ทำแบบนี้ทำไม!”
ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดอยู่ปลายเตียงก่อนจะแสยะยิ้มออกมา ซึ่งมารีน่าไม่เข้าใจทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เธอไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
“เดี๋ยวเธอก็รู้ว่าฉันเป็นใคร แต่ก่อนอื่นเธอช่วยตอบข้อความไอ้ชาร์ลมันหน่อยนะว่าวันนี้คงไปกินข้าวกับมันไม่ได้แล้ว”
คริสเตียนพูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ของเธอมาให้เธอเอง เขาเป็นคนเอาโทรศัพท์เธอไปดูเองแหละ เพราะเห็นว่าชาร์ลส่งข้อความมาหาเรื่องนัดกินข้าวเย็นนี้
“คุณต้องการอะไร? คุณรู้จักชาร์ลงั้นหรอ?”
มารีน่าดึงโทรศัพท์ของตัวเองมาด้วยอารมณ์ไม่พอใจนิดๆ เธอเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว เมื่อเขาไม่ยอมพูดอะไรที่มันตรงไปตรงมากับเธอ
“อืม ฉันรู้จักกับแฟนเธอ แต่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีเท่าไหร่นะ”
เขาไหวไหล่พร้อมกับอธิบายเสียงเรียบ เพราะเขากับมันเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ แต่มันเสือกเล่นสกปรก เข้ามาทำให้น้องสาวเขารักแล้วก็ทิ้ง จนน้องสาวของเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพราะคนชั่วๆแบบมัน!
“ฉันจะกลับบ้าน!”
ไม่พูดเพียงอย่างเดียวมารีน่าคิดแบบนั้นจริงๆเธอรีบลุกขึ้นจากเตียงเพราะเห็นว่าวันนี้คงคุยกับคนแปลกหน้าอย่างเขาไม่รู้เรื่องแน่ๆ และเธอเองก็ไม่จำเป็นจะต้องมารับรู้เรื่องราวของผู้ชายคนนี้กับชาร์ลเลยสักนิด เอาง่ายๆนะ เรื่องที่เขาพูดมันไม่เกี่ยวกับเธอ!
“เธอคิดว่าจะเดินออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆงั้นหรอ?”
เขาคว้าแขนเธอเอาไว้ก่อนจะถาม
“นี่ ฉันขอแนะนำให้คุณรีบๆพูดจุดประสงค์ของตัวเองมาเลยดีกว่า ฉันไม่ว่างมานั่งคุยกับคุณทั้งวันหรอกนะคะ”
มารีน่าเป็นคนใจร้อนพอตัว ด้วยความที่ถูกพี่ๆทั้งสามตามใจบ่อยๆเธอถึงเป็นคนไม่ชอบรออะไรนานๆ เมื่อไม่ได้คำตอบจากเขาสักทีเธอเองก็ไม่อยากจะรอฟัง เธอชอบคนตรงไปตรงมา และเกลียดคนเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด!
“ฉันเกลียดแฟนของเธอ มันเป็นคนทำให้น้องสาวฉันตาย”
คริสเตียนพูดออกมาใบหน้านิ่งๆ แต่น้ำเสียงนั้นเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้มากมาย ฝ่ายมารีน่าเมื่อได้ยินดังนั้นก็แอบตกใจที่จู่ๆเขาก็โพล่งเรื่องที่น่าสะเทือนใจสำหรับเธอออกมา แต่เธอกับชาร์ลไม่ใช่แฟนกันเพราะฉนั้นเรื่องนี้มันดูจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเธอเท่าไหร่จริงๆ
“ฉันไม่ได้คบกับเขา และฉันก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเรื่องน้องสาวของคุณ ฉันว่าถ้าคุณอยากจะเอาคืนชาร์ล คุณควรไปทำกับเขาหรือเปล่า ไม่ควรลักพาตัวฉันมาแบบนี้นะ”
มารีน่าอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจด้วยเหตุและผล หากเขายอมปล่อยเธอกลับบ้านไปแต่โดยดีเธอจะไม่เอาเรื่องและจะยกโทษให้เพราะถือว่าเขาเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นแฟนกับชาร์ล
“ถ้างั้นเธอก็คงโชคร้ายที่ไอ้ชาร์ลมันเสือกมาหลงรักเธอ คนอย่างมันไม่ควรรักใครและไม่ควรได้รับความรักจากใครทั้งนั้น”
ในขณะที่พูดออกมา คริสเตียนเผลอออกแรงบีบแขนคนตรงหน้าไปด้วยความลืมตัว
“โอ้ย! ฉันเจ็บนะ! คุณจะทำอะไรชาร์ลมันก็เรื่องของคุณ! ฉันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรุณาส่งฉันกลับบ้านด้วยค่ะ!”
มารีน่าสะบัดแขนออกจากมือแกร่งอย่างแรง ถ้าหากเขายังพูดไม่รู้เรื่อง เห็นทีเธอเองก็คงจะโมโหเหมือนกัน
“ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก ถึงเธอจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงแต่เธอเสือกเป็นคนที่มันรักไง จุดอ่อนของมันก็คือเธอนี่แหละ!”
มารีน่ามองคนตรงหน้าด้วยสายตาเปลี่ยนไป หัวใจของเธอหัวเราะออกมาด้วยความตลกขบขัน ทำไมผู้เขายหน้าตาดีคนนี้ถึงได้มีความคิดน่าขยะแขยงตรงข้ามกับหน้าตาของเขามากขนาดนี้กันนะ
“เลว….คุณบอกว่าชาร์ลชั่ว แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันก็ชั่วเหมือนกันนั่นแหละ”
น้ำเสียงเยือกเย็นของมารีน่าเอ่ยออกมา ทำเอาคริสเตียนหน้าชาไม่น้อย ปกติเขาไม่ค่อยมีความรู้สึกผิดกับอะไรง่ายๆ แต่กับเธอดูเหมือนจะไม่ใช่
“ฉันคงเลวไม่ได้ครึ่งของมันหรอก ตอบกลับข้อความของมันซะ หรือจะให้ฉันตอบให้!”
มารีน่ากำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องทำตามคำสั่งของเขา
“คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับจิตใจฉัน!”
“หมายความว่าไง งั้นฉันมีสิทธิ์บังคับร่างกายของเธองั้นหรอ?”
เสือร้ายปรับเปลี่ยนสายตา ก่อนจะไล่มองร่างกายของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า มารีน่าหัวใจไหววูบ เขากำลังมองเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังคิดอกุศลกับร่างกายของเธออยู่
“อย่ามาทำสายตาทุเรศใส่ฉัน! ฉันไม่ใช่คนที่คุณจะมาทำร้ายจิตใจเพื่อการแก้แค้นอันไร้สาระของคุณหรอก”
มารีน่ากำลังจะหมดความอดทน เธอเสียเวลากับเรื่องบ้านี่มานานพอแล้ว
“ไร้สาระงั้นหรอ? เธอคิดผิดมั้ง สิ่งที่ฉันกำลังทำคือการทำให้มันเจ็บปวดสุดๆไปเลยล่ะ เพราะเวรกรรมมันไม่มีอยู่จริง มีแต่ฉันนี่แหละที่สามารถทำให้มันเจ็บปวดเจียนตายได้ มันต้องตายเหมือนน้องสาวฉันเท่านั้น ฉันถึงจะพอใจ!”
สายตาของคริสเตียนแปรเปลี่ยนเป็นซาตาน แววตา ท่าทางและคำพูดทำให้มารีน่าแอบกลัวอยู่ไม่น้อย แต่เธอเลือกที่จะไม่แสดงความอ่อนไหวออกมาให้เขาเห็น ภาพวันวานในอดีตของวันที่เขาสูญเสียคารีน่ายังติดอยู่ในห้วงความคิดของเขาทุกคืน เขาไม่เคยลืมความเจ็บปวดนั้นได้ลงเลย แล้วเขาจะปล่อยให้คนที่มันทำน้องสาวของเขาเป็นแบบนั้นไปมีความสุขง่ายๆได้ยังไงกัน ไม่มีวัน!
“ถ้างั้นคุณก็เดินเอาปืนไปยิงเขาก็จบแล้ว ฉันขอตัว!”
เธอไม่อยากจะเสวนากับคนบ้าอย่างเขาอีกต่อไป ทันทีที่มารีน่ากำลังจะหมุนตัวออกไปจากห้อง คริสเตียนก็ใช้โอกาสนั้นดึงโทรศัพท์ในมือของเธอกลับมาคืน เธอไม่มีสิทธิ์ใช้มันอีกต่อไปแล้ว
“คุณ! เอาคืนมานะ! ฉันจะกลับ!”
“เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น หันออกไปมองนอกหน้าต่างสิ”
เขาพยักหน้าให้เธอหันไปมอง และมารีน่าก็ต้องเบิกตาโพลง หญิงสาววิ่งไปมองวิวนอกหน้าต่างให้มันชัดๆ ทะเล! ที่นี่มีแต่น้ำทะเลล้อมรอบเต็มไปหมด นี่เธออยู่ที่ไหนกันแน่! คิดได้ดังนั้นมารีน่าก็มีแต่ความโกรธและโมโห เธอมีหลายอย่างที่ต้องสะสางหลังจากรับปริญญาเสร็จ แล้วเขาจะมาทำตัวประสาท ลักพาตัวเธอมาลอยทะเลได้ยังไง มันโคตรจะไม่ยุติธรรม!