บทที่ 1 คุณต้องมาเป็นเจ้าสาวของผม
ดวงตะวันเริ่มลาลับจากยอดไม้ เสียงหวีดหวิวของใบไม้และการเคลื่อนไหวของสายลมทำให้บังเกิดเป็นท่วงทำนองที่บาดลึกถึงหัวใจราวกับเสียงอสุรกายผิวปากเพรียกหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
นกกลางคืนส่งเสียงร้องชวนขวัญผวา แมลงจิ้งหรีดเรไรส่งเสียงร้องระงมดุจจะทักทายผู้มาเยือน
แซ่กๆๆๆ
เสียงแหวกหญ้า เท้าสองคู่ย่ำอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงสวบสาบ
แสงจากพระจันทร์ที่ส่องลงมายังพื้นพิภพพอจะทำให้เห็นทุกอย่างได้อย่างเลือนราง…
ชายสองคนหน้าตาบ่งบอกยี่ห้อว่าเป็นคนไม่ดีกำลังฉุดกระชากผู้หญิงคนหนึ่งลงจากรถโดยไม่คิดจะทนุถนอมเนื้อนวลบางๆนั่นเลยสักนิด
“กรี๊ดดด” เสียงแหลมๆหวีดร้องออกมาอย่างตระหนก ร่างบางพยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดสุดฤทธิ์ แต่แรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย ยิ่งเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์ถึงสองคนด้วยแล้ว เธอยิ่งไม่มีทางหนีรอดไปได้
“เขาสั่งให้เราฆ่ามันซะ แต่สวยๆแบบนี้เราน่าจะหาความสุขกับมันก่อน มึงว่ามั้ยไอ้เข็ม” ทองหันไปถามเพื่อนร่วมงาน
“ใช่ ฆ่าทิ้งไปตอนนี้ก็เสียดายว่ะ” เข็มสูดปากเบาๆเมื่อกวาดตามองสัดส่วนยวนตาที่เห็นลางๆในความมืด
“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง” หญิงสาวพนมมือวอนขออย่างรักตัวกลัวตาย แต่เดนมนุษย์ทั้งคู่กลับไม่เห็นใจ มันผลักร่างเธอจนล้มลงไปกองที่พื้นหญ้า ก่อนที่เข็มจะขึ้นคร่อมร่างงามไว้อย่างหื่นกระหาย
“เฮ้ย! มึงจะเอาก่อนเลยหรือวะ” ไอ้ทองร้องท้วง
“เออสิวะ กูขอก่อน แล้วมึงค่อยทำเป็นคนต่อไป โอเคมั้ย” เข็มถือที่ว่าตัวเองอายุมากกว่าเลยคิดจะข่มขืนมัสลินเป็นคนแรก ซึ่งทองจำต้องยอมพยักหน้าตกลงอย่างเสียไม่ได้
“เออ นึกว่ามึงจะมีปัญหากับกูซะอีก” เข็มหัวเราะร่า พร้อมซุกไซ้ปลายจมูกหักๆเข้าที่ซอกคอขาวๆ ในขณะที่มัสลินพยายามต่อสู้ดิ้นรนสุดฤทธิ์
“กรี๊ดดด ปล่อยฉันนะ” เธอทั้งเตะทั้งถีบจนเข็มชักจะหงุดหงิด
“นังหน้าโง่ แกคิดว่าในป่าลึกแบบนี้จะมีคนมาช่วยแกได้เหรอไง”
“ถ้าพี่ธันวารู้ว่าฉันโดนจับตัวมา พี่ธันวาจะต้องมาตามหาฉัน แล้วพวกแกก็จะไม่รอด” หญิงสาวเอ่ยอ้างถึงธันวาผู้ที่เป็นแฟนหนุ่ม แต่ทั้งเข็มและทองกลับไม่มีทีท่าจะกลัวเลยสักนิด แถมยังหัวเราะใส่หน้าเธออีกต่างหาก
“ฮ่าๆๆๆๆ”
“พวกแกหัวเราะอะไรกัน”
“หัวเราะคำพูดของเธอไงสาวน้อย… คนที่สั่งให้พวกเราเอาแกมาฆ่าก็คือ…คุณธันวาแฟนเธอนั่นแหละ”
คำพูดของเข็มทำให้มัสลินถึงกับช็อก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง หน้าเรียวซีดเผือดจนแทบจะไม่มีสีเลือด เสียงแผ่วๆลอดออกจากลำคองึมงำ
“ไม่จริง”
“สิ่งที่ฉันพูดมันคือเรื่องจริงครับสาวน้อย เธอไม่รอดแน่…คืนนี้” พูดจบ เข็มก็กระชากเสื้อเธออย่างแรงจนขาด
แคว่ก!!
“กรี๊ดดดดด!!” วินาทีนั้นเองที่มัสลินคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้วแน่ๆ ตาโตๆมีน้ำใสๆฉาบคลอหน่วยอย่างเจ็บปวดที่สุด ทำไมเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ในวันครบรอบอายุครบ22ปีแบบนี้ด้วย
“ฮ่าๆๆ” เข็มยังคงหัวเราะเราะก้อง ตาวาวๆมองอกอวบที่โผล่พ้นบราเซียตัวจิ๋วออกมาอย่างหื่นกระหาย
“ปะ ปล่อยฉัน” เท้าเล็กๆพยายามยันร่างหนาออกไปจากตัว ทำเอาเข็มชักจะรู้สึกหงุดหงิด จึงใช้กำปั้นอัดเข้าที่ท้องน้อยของเธออย่างแรงจนหญิงสาวเกิดอาการจุกจนหน้าเหลือง
“อั่ก ไอ้พวกชั่ว”
“อีนี่ปากดีว่ะ เดี๋ยวกูตบเลือดกลบปาก” เข็มยกฝ่ามือขึ้น แต่ยังไม่ทันจะได้ตบ เสียงร้องของทองที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้เข็มต้องหันไปมองอย่างโดยอัตโนมัติ
“โอ๊ย”
ทองร้องด้วยเสียงแหบๆ เมื่อลำคอถูกมือของผู้ชายในชุดสีดำกลมกลืนกับราตรีบีบอย่างแรง
ร่างของทองค่อยๆลอยขึ้นจนเท้าไม่ติดพื้น ทั้งๆที่มือของผู้ชายคนนั้นบีบคอทองเพียงแค่มือเดียวแท้ๆ
หวือ!
ร่างของทองโดนเหวี่ยงจนไปชนกับต้นไม้ใหญ่เข้าเต็ม ในขณะที่เข็มรีบลุกขึ้นจากร่างงามแล้วควักปืนออกมาจ่อไปที่ชายนิรนาม
“แกตาย” นิ้วยังไม่ทันได้กดเหนี่ยวไก ร่างของผู้ชายร่างสูงก็ปราดเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วจนเข็มไม่ทันตั้งตัว
“อั่ก”
เข็มเริ่มตาเหลือก เมื่อโดนบีบคออย่างแรง เขาพยายามดึงมือแกร่งออกจากลำคอแต่ก็ไม่สำเร็จ เรี่ยวแรงของบุรุษในชุดดำดูจะมีมากมายมหาศาลจนเกินกว่าคนอย่างเขาจะต้านทานได้
หวือ!
สุดท้ายเขาก็มีชะตาเดียวกันกับทอง เพราะร่างเขาโดนเหวี่ยงไปปะทะต้นไม้อีกต้นอย่างไม่มีคำว่าปรานี พร้อมกับสติที่ดับวูบลง
“อ้ะ” มัสลินที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอดได้แต่อ้าปากค้าง ตากลมโตเหลือบมองร่างสูงที่สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อแขนสั้นสีดำที่เดินมาหยุดเบื้องหน้าเธอด้วยท่าทางที่เหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน
แสงจันทราที่ส่องลงมากระทบเสี้ยวหน้าคมคายจนเห็นเป็นเงาสลัว ดวงตาคมกริบสีดำสนิท ผิวขาวผ่อง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปเป็นเส้นตรงไม่บ่งบอกอารมณ์
มัสลินอยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนี แต่เธอไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะทำได้ดั่งใจต้องการ หญิงสาวเม้มปากแน่นเมื่อชายหนุ่มก้มลงช้อนร่างเธอขึ้นอุ้มแนบอก
ร่างนุ่มนิ่มเบียดกับลำตัวแกร่ง แผงอกกว้างแต่อบอุ่น แต่น่าแปลกเหลือเกินที่มือของเขาดูเย็นเฉียบจนเธอยะเยือก
เท้าใหญ่ย่ำเดินไปในทางทิศตะวันตก ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม ไหล่กว้างเหยียดตรงเหมือนว่าตัวเธอไม่มีน้ำหนักเลยแม้แต่น้อย
“ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ คุณชื่ออะไร” แม้ว่าจะยังรู้สึกกลัว รู้สึกระแวงเขาอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังแข็งใจถามเขาออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
หน้าคมก้มลงต่ำมองหน้าเรียวให้อ้อมแขน พลัน! เธอก็รู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งมาจับที่ขั้วหัวใจ เมื่อสบกับดวงตาล้ำลึกที่เหมือนบ่อน้ำลึกของเขา หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อได้ยินเสียงห้าวๆดูมีอำนาจตอบเธอว่า…
“เรียกผมว่า…ราชิต!”
นั่นคือความทรงจำครั้งสุดท้ายของเธอก่อนที่สติจะพลันดับวูบลงไป เมื่อมารู้สึกตัวอีกที เธอก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ หัวเตียงนอนสลักเป็นรูปดอกไม้อย่างงดงามตระการตา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอรู้สึกสนใจ เพราะสิ่งที่เธอสนใจในตอนนี้มันพุ่งไปที่ความคิดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ…เธอมาอยู่ที่ไหน
มัสลินกวาดตามองไปรอบๆห้องอย่างสังเกต ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แจกันทองคำเปล่งประกายเจิดจ้ามากกว่าสิ่งอื่นใดตั้งอยู่ที่โต๊ะข้างๆหัวเตียง มีดอกกุหลาบปักเอาไว้อวดความสวยสด
เพียงแค่มองห้องที่กว้างขวาง เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของห้องจะต้องรวยมหาศาลแน่ๆ
ความคิดพุ่งวกกลับไปที่ผู้ชายในชุดดำที่มาช่วยเธอเอาไว้จากการถูกข่มขืน เขาเป็นคนอุ้มเธอมา อย่าบอกนะว่า…ที่นี่คือบ้านของผู้ชายคนนั้น
หญิงสาวเหลียวมองรอบๆตัว ยิ่งอยู่ในห้องกว้าง เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองจะตัวเล็กกระจ้อย เธอก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
นี่เป็นชุดของใครกัน…ชุดสีฟ้ายาวกรุยกราย มันไม่ใช่ชุดของเธอ แล้วชุดของเธอหายไปไหนกัน?
หน้างามเริ่มซีดเผือด หรือว่า…
ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อไป เสียงทุ้มๆก็เอ่ยถามขึ้นที่หน้าประตู
“ผมไม่ได้ทำอะไรคุณหรอกครับ”
ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง เขายังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำอยู่ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนชุดจากเมื่อตอนที่เธอเจอเขาครั้งแรกก็เท่านั้น
“คุณคือ…?” หญิงสาวอ้าปากค้าง หันไปมองบุรุษร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจที่เดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอด้วยสายตาอึ้งๆ
“ผม…ราชิตครับ”
ดูเหมือนเขาจะเป็นคนพูดน้อยเสียด้วยสิ ดวงตาคมล้ำลึกมองใบหน้าเรียวด้วยสายตาที่เธอเองก็อ่านไม่ออกว่าเขาคิดอะไร
“คุณเป็นใคร” คำถามมากมายที่มาจุกรออยู่ที่คอของเธอ หญิงสาวทั้งสับสน งุนงง และสงสัย
“ผมเป็นเจ้าของคฤหาสน์สิงห์ตะวัน ผมเป็นคนช่วยคุณมาจากไอ้ผู้ชายสองคนนั่น” เขาอธิบายเพิ่มเติม จนเธอต้องพยักหน้าเมื่อเริ่มเข้าใจ
“ฉันต้องขอขอบคุณคุณจริงๆนะคะที่ช่วยฉันไว้ ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงแย่” เธอพนมมือไหว้เขา ในขณะที่เขายืนนิ่งเฉย มีเพียงดวงตาคมเท่านั้นที่เปล่งประกายประหลาดขึ้นมาวูบหนึ่ง
“ไม่เป็นไรครับ”
ต่างฝ่ายต่างนิ่งกันไปพักใหญ่ ปลดปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปเรื่อย ก่อนที่ราชิตจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาเสียก่อน
“คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนบงการคิดจะฆ่าคุณ”
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความคิดคำนึงย้อนกลับไปที่คำพูดของคนที่จับตัวเธอมาที่ป่าแห่งนี้…
“หัวเราะคำพูดของเธอไงสาวน้อย… คนที่สั่งให้พวกเราเอาแกมาฆ่าก็คือ…คุณธันวาแฟนเธอนั่นแหละ”
จะเป็นไปได้เหรอที่ธันวา ผู้ชายสุภาพบุรุษ นิสัยแสนดีคนนั้นจะเป็นคนบงการ?
ธันวาจะคิดฆ่าเธอลงเชียวหรือ?
ราชิตคงจะสังเกตเห็นถึงท่าทางอึกอักของเธอ เขาจึงเปลี่ยนเรื่องถามมาว่า
“คุณอยากอาบน้ำหรือเปล่า”
หญิงสาวก้มลงมองตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเขาอย่างหวาดระแวง
“ใครเป็นคนเปลี่ยนชุดให้ฉันคะ”
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอราวกับรู้เท่าทันความคิดของเธอ ราชิตจึงตอบสั้นๆเพียงว่า “ป้ามาเรีย”
“แล้วที่นี่คือที่ไหนคะ”
“ป่ารุ้งพระจันทร์”
“ป่ารุ้งพระจันทร์?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันมุ่น เธอเคยได้ยินชื่อนี้มาเหมือนกัน เคยได้ยินมาว่ามันเป็นป่ารกทึบไม่มีผู้คนมาอาศัย เจ้าของที่ดินเองยังไม่กล้ามาอยู่เลย เพราะมีสัตว์มีพิษชุกชุม
“ใช่” ราชิตพยักหน้าเนิบๆ “ผมเพิ่งย้ายมาจากยุโรป มาซื้อที่ดินแถบนี้เพราะเห็นว่าทำเลสวย ผมเลยอยากจะทำไร่”
“คุณเป็นคนยุโรปเหรอคะ?” เธอถามพลางมองเสี้ยวหน้าคมอย่างพินิจ
เพิ่งได้เห็นชัดๆตอนนี้นี่เองว่านัยน์ตาของเขาเป็นสีน้ำเงินเข้มสวย ไม่ใช่สีดำอย่างที่เธอเห็นในตอนแรก คิ้วเข้มยาวจรดหางตา ดวงตาโตเรียวคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีกุหลาบ ผิวไม่ถึงกับขาวจัด แต่ออกจะแทนนิดๆ ซึ่งก็ดูดีกว่าผู้ชายผิวขาวๆเสียอีก เขาเป็นคนที่มีรูปร่างสูงเพรียว สูงไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร
“ผมเป็นลูกครึ่ง” เขาตอบพร้อมกับหันหน้ามาทางเธอ เธอรู้สึกไปเองหรือเปล่านะ…ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าดวงตาของเขาดูเศร้าๆเหมือนมีเรื่องทุกข์อะไรเก็บไว้ในใจ
“เดี๋ยวผมจะให้คนเอาเสื้อผ้ามาใส่ไว้ในตู้ให้คุณหลายๆชุด ถ้าอยากอาบน้ำก็อาบได้นะ ในห้องนอนมีห้องน้ำอยู่ด้วย” เขาบอกเป็นเชิงตัดบทก่อนจะเดินออกไปจากห้องเงียบๆเหมือนตอนขามา ทิ้งให้มัสลินนั่งอยู่บนเตียงนิ่งอย่างมึนงง
เอ…เอาเสื้อไปใส่ไว้ในตู้หลายๆชุด? เขาพูดเหมือนกับว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานอย่างนั้นแหละ
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะรีบวิ่งตามเขาออกไปนอกห้องทันทีอย่างรวดเร็ว
“คุณราชิตคะ อย่าเพิ่งไป”
ร่างสูงที่กำลังเดินอยู่หยุดชะงักฝีเท้าลงทันทีก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาค้นคว้า
“มีอะไร” เขาถามสั้นๆ
“ฉันต้องการกลับบ้านค่ะ” เธอบอกความต้องการออกไป
“นี่ยังมืดอยู่เลย” เขาพูดเบาๆ
“แต่พรุ่งนี้ฉันอยากกลับบ้าน คุณช่วยไปส่งฉันหน่อยได้ไหม” มือเรียวเผลอจับแขนแข็งแรงอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตฉายแววขอร้องอ้อนวอนให้เขาช่วยเห็นใจ แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับมองเมินไปทางอื่นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆว่า
“ขอโทษนะครับ ผมคงให้คุณไปไม่ได้”
“ทำไม” หญิงสาวถามอย่างสงสัย อย่าบอกนะว่าเธอจะหนีเสือปะจระเข้…
ราชิตก้มลงมองคนตัวเล็กข้างๆที่เผลอปล่อยมือไปจากแขนเขาแล้วอย่างขัดใจ รอยยิ้มประหลาดผุดขึ้นที่มุมปาก เสียงทุ้มกังวานตอบออกมาว่า
“เพราะคุณต้องเป็นเจ้าสาวของผม”
“อะไรนะ!” มัสลินขึ้นเสียงสูงอย่างงุนงง
“คุณพูดบ้าอะไรของคุณ”
“ผมพูดจริง ผมยินดีจ่ายให้คุณสิบล้าน ถ้าคุณยอมแต่งงานกับผม” เขาพูดอย่างหนักแน่น มือใหญ่แต่เย็นเฉียบจับเข้าที่ต้นแขนเล็กแล้วดึงเธอกลับไปที่ห้องที่เธอเพิ่งออกมาด้วยเรี่ยวแรงที่มีเยอะกว่าเธอหลายร้อยเท่า
“โอ๊ย ฉันเจ็บนะ ฉันไม่คิดอยากได้เงินของคุณแม้แต่บาทเดียว” หญิงสาวอุทาน แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเลยสักนิด
“เข้าไปในนี้ซะ คุณจะมีความสุขที่สุดถ้าคุณเป็นเด็กดี ไม่คิดจะหนีผม” เขาพูดเสียงห้วน พร้อมกับปิดประตูลง
“กรี๊ดดด ปล่อยฉันไปนะ ฉันจะกลับบ้าน” เธอทุบประตูห้องโครมๆแต่ก็ไร้วี่แววว่าจะมีคนมาช่วยเธออย่างที่ต้องการ
ร่างบางค่อยๆทรุดลงไปนั่งบนพื้นเย็นๆ ดวงตากลมโตมีแต่ความหวาดกลัว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างขุ่นเคือง
เขาคิดจะจำกัดอิสรภาพของเธอ แถมยังข่มขู่เธอให้เธอเป็นเจ้าสาวให้เขาอีก คอยดูนะ…ถ้าออกไปจากป่าแห่งนี้ได้เมื่อไหร่ เธอจะไปแจ้งความ!!