
บทย่อ
"เมื่อนักเขียนทะลุมิติมาเข้าร่าง 'นางร้าย' ที่ตัวเองแต่ง... บทเน่าๆ พวกนี้ฉันขอรื้อเขียนใหม่เอง!" เมื่อ 'หลินซี' นักเขียนนิยายชื่อดังทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'เจียงลี่อิง' นางร้ายเบอร์หนึ่งจากปลายนิ้วของเธอเอง ลืมตาตื่นมาเธอก็ต้องเผชิญกับ 'นรก' ในชีวิตจริง สามีอย่าง 'ฟู่อวี่เฉิน' รังเกียจเธอเข้าไส้ ลูกสาวตัวน้อยอย่าง 'จื่อหาน' หวาดกลัวเธอจนตัวสั่น แถมยังมีนางเอกจอมปลอมคอยวางแผนกำจัดเธอไปให้พ้นทาง! ในโลกที่ทุกคนตราหน้าว่าเธอคือ 'ขยะ' หลินซีต้องงัดทุกทักษะการวางพล็อตมาใช้เพื่อเอาตัวรอด เธอต้องเปลี่ยนตัวเองจากคุณแม่ใจยักษ์เป็นที่รักของลูกสาว และกระชากหน้ากากนางเอกใสซื่อให้หลุดออก แต่ยิ่งเธอพยายามจะถอยห่างเพื่อขอใบหย่า... สามีตัวดีที่เคยเย็นชากลับเริ่มทำตัวแปลกๆ "คุณฟู่คะ ไหนบอกว่าเกลียดฉันไง?" "นั่นมันพล็อตเก่า... ตอนนี้ฉันกำลังอยากเขียนบทใหม่ที่มีแค่เธอกับลูก"
ตอนที่ 1 จุดจบนักเขียนและจุดเริ่มต้นตัวร้าย
เสียงอื้ออึงรอบข้างดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงพิมพ์ดีดที่เธอคุ้นเคย และไม่ใช่เสียงฝนโปรยปรายนอกหน้าต่างคอนโด แต่มันคือเสียงก่นด่า เสียงหัวเราะเยาะ และเสียงกล้องชัตเตอร์ที่ระรัวใส่หน้าจนพร่ามัว
“เจียงลี่อิง! เธอมันบ้าไปแล้วเหรอ! กล้าดียังไงมาอาละวาดในงานประมูลการกุศลแบบนี้!”
แรงผลักมหาศาลทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะบุฟเฟต์จนไวน์แดงหกเลอะชุดราตรีสีขาวราคาแพง หลินซีสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บปวดที่สีข้างบอกเธอว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยอาการมึนงง
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ทว่านัยน์ตากลับเย็นชาจนน่าขนลุก เขากำลังยืนเอาตัวบังผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งที่กำลังบีบน้ำตาอยู่ข้างหลังเขา
เดี๋ยวนะ... ใบหน้าแบบนี้... ชุดแบบนี้... “ฟู่อวี่เฉิน?” หลินซีอุทานออกมาเบาๆ
“อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยปากสกปรกของเธอ!” ชายหนุ่มตวาด เสียงของเขาทรงพลังจนคนทั้งงานเงียบกริบ “เธอประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันกับลู่หลินลอบเป็นชู้กัน ทั้งที่ลู่หลินแค่เอาเอกสารสัญญามาส่งให้ฉัน เจียงลี่อิง... ความหึงหวงไร้สติของเธอมันทำลายทุกอย่าง แม้แต่เกียรติของตัวเธอเอง!”
หลินซีใจหายวาบ สมองที่เป็นนักเขียนมาทั้งชีวิตประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชื่อตัวละครเหล่านี้ ฉากงานเลี้ยงการกุศลที่นางร้ายมาชี้หน้าด่านางเอกว่าหน้าด้านแย่งสามีคนอื่น... นี่มันนิยายเรื่อง ‘บ่วงรักประธานร้าย’ ที่เธอเพิ่งปั่นต้นฉบับตอนจบไปเมื่อคืนชัดๆ!
เราทะลุมิติเข้ามางั้นเหรอ? แล้วดันมาอยู่ในร่างของ ‘เจียงลี่อิง’ นางร้ายที่คนอ่านเกลียดที่สุดในรอบปี!
“ลี่อิงคะ... ฉันกับคุณอวี่เฉินไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ อย่าเข้าใจผิดเลย” ไป๋ลู่หลิน—นางเอกในคราบนักบุญที่หลินซีเป็นคนเขียนบทให้เองกับมือ—ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมหยดน้ำตาใสๆ “ถ้าคุณไม่พอใจฉัน ฉันยอมลาออกจากบริษัทก็ได้ค่ะ แต่อย่าทำแบบนี้เลย จื่อหานจะรู้สึกยังไงถ้าเห็นคุณแม่เป็นแบบนี้...”
คำว่า ‘จื่อหาน’ เหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงบนกลางใจหลินซี ในฐานะคนเขียน เธอรู้ดีว่าตอนนี้ในใจของลูกสาววัย 7 ปีที่รออยู่บ้านนั้นพังทลายแค่ไหนที่ต้องมีแม่แบบนี้
“เงียบซะ...” หลินซีพูดขึ้นมาน้ำเสียงเรียบราบ
“เธอว่าไงนะ!” ฟู่อวี่เฉินขมวดคิ้ว เขาเตรียมรับมือกับการกรีดร้องโวยวายหรือการปาแก้วไวน์ใส่หน้าเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่เขาเห็นคือแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของคนคุ้มคลั่ง แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น
หลินซียืนขึ้นอย่างมั่นคง เธอไม่สนคราบไวน์ที่เลอะอยู่บนอกเสื้อ เธอหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะมองไปที่ไป๋ลู่หลิน
“ฉันบอกให้เธอเงียบ... ไป๋ลู่หลิน” หลินซีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางเอกที่เธอเคยสร้างมา “บทละครบีบน้ำตาของเธอเก็บไว้ใช้ตอนแสดงหนังเถอะ ส่วนคุณ... ฟู่อวี่เฉิน”
เธอหันไปหาชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย
“ถ้าคุณคิดว่าเกียรติของคุณสำคัญนัก ก็พานางเอกของคุณออกไปจากตรงนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะ ‘ไร้สติ’ ขึ้นมาจริงๆ จนทำให้หุ้นบริษัทคุณร่วงยิ่งกว่านี้”
ฟู่อวี่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของเจียงลี่อิงทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
“กลับบ้านไปซะเจียงลี่อิง แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีกในคืนนี้!” เขาพูดลอดไรฟันก่อนจะคว้าข้อมือไป๋ลู่หลินเดินเลี่ยงออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบ
หลินซีถอนหายใจยาว เธอเดินออกจากงานโดยไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของผู้คน เมื่อขึ้นมานั่งบนรถลีมูซีนส่วนตัวของตระกูลฟู่ เธอก็แทบจะทรุดลงกับเบาะ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... ฉันคือหลินซี นักเขียนนิยายมือทองนะ ทำไมต้องมาติดอยู่ในร่างยัยผู้หญิงประสาทเสียคนนี้ด้วย? เธอยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ ในนิยายที่เธอเขียน หลังจากเหตุการณ์ในงานเลี้ยงวันนี้ เจียงลี่อิงจะกลับไปอาละวาดใส่ลูกสาวที่บ้านจนจื่อหานร้องไห้แทบขาดใจ และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้จื่อหานเกลียดแม่ตัวเองจนยอมทำตามแผนการของไป๋ลู่หลินในอนาคต
ไม่ได้... ฉันจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลฟู่ หลินซีก้าวลงจากรถด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอเดินผ่านห้องโถงที่หรูหราแต่เงียบเหงาราวกับป่าช้า จนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนเล็กๆ ห้องหนึ่ง
เธอแง้มประตูเข้าไป เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ดวงตาที่กลมโตเหมือนฟู่อวี่เฉินนั้นบวมช้ำจากการร้องไห้ ในมือของเด็กน้อยถือรูปถ่ายครอบครัวที่มีเพียงฟู่อวี่เฉินและเธอ... ที่หน้าของเจียงลี่อิงถูกขีดฆ่าด้วยสีเมจิกดำสนิท
“จื่อหาน...” หลินซีเรียกชื่อเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
เด็กหญิงสะดุ้งตัวโยน เธอรีบซ่อนรูปถ่ายไว้ข้างหลัง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและชิงชัง
“ออกไป! หนูไม่อยากเจอคุณแม่! คุณแม่ใจร้าย! คุณแม่ทำให้คุณพ่อโกรธ!” จื่อหานตะโกนใส่เธอพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ
หลินซีรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงที่อก เธอรู้ดีว่าความผิดทั้งหมดนี้เกิดจากตัวละครที่เธอสร้างขึ้นมาให้ร้ายกาจ แต่วันนี้เธอไม่ใช่แค่คนเขียนอีกต่อไป เธอคือคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้
“แม่รู้ว่าแม่ใจร้าย...” หลินซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าลูกสาว “แต่ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำให้หนูเสียใจอีก แม้แต่ตัวแม่เอง”
จื่อหานมองแม่ของตนด้วยความไม่ไว้วางใจ “คุณแม่โกหก! น้าลู่หลินบอกว่าคุณแม่เกลียดหนู คุณแม่ไม่อยากให้หนูเกิดมา!”
หลินซีกำหมัดแน่นในใจ ไป๋ลู่หลิน... ยัยนางเอกจอมปลอม ฉันเขียนบทให้เธอร้ายลึกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!
เธอไม่ได้แก้ตัว แต่กลับเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆ ที่สั่นเทาของจื่อหานมากุมไว้
“แม่เปลี่ยนนิยายไม่ได้... แต่แม่เปลี่ยนความจริงได้ จื่อหาน ให้โอกาสคนบ้าคนนี้สักครั้งได้ไหม?”
เด็กน้อยนิ่งเงียบ แววตาสับสนระหว่างความรักที่โหยหากับความแค้นที่สั่งสมมานาน หลินซีรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเผชิญกับสามีที่เกลียดชัง นางเอกที่คอยปั่นประสาท และลูกสาวที่หัวใจปิดตาย
เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์ส่งนักเขียนอย่างฉันมาอยู่ในนิยายตัวเองแล้ว... ฉันก็จะขอ ‘รีไรท์’ ชีวิตยัยนางร้ายคนนี้ให้ดูใหม่เอง!
