บทที่ 2.1
กู้ชิงเยว่กล่าวต่อ “จากวันนั้นก็ไม่มีใครกล่าวอะไรกับข้า ดังนั้นข้าจึงเข้าใจผิดคิดว่าท่านพี่รับอนุเข้ามาด้วย”
เว่ยฮูหยินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ก็ถูกแล้วบุตรชายของนางรับอนุเข้าจวนจริงๆ เข้าใจผิดเรื่องใดกัน
“เจ้า!...” หลี่จื่อเว่ยได้ยินก็ใบหน้าแดงก่ำ นางเป็นเพียงอนุเท่านั้น แม้ไม่ได้กล่าวออกมาตรงๆ แต่กู้ชิงเยว่ก็ย้ำเช่นนี้หลายครั้งต่อหน้านาง
กู้ชิงเยว่เลิกคิ้วมองหลี่จื่อเว่ย “ข้าเข้าใจผิดอีกแล้วหรือ? เดิมทีฮูหยินที่แต่งเข้ามาพร้อมกันจะมีฐานะเท่าเทียม สามารถเรียกเป็นพี่น้องดังนั้นจะสนิทสนมกันย่อมเป็นเรื่องดี เจ้าตะโกนเรียกข้าด้วยชื่อแซ่ต่อหน้าบ่าวไพร่ในจวน ดังนั้นข้า...” หญิงสาวขมวดคิ้ว “หรือแท้ที่จริงนางเป็นฮูหยินที่เท่าเทียม ดังนั้นข้าจึงลงโทษนางไม่ได้?”
“เจ้าช่างใจดำอำมหิต รู้ทั้งรู้ว่าข้ากำลังตั้งครรภ์กับพี่เสวียนเจ้ายัง...”
“อ้อ อนุที่รับเข้าประตูข้างทั้งยังตั้งครรภ์ ดังนั้นข้าจึงไม่อาจแตะต้องไม่ว่าเจ้าจะทำตัวราวกับอยู่เหนือคนทุกคน” กู้ชิงเยว่พยักหน้าราวกับรับรู้
“เจ้า!...” ท่าทีของอีกฝ่ายทำให้หลี่จื่อเว่ยถึงกับพูดไม่ออก
“เว่ยเว่ย เจ้าหยุดเถิด พวกเจ้าออกไปให้หมดแม่นมหลินอยู่ก็พอ” เว่ยฮูหยินไล่สาวใช้ออกไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงแม่นมหลิน กู้ชิงเยว่ตบหลังมือเสี่ยวซูเบาๆ บอกว่านางรับมือได้
ชนชั้นสูงให้ความสำคัญต่อคุณธรรมและจรรยา รวมไปถึงลำดับขั้น เว่ยฮูหยินเองก็ได้รับการสั่งสอนมาอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังดูแลจวนตระกูลเว่ยกว่าสามร้อยชีวิต นางไหนเลยไม่ตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้
จากบนลงล่าง จากนายสู่บ่าว...
ฮูหยินเอกย่อมมีสิทธิ์มีเสียง ทั้งยังมีอำนาจเหนืออนุโดยไม่มีข้อแม้ แม้ได้รับความโปรดปรานเพียงใดแต่อนุก็คืออนุ เรื่องนี้แม้แต่นายของจวนก็ไม่อาจสอดมือ
หากเรื่องแพร่ออกไป นายของจวนหลงใหลอนุจนไม่ให้เกียรติฮูหยินเอก กระทั่งฮูหยินเอกสามารถตีกลองร้องทุกข์ นั่นจะยิ่งถูกประณามและทำให้ชื่อเสียงของตระกูลมัวหมอง
...นี่นับเป็นเรื่องที่ชนชั้นสูงยึดถือมายาวนาน
นับจากต้าฉินก่อตั้งไม่มีอนุคนใดสามารถหมิ่นเกียรติฮูหยินเอก ทั้งยังไม่อาจไม่เคารพและลามปาม ยังไม่นับว่าสะใภ้ของนางเป็นถึงบุตรสาวตระกูลกู้ ตระกูลแม่ทัพที่คนทั่วทั้งแคว้นยกย่องสรรเสริญในคุณงามความดี
เว่ยฮูหยินถอนหายใจออกมา “เยว่เอ๋อร์ ตระกูลเว่ยทำผิดต่อเจ้าหลายเรื่องจริงๆ ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ตั้งแต่วันงานจนถึงตอนนี้ความชัดเจนใดๆ หรือก็ไม่มีให้เจ้า”
“ข้าไม่เคยนึกตำหนิท่านแม่เลยเจ้าค่ะ เพียงแต่หลายๆ เรื่องอยากให้เวลากับทุกๆ ฝ่ายได้ปรับตัวเช่นกันกับตัวข้า อีกทั้งตอนนี้บ้านเมืองระส่ำระสายเพราะสงคราม ข้าจึงไม่ได้กล่าวถึงให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เพียงแต่จากบนลงล่าง จากนายสู่บ่าว ทุกอย่างล้วนจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และคงไว้ซึ่งลำดับขั้น หาไม่ในยามคับขันในจวนจะวุ่นวายจนไม่อาจจัดการ”
เว่ยฮูหยินพยักหน้าทั้งยังมีท่าทีจนใจ
“เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันจนทุกคนไม่อาจตั้งตัวก็จริง แต่นับจากวันนี้ข้าเพียงหวังว่ามันจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก ในเมื่อข้าแต่งเข้ามาแล้ว ก็ถือว่าตัวเองกลายเป็นคนของตระกูลเว่ย ข้าได้แต่หวังว่าตระกูลเว่ยเองก็จะเห็นข้าเป็นคนกันเองมิใช่คนนอก”
หลี่จื่อเว่ยคล้ายคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ นางมองกู้ชิงเยว่ที่มีท่าทีคล้ายไม่แยแสกับสิ่งใด คราแรกยังคิดว่าสตรีผู้นี้จัดการไม่ยาก
เป็นคุณหนูในห้องหอถูกประคบประหงมตามใจมาตั้งแต่เด็ก ขอเพียงนางยั่วโมโหเข้าหน่อยนางก็จะถือไพ่เหนือกว่า ยิ่งอีกฝ่ายลงไม้ลงมือต่อหน้าบ่าวไพร่ นางก็จะได้รับความสงสารเห็นใจ
...ที่ไหนได้อีกฝ่ายกลับรับมือได้ด้วยความเยือกเย็น
ที่สำคัญเหตุใดตอนนี้แทนที่เว่ยฮูหยินจะเห็นใจนาง กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาตำหนิ นี่มันเรื่องอะไรกัน!!!